โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'อ.คริส' ขุดหลักฐานแน่น คลอด 'ประวัติศาสตร์อยุธยา' ฉบับใหม่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ต.ค. 2563 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2563 เวลา 10.10 น.

‘อ.คริส’ ขุดหลักฐานแน่น คลอด ‘ประวัติศาสตร์อยุธยา’ ฉบับใหม่ – ‘ศ.ผาสุก’ แนะอ่านวิพากษ์ ตั้งคำถามเพื่อความแตกฉาน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม ที่เวทีกลาง งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25 สำนักพิมพ์มติชน จัดเสวนาเปิดตัวหนังสือ ประวัติศาสตร์อยุธยา ห้าศตวรรษสู่โลกใหม่ โดยมี ศ.ผาสุก พงษ์ไพจิตร นักเศรษฐศาสตร์การเมืองชื่อดัง และ คริส เบเคอร์ นักประวัติศาสตร์ ผู้เขียนหนังสือ ร่วมเผยมุมมอง ดำเนินรายการโดย เอกภัทร์ เชิดธรรมธร

นายคริส เบเคอร์ นักประวัติศาสตร์ ชื่อดัง กล่าวว่า ตั้งใจเขียนหนังสือ ประวัติศาสตร์อยุธยา ห้าศตวรรษสู่โลกใหม่ เพื่อไปขายในตลาดต่างประเทศ เพราะฝรั่งไม่ค่อยมีหนังสือเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยโดยเฉพาะ สมัยอยุธยา และไทยไม่มีหนังสือใหม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อยุธยา ล่าสุดเขียนโดยอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนแรกเขียนจากยุคสมัยสุโขทัย อยุธยา จนถึงปัจจุบัน แต่ยาวไป จึงตัด เพื่อให้เป็นหนังสือเกี่ยวกับเมืองไทยที่กระชับ เน้นประวัติศาสตร์เกี่ยวกับกรุงเทพมหานคร พาย้อนรอยประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ก่อนเกิดกรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อจากนั้น กว่า 10 ปี ทำวิจัยเกี่ยวกับอยุธยา ทั้งจาก พงศาวดาร เอกสารคำให้การ กฎหมายตราสามดวง รวมถึง วรรณกรรมสมัยอยุธยา แล้วคิดว่าควรจะรวมส่วนใหม่ที่ศึกษา กับเมื่อ 30 ปีที่แล้ว มาเป็นเล่มนี้

“สิ่งที่ทำให้หนังสือของเราแตกต่างจากหนังสือประวัติศาสตร์อยุธยาเรื่องอื่นๆ อย่างแรกคือ เรื่อง 5 ศตวรรษ ซึ่งมีคนเขียนแต่ยุคสมัย ยุคหนึ่ง มุมหนึ่ง ไม่ค่อยมีหนังสือที่ไปเล่าตลอดถึง 500 ปี ตั้งแต่ก่อนตั้งอยุธยาจนถึงอยุธยาเสียกรุง ซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนานมาก ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ตั้งแต่เสียกรุงศรีอยุธยา โดยให้ภาพว่า ไม่เหมือนกันตลอดทุกช่วง มีสังคมอีกแบบ มีความเปลี่ยนแปลงมากในสมัยนั้น จึงแบ่งออกเป็น 4-5 ยุคสมัย ว่ามีการเปลี่ยนแปลงขนาดไหน

เรื่องที่ 2 คือ พยายามเขียนประวัติศาสตร์สังคม ที่ไม่ได้เกี่ยวกับผู้ปกครองเพียงอย่างเดียว เพราะอยุธยาตอนต้นไม่ค่อยมีหลักฐานโดยตรง ซึ่งมีวิธีสร้่างภาพของสังคมในแต่ละยุคสมัย ยกตัวอย่าง ยุคสมัยที่ 2 เราเรียกกว่ายุคสงคราม 150 กว่าปี สมัยนี้ เมื่อค้นจาก พงศาวดาร จากกฎหมายตรา 3 ดวง พบว่า นี่คือยุคที่ระบอบไพร่เข้มงวดขึ้น ทำให้คนส่วนมากสูญเสียอิสรภาพ มีการยกทัพใหญ่ไปตีเมือง ทำให้ขาดแคลนอาหาร มีโรคระบาด ซึ่งนอกจากสนามรบ ยังมีเรื่องของ การมีนักรบมืออาชีพ ฝรั่งเข้ามามากขึ้น และทำไมการตายในสนามรบจึงทวีขึ้นมากด้วย เป็นสมัยที่แย่มาก ประชากรลดลง และส่วนใหญ่ไม่ค่อยสบายในสมัยนี้” นายคริส กล่าว

นายคริส กล่าวว่า อีกเรื่อง คือ ประวัติศาสตร์มนุษยนิยม มีการพยายามเขียนประวัติศาสตร์ในมุมมองชาตินิยม โดยประวัติศาสตร์ไทยแบบชาตินิยม ระบุว่านั้น สมเด็จพระนเรศวร เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อการประกาศอิสรภาพ การกระทำยุทธหัตถี แต่ประวัติศาสตร์ที่ยกย่องสมเด็จพระนเรศวรเป็นวีรบุรุษ มีตอนสมัยกรุงเทพนี้เอง (รัตนโกสินทร์) ไม่มีใครเขียนคำสรรเสริญพระองค์สมัยนั้น มีแต่เขียนยกย่อง ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และพระนารายณ์

“หนังสือเล่มนี้ บอกอะไรหลายอย่าง เช่น เกี่ยวกับเพศสภาพ เพศวิถี การทำไร่ นา ความเป็นสังคม บทบาทของกฎหมาย ความสำคัญของศาสนาพุทธ ทั้งสังคม และการเมือง ซึ่งใช้หลักฐาน ทั้งเอกสาร รวมถึงการลงภาคสนาม จึงมีเชิงอรรถจำนวนมาก อาจจะหนัก แต่น่าอ่าน เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัยเล่มอื่นๆ หวังว่าอ่านแล้วจะได้ความรู้และความรื่นรมย์ด้วย” นายคริส กล่าว

ด้าน ศ.ผาสุก พงษ์ไพจิตร นักเศรษฐศาสตร์การเมือง จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า อยุธยาเป็นเมืองที่ขยายอย่างรวดเร็ว เป็นเมืองใหญ่ มีคนหลากหลายเชื้อชาติที่เข้ามา เป็นพ่อค้า แม่ขาย อยุธยากลายเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนสินค้า ระหว่างตะวันตกและตะวันออก เป็นที่ที่ปลอดภัย เพราะไม่มีโจรสลัด คือชัยภูมิสำหรับการค้าทางทะเล ไม่ใช่เราขายเพียงผู้เดียว กลายเป็นย่านที่มี 40 ภาษา เป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติ 

เมื่อถามว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับนำไปสอนในรายวิชาประวัติศาสตร์ หรือไม่

ศ.ผาสุก กล่าวว่า ในแง่การเรียนการสอน เราไม่ควรผูกติดอยู่กับแนวความคิดเดียว เพราะประวัติศาสตร์ของประเทศใดประเทศหนึ่งมีความหลากหลาย มีหลายสำนัก แต่ละคนที่เขียนมีความคิดของตัวเอง บวกกับแนวของสำนักต่างๆ และอยากเอาความเห็นของตัวเองใส่ไปในเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆ

“นักประวัติศาสตร์ที่ดี ต้องอ่านหนังสือเยอะ ซึ่งการให้ข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สำคัญมาก เพราะประวัติศาสตร์ต้องมาจากหลักฐาน ซึ่งครู อาจารย์อาจจะมีการสอนประวัติศาสตร์จากเรื่องเล่าในอดีต และนี่คือหนังสือเล่มใหม่ที่เอาหลักฐานใหม่รอบตัวเรามาใช้ เช่น ภาพวาดบนฝาผนัง หรือแม้แต่วรรณกรรม เมื่อเอามาประกอบกับหลักฐานที่ประเทศไทยได้จดไว้ และจากคนที่มาเยี่ยมเยียน เช่น โปรตุเกส จะได้ความรู้จากหลักฐานที่มีอยู่ และเชื่อถือได้”

“เราต้องอ่านประวัติศาสตร์แบบวิพากษ์วิจารณ์ เพราะประวัติศาสตร์สะท้อนความคิด หากอ่านหลายผู้เขียน จะได้หลายมุมมอง จะได้หลักฐานที่มีความหลากหลายของแหล่งข้อมูล เรื่องอดีตจะรู้อย่างรวดเร็วได้อย่างไร อ่านเทียบกันจะแตกฉานมากขึ้น อีกสิ่งที่ทำให้วัยรุ่นได้อ่านประวัติศาสตร์มากขึ้น เพราะเขาอาจจะได้อ่านหรือเห็นประเทศอื่นที่ต่างจากไทย ทำให้เกิดการตั้งคำถาม” ศ.ผาสุก กล่าว

สำหรับ งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25 จัดขึ้นที่ อิมแพค ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 11 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...