โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ลูกแท้ๆ’ คืนสู่อ้อมอกในฐานะ ‘ลูกบุญธรรม’ การต่อสู้อันยาวนานของคู่เกย์ชาวสิงคโปร์

The Momentum

อัพเดต 18 ธ.ค. 2561 เวลา 01.35 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2561 เวลา 01.35 น. • THE MOMENTUM TEAM

หลังการต่อสู้ด้านกฎหมายอันยาวนาน ศาลตัดสินให้เกย์ชาวสิงคโปร์ได้รับสิทธิในการรับบุตรบุญธรรม แม้ความจริงแล้วเด็กคนดังกล่าวคือบุตรของเขาเองที่เกิดจากการจ้างอุ้มบุญราคา 2 แสนดอลลาร์สหรัฐ

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเกย์ชาวสิงคโปร์อายุ 46 ปีและคู่ชีวิตของเขาที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมากว่า 13 ปี ตัดสินใจว่าจ้างหญิงสาวชาวต่างชาติให้อุ้มบุญให้โดยผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และตั้งครรภ์ในสหรัฐอเมริกา เพราะการอุ้มบุญผิดกฎหมายสิงคโปร์ และแม้กระบวนการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นในสหรัฐฯ ทว่าสุดท้ายหลังจากเด็กคลอดปัญหาของพวกเขาก็เริ่มต้นขึ้

เด็กอายุสี่ขวบคนหนึ่งต้องกลายเป็น ‘ลูกนอกสมรสที่ไม่ได้รับการยอมรับทางกฎหมาย’ เนื่องจากเกิดจากครอบครัวที่พ่อและแม่ไม่ได้แต่งงานกัน และในสิงคโปร์การแต่งงานของเพศเดียวกันยังไม่ถูกยอมรับและการเป็นเกย์ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

แม่ชาวอเมริกันที่เป็นเพียงผู้รับอุ้มบุญปฏิเสธสิทธิทั้งหมดของเธอในฐานะแม่ภายใต้ข้อตกลงการอุ้มบุญ และพ่อที่เป็นเกย์ของเด็กไม่ได้รับสิทธิในการเลี้ยงดู ทำให้เด็กไม่มีสิทธิที่จะได้รับสัญชาติสิงคโปร์โดยอัตโนมัติเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ

ทางเดียวที่จะทำให้พ่อเด็กได้รับสิทธิในการเลี้ยงดูเด็กได้คือเขาต้องรับลูกของตัวเองเป็น ‘บุตรบุญธรรม’ ซึ่งกฎหมายของสิงคโปร์ระบุว่า ผู้ที่จะสามารถรับบุตรบุญธรรมได้จะต้องเป็นคู่สมรสชายหญิงหรือผู้ที่อยู่ในสถานะโสด ทำให้ชายคนดังกล่าวที่ไม่สามารถสมรสกับคู่รักของเขาตามกฎหมายได้ จะต้องทำการขอรับบุตรบุญธรรมใน ‘สถานะโสด’

หลังจากนั้น พ่อเด็กได้พยายามที่จะขอรับเลี้ยงบุตรของตนเป็นบุตรบุญธรรม แต่ถูกปฏิเสธจากศาลด้วยเหตุผลว่า “ไม่สามารถตัดสินได้ว่าหน่วยของครอบครัวควรจะเป็นอย่างไร” ทำให้เขาไม่ได้รับสิทธิในการเป็นผู้ปกครองเด็กตามกฎหมาย

จนในที่สุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังความพยายามร้องขอต่อศาลอีกครั้ง ศาลได้ตัดสินให้พ่อเด็กสามารถรับบุตรของตนเองเป็นบุตรบุญธรรมได้ พร้อมระบุว่า การตัดสินของศาลไม่ได้เป็นการรับรองการกระทำของคู่เกย์ดังกล่าว ศาลได้ตัดสินด้วยการชั่งน้ำหนักความสำคัญกับความกังวลที่จะละเมิดนโยบายสาธารณะเกี่ยวกับการแต่งงานของเพศเดียวกันแล้ว และเห็นว่าสวัสดิการที่เด็กควรได้รับมีความจำเป็นที่จะต้องมาก่อน

โดยทนายของพ่อเด็กได้เปิดเผยว่า ลูกความของเขายินดีเป็นอย่างมากที่กระบวนการทางกฎหมายซึ่งใช้เวลายาวนานได้สิ้นสุดลงในที่สุด โดยสุดท้ายศาลได้เลือกเอาผลประโยชน์ของเด็กมาเป็นสำคัญ

ถึงแม้ว่าสิงคโปร์จะเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจ รวมถึงเทคโนโลยี มีประชากรที่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมาตรฐาน ทว่าสิงคโปร์ก็ยังคงเป็นสังคมอนุรักษ์นิยมที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับสิทธิของ LGBT และความก้าวหน้าด้านสิทธิ LGBT เกิดขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนหน้านี้ในสิงคโปร์มีความขัดแย้งเรื่องการคงอยู่ของมาตรา 377A ซึ่งระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างชายกับชายเป็นสิ่งผิดกฎหมายซึ่งมีทั้งคนที่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว และผู้สนับสนุนสิทธิ LGBTQ ที่ออกมาเดินขบวนต่อต้านการคงอยู่ของมาตรา 377A

 

ที่มา

https://www.bbc.com/news/world-asia-46588830

https://thediplomat.com/2018/10/singapore-crazy-rich-but-still-behind-on-gay-rights/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...