โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความเป็นมาของตรุษจีน เทศกาลอายุกว่า 2,000 ปี เคยถูกปีใหม่สากลยึดเวที

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 29 ม.ค. 2568 เวลา 02.11 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2568 เวลา 23.47 น.
บรรยากาศการเซ่นไหว้เจ้าในเทศกาลตรุษจีนที่วัดเล่งเน่ยยี่ (ภาพจาก ห้องสมุดภาพมติชน)

ความเป็นมาของตรุษจีน เทศกาลอายุกว่า 2,000 ปี เคยถูกปีใหม่สากลยึดเวที

“ตรุษจีน” เทศกาลสำคัญที่คนจีนนับแสนนับล้านเดินทางกลับบ้าน หรือภาพคนจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้มากมายสำหรับวันการเซ่นไหว้ในเทศกาล ฯลฯ จนอดคิดไม่ได้ว่า มันช่างเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่มาก

แต่ในความจริงมันเป็นเทศกาลหน้าใหม่ และมีชะตาที่ผกผันไม่น้อย ก่อนหน้านั้นจีนมีวันปีใหม่มาก่อนหน้าถึง 2 วันด้วยกัน

1. ตงจื้อ (สารทขนมบัวลอย) เป็นวันสารทปีใหม่ตามปรากฏการณ์สำคัญของธรรมชาติที่กลางวันจะเริ่มยาวขึ้น หรือปีใหม่ทางดาราศาสตร์แบบจีนโบราณ ช่วงนี้เก็บเกี่ยวเสร็จแล้วมีอาหารสมบูรณ์ที่สุด เป็นวันปีใหม่ของจีนมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว (503 ปีก่อนพุทธศักราช-พ.ศ. 322) นับเป็นเทศกาลปีใหม่เก่าแก่ที่สุดของจีน

2. ลี่ชุน (เริ่มวสันต์) เป็นวันปีใหม่ตามฤดูกาล และการเกษตร ตรงกับวันที่ 4 หรือ 5 กุมภาพันธ์ (ยกเว้นปีอธิกมาศ) เพราะหิมะเริ่มละลายเตรียมตัวทำนา การทำมาหากิน เดิมลี่ชุนเป็นเทศกาลปีใหม่ที่คึกคักกว่าวัน 1 ค่ำ เดือนอ้าย เพราะมีความสำคัญกับวิถีชีวิต ตั้งแต่ทางการใช้ปฏิทินไท่ชู (ประกาศใช้เมื่อ พ.ศ. 439 ) เป็นต้นมา

ส่วนวันสิ้นปีเก่าขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติของจีนโบราณ หรือ “วันตรุษจีน” นั้นไม่คึกคัก เพราะสัมพันธ์กับธรรมชาติและวิถีชีวิตน้อยกว่าวันปีใหม่วันอื่น อีกทั้งเปลี่ยนไปตามปฏิทินของทางราชการด้วย ในสมัยโบราณมันนี้จึงมีความสำคัญน้อย และเพิ่งเปลี่ยนมาเป็นวันปีใหม่ของจีนในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (พ.ศ. 340-551) หรือประมาณ 2,000 กว่าปีนี้เอง

ตัวเทศกาลนี้หลักๆ คือวันสิ้นปีเก่าและวันขึ้นปีใหม่ ปัจจุบันจีนยังแยกออกเป็น 2 เทศกาล วันสิ้นปีเรียกว่า “ฉูซี่ (除夕) ตัดปี คืนสุดท้าย” วันขึ้นปีใหม่เรียกว่า “ชุนเจี้ย (春节 ) เทศกาลวสันต์” หรือ “หยวนตัน (元旦) ปฐมวาร”

สมัยราชวงศ์ฮั่น เทศกาลนี้เกี่ยวเนื่องด้วยการบวงสรวงเพื่อการเกษตรเป็นสําคัญ ต่อมาในสมัยราชวงศ์เหนือ-ใต้ (พ.ศ. 963-1132) จึงมีกิจกรรมอันเนื่องด้วยผีสางและไสยศาสตร์เพิ่มเข้ามา เช่น จุดประทัด เปลี่ยน ยันต์ไม้ท้อ ดื่มสุราถูซู เฝ้าปี ช่วงเวลาของเทศกาลก็ขยายยาวออกไปจนเชื่อม ตั้งแต่เทศกาลล่าปาไปจนถึงเทศกาลหยวนเซียว และสําคัญที่สุดของจีนตั้งแต่นั้นมา

สมัยราชวงศ์ถัง (พ.ศ. 1161-1450) กิจกรรมในเทศกาลนี้ที่วิวัฒน์จากการบวงสรวงทางการเกษตรและความเชื่อทางไสยศาสตร์มาเป็นกิจกรรมบันเทิง และวัฒนธรรมตามประเพณีเป็นสําคัญ การจุดประทัดมุ่งความสนุกสนานเฉลิมฉลองมากกว่าไล่ผี ตั้งแต่ราชวงศ์ถังเป็นต้นมา ตรุษจีนเป็นเทศกาลมงคลเฉลิมฉลองใหญ่ร่วมกันของคนทั่วประเทศ

ถึงราชวงศ์หมิงและชิง เทศกาลนี้มีพัฒนาการไป 2 ด้าน คือ 1. มีกิจกรรมทางสังคมชัดขึ้น เช่น การคารวะอวยพรปีใหม่ ส่งบัตรอวยพรปีใหม่ 2. มีกิจกรรมด้านศิลปะและความบันเทิงมากขึ้น เช่น เชิดสิงโต เชิดมังกร มหรสพและการละเล่นรื่นเริงอีกมากมาย เป็นเทศกาลใหญ่คึกคักสนุกสนานที่สุดตลอดมาจนสิ้นราชวงศ์

เมื่อจีนเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐในปี พ.ศ. 2454 มรดกวัฒนธรรมจีนจำนวนมากถูกลดความสําคัญ จนถึงขั้นยกเลิกไปเลยก็มี รัฐบาลประกาศใช้ปฏิทินเกเกอเรียนของฝรั่งแทนปฏิทินเกษตรของจีน กําหนดให้วันที่ 1 มกราคม เป็น วันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เป็นปีแรก

ถึงช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม พ.ศ. 2510-19 รัฐบาลประกาศว่า “เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิวัติและข้อเสนอมวลชน จึงยกเลิกวันหยุดตรุษจีน” สิ้นยุคปฏิวัติวัฒนธรรมแล้วจึงกลับเป็นวันหยุดตามเดิม

อย่างไรก็ตามในยุคจีนใหม่ทั้งรัฐบาลก๊กมินตั๋งและคอมมิวนิสต์ไม่ให้ความสําคัญ ไม่ให้เวลาแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลอันเป็นมรดกจากอดีตของจีน นับจาก พ.ศ. 2455 เป็นต้นมาเป็นเวลาเกือบร้อยปี

จนกระทั่งวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2550 รัฐบาลจีนจึงประชุมมีมติเรื่อง “วันหยุดเทศกาลและวันหยุดราชการ” ว่า ตั้งแต่ พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป ให้เทศกาล ตรุษจีนเป็นวันหยุดยาว 7 วัน เทศกาลเช็งเม้ง, ขนมจ้าง(บ๊ะจ่าง) และ ไหว้พระจันทร์ หยุดเทศกาลละ 1 วัน

ในต่างประเทศ ตรุษจีนเป็นเทศกาลที่แพร่หลายมาก ในประเทศไทยแม้คนไทยที่ไม่มีเชื้อสายจีนบางคนก็พลอยทําตามไปด้วย ของไหว้ในเทศกาลก็แปรเปลี่ยนไป จากที่ไหว้ขนมเข่งก็นิยมใช้ขนมเทียนไหว้ด้วย ซึ่งเข้าใจว่าคนไทยจะคิดขึ้นเอง เพราะมีดังปรากฏชื่ออยู่ใน กาพย์ เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2

แม้ในราชสํานักก็มีการพระราชกุศลเลี้ยงพระในเทศกาลดังกล่าวขึ้นเป็นครั้งแรกในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 นับเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีสิบสองเดือน

ต่อมารัชกาลที่ 4 จึงทรงยกเลิกขนมจีน โปรดให้ทำเกาเหลาเลี้ยงพระแทน และทรงปรับปรุงการพระราชพิธีไปบ้าง เช่น ทรงสร้างศาลาหลังคาเก๋งขึ้นหน้าพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย พร้อมกับการมีเทวรูปตั้งบูชามีเครื่องเซ่นสังเวยตลอดเวลา 3 วัน ถึงสมัยรัชกาลที่ 5 กลับโปรดให้เลี้ยงขนมจีนตามแบบเก่า ปัจจุบันการพระราชกุศลนี้ยกเลิกไปแล้ว แต่ราชสกุลบางสกุลยังทำพิธีไหว้อยู่

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ถาวร สิกขโศล. เทศกาลจีนและการเซ่นไหว้. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน, มีนาคม 2557

แก้ไขปรับปรุงเนื้อหาในระบบออนไลน์เมื่อ 25 มกราคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความเป็นมาของตรุษจีน เทศกาลอายุกว่า 2,000 ปี เคยถูกปีใหม่สากลยึดเวที

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...