โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำยังท่วมใน'ถ้ำหลวง'ทีมสำรวจรอ 1 เดือนเริ่มเก็บกู้

เดลินิวส์

อัพเดต 17 ม.ค. 2562 เวลา 12.13 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2562 เวลา 11.24 น. • Dailynews
รองอธิบดีกรมอุทยานฯ สนธิกำลังหลายฝ่ายตั้งทีมสำรวจถ้ำหลวง เข้าได้แค่โถง 3 น้ำยังท่วม คาดต้องรออีก1เดือนถึงจะเริ่มเก็บกู้ได้

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ ถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายกมลไชย คชชา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 พลเรือตรีอาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ หรือหน่วยชีล ได้นำเจ้าหน้าที่และ นายเวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 35 นาย เข้าไปทำการสำรวจภายในถ้ำหลวงตั้งแต่โถงแรกเข้าไปถึงโถงที่ 3 เป็นครั้งแรกเนื่องจากระดับน้ำที่โถงแรกแห้งลง โดยคณะได้มีการรวมพลเพื่อซักซ้อมความเข้าใจ ก่อนประกอบพิธีบวงสรวงสักการะศาลเจ้าแม่นางนอนบริเวณปากถ้ำก่อนตรวจสอบอุปกรณ์ เป็นครั้งสุดท้ายและทะยอยเดินทางเข้าไปสำรวจตั้งแต่ห้องโถงที่ 1 ตรงปากถ้ำเป็นต้นไป โดยช่วงที่มีปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ได้ปิดประตูรั้วโลหะด้านนอกเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลนอกเข้าไป  นอกจากนี้ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ขอให้ทุกนายที่เข้าไปปฏิบัติการได้พกพาถุงพลาสติกดำเข้าไปด้วยเพื่อเก็บขยะที่เกิดขึ้นภายใน ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น สายไฟฟ้า ท่ออากาศ ท่อน้ำ ถังอัดอากาศ   ให้คงสภาพเดิมเอาไว้

หลังใช้เวลานานหลายชั่วโมงทีมสำรวจทั้งหมดได้เดินทางกลับออกมาทางปากถ้ำ ซึ่งภาระกิจในการถ่ายภาพและบันทึกข้อมูลอุปกรณ์ที่คงค้างตามจุดต่างๆ ตั้งแต่ปากถ้ำไปจนถึงสามแยกภายในถ้ำระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ถือว่าเสร็จสิ้นด้วยดีแต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินหน้าสำรวจต่อจากสามแยก ซึ่งเป็นทางไปทางหาดพัทยา หรือพัทยาบีชรวมจนถึงเนินนมสาวซึ่งเป็นจุดที่เยาวชนทั้ง 13 เคยใช้หลบภัยน้ำท่วมภายในถ้ำได้ เนื่องจากพบว่าบริเวณช่องที่เชื่อมจากสามแยกไปทางเส้นทางซ้ายเต็มไปด้วยตะกอนทรายทำให้ยากต่อการเดินทางผ่านรวมทั้งยังมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งการจะผ่านจุดดังกล่าวไปได้ต้องใช้อุปกรณ์ดำน้ำที่มีความพร้อมเหมือนตอนที่มีปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 หมูป่า ทำให้เจ้าหน้าที่ได้สำรวจถึงบริเวณดังกล่าวแล้วจึงพากันเดินทางกลับรวมแล้วใช้เวลาปฏิบัติการประมาณ 5 ชั่วโมง

นายจงคล้าย กล่าวว่าเนื่องจากไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้และอ๊อกซิเจนภายในถ้ำเบาบางรวมทั้งมีน้ำไหลออกจากหินงอกหินย้อยตามผนังอยู่ตลอดเวลาด้วย จึงได้ตัดสินใจเดินทางกลับ โดยจากการสำรวจพบว่าภายในมีถังอ๊อกซิเจนวางอยู่ตลอดรายทางโดยมีอยู่ที่โถงที่ 3 ประมาณ 100 กว่าถัง โถงที่ 2 ประมาณ 100 ถัง ในโถงทั้ง 2 แห่งยังพบเปลสนามและเชือกที่ใช้สำหรับเชื่อมโยงเส้นทางถึงกันไปตลอดรายทางโดยพบระหว่างโถงที่ 2-3 มากที่สุดเพราะโถงที่ 2 มีความยาวและภูมิประเทศขรุขระเต็มไปด้วยหน้าผาและซอกหินผาสูงต่ำจำนวนมาก สำหรับเปลสนามและเชือกดังกล่าวได้ใช้สำหรับขนลำเลียงเยาวชนทั้ง 13 คนออกมา นอกจากนี้ในโถงทั้ง 2 แห่งยังพบเครื่องสูบน้ำขนาดต่างๆ และสำหรับโถงที่ 3 นั้นพบสายส่งอ๊อกซิเจนมากที่สุดรวมทั้งพบกระดาษฟรอยด์ที่ใช้ให้ความอบอุ่นร่างกาย พบอาหารพาวเวอร์เจล วิทยุสื่อสาร ของทางทหารที่เจ้าหน้าที่เคยใช้เป็นศูนย์บัญชาการภายในถ้ำสำหรับภาระกิจครั้งนี้ถือว่าเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจพบวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ และได้บันทึกข้อมูลรวมทั้งถ่ายภาพเอาไว้ตั้งแต่ปากถ้ำไปจนถึงสามแยกเอาไว้แล้ว และคาดว่าหากจะเข้าไปจากสามแยกไปยังบริเวณจุดที่พบเยาวชนทั้ง 13 คนคงจะใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 1 เดือนเพื่อให้น้ำแห้งและเตรียมอุปกรณ์กำลังพลให้มีความพร้อมต่อไป ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ จะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้นคงต้องรอรายงานให้ทางอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้รับทราบเพื่อหารือและดำเนินการต่อไป

ด้านพลเรือตรีอาภากร กล่าวว่า การเข้าไปสำรวจถ้ำหลวงครั้งนี้เป็นเหมือนการรำลึกถึงความหลังเมื่อครั้นปฏิบัติการเดือน มิ.ย.-ก.ค.2561 ที่ผ่านมา โดยสิ่งที่พบเห็นภายในถ้ำทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ร่วมกันเข้าไปปฏิบัติการ เพราะมีอุปกรณ์ต่างๆ อยู่เป็นจำนวนมากซึ่งเมื่อมองย้อนหลังไปก็ยังสงสัยอยู่ว่าพวกเราขนเข้าไปได้อย่างไร อย่างไรก็ตามการเข้าไปในถ้ำครั้งนี้ถือว่าสะดวกกว่าช่วงปฏิบัติการที่มีความยากลำบากกว่ามาก ส่วนการจะเข้าไปให้เลยช่วงสามแยกเข้าไปอีกซึ่งยังคงมีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ตกค้างอยู่ภายในคงต้องรอให้ระดับน้ำภายในลดลงกว่านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...