โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์ย้ำ! 'กัญชา'รักษาโรคมะเร็งไม่ได้

[invalid]

อัพเดต 21 ธ.ค. 2561 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2561 เวลา 05.20 น. • tnnthailand.com
อดีตนายกสมาคมมะเร็งฯ ยืนยัน 'กัญชา' ไม่สามารถรักษามะเร็งให้หายขาดได้ เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยรองรับ

วันนี้( 21 ธ.ค.61) รองศาสตราจารย์นายแพทย์วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ อดีตนายกสมาคมมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทยและหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคมะเร็งครบวงจรโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวภายหลังงานแถลงข่าว แนวทางการใช้สเต็มเซลล์ในการรักษาโรคมะเร็ง และบทบาทของกัญชากับโรคมะเร็ง โดยระบุว่า กัญชาไม่สามารถรักษามะเร็งให้หายขาดได้ เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยรองรับ หากในอนาคตมีผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ เช่น น้ำมันหยดใต้ลิ้น มาใช้ควบคู่กับการรักษามะเร็ง ตนในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะไม่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เนื่องจากไม่คุ้นเคย

นอกจากนี้ จากการสอบถามผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาด้วยการใช้น้ำมันกัญชา พบว่า เมื่อใช้แล้วสามารถช่วยลดความเจ็บปวดประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นจะหลับแบบไม่มีสติ ไม่รู้สึกตัว และไม่สามารถขยับร่างกายได้ จึงมองว่า หากมียาตัวอื่นให้ฤทธิ์ลดอาการเจ็บปวด ลดคลื่นใส้อาเจียน ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด แต่ไม่หมดสติ ตนเลือกยาแบบเดิมที่มีอยู่แล้วดีกว่าใช้สารสกัดกัญชา แต่ยอมรับว่าสารสกัดกัญชาสามารถรักษาในกลุ่มโรคลมชัก พาร์กินสัน อาการทางสมองได้ดี แต่กลับมะเร็งยังไม่ได้ผล ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลการนำกัญชามาใช้บรรเทาอาการเจ็บปวด คลื่นใส้อาเจียน หรือผลข้างเคียงจากโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากพอ

ส่วนการคลายล็อกกฎหมายกัญชาเพื่อนำมาใช้ทางการแพทย์ อดีตนายกสมาคมมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย ระบุว่าอยากให้ภาครัฐควบคุมการใช้กัญชาอย่างเข้มงวด เนื่องจาก ปริมาณกัญชาที่ใช้ทางการแพทย์ ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมต่อกลุ่มอาการผู้ป่วย มิฉะนั้น จะเกิดผลกระทบต่อระบบประสาท และร่ายกายผู้ป่วยได้ และในอนาคตหากมีผลิตภัณฑ์สารสกัดกัญชาออกมาใช้ ตนในฐานะหมอมะเร็ง ไม่ขอเลือกใช้

อดีตนายกสมาคมมะเร็งฯ ยืนยัน 'กัญชา' ไม่สามารถรักษามะเร็งให้หายขาดได้ เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยรองรับ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...