โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำมันตับปลา จำเป็นต้องหามาให้ลููกกินไหม?

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 09 ส.ค. 2562 เวลา 13.00 น. • Motherhood.co.th Blog

น้ำมันตับปลา จำเป็นต้องหามาให้ลูกกินไหม?

คนเป็นพ่อเป็นแม่ อาหารเสริมใดๆที่ใครเขาว่าดี เราก็มักจะสรรหามาให้ลูกได้กินเพื่อเสริมโภชนาการกัน "น้ำมันตับปลา" ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พ่อแม่หลายคนนิยมซื้อหามาป้อนลูกรัก อย่างตัวผู้เขียนเองก็เคยกินมาตั้งแต่เด็ก แต่เชื่อว่ายังคงมีหลายๆคนที่สับสนอยู่ว่ามันคือน้ำมันปลาหรือเปล่า เป็นของชนิดเดียวกันหรือเปล่า และบางบ้านก็มีปัญหาว่าป้อนแล้วลูกไม่ยอมกินเลย เพราะน้ำมันปลาตามท้องตลาดส่วนมากก็แต่งมาแค่กลิ่น ส่วนรสชาตินั้นยังเป็นที่หลอนลิ้นของเด็กๆอยู่เหมือนเดิม จะทำยังไงนะลูกถึงจะยอมกินอาหารเสริมที่เราคิดว่าดี ซื้อมาแล้วไม่เสียสตางค์เปล่า หรือว่าจริงๆแล้วอาจจะไม่ต้องลำบากหาซื้อมา แต่เราสามารถหาสารอาหารชนิดเดียวกันนี้ได้จากของกินอย่างอื่น หากคุณพ่อคุณแม่อยากทราบ ต้องติดตามอ่านต่อค่ะ

รู้จักน้ำมันตับปลาให้มากขึ้น

น้ำมันตับปลา คือ น้ำมันที่สกัดจากตับของปลาซึ่งส่วนใหญ่เป็นปลาทะเล เช่น ปลาค็อด ปลาซาร์ดีน ใช้รับประทานเพื่อเสริมวิตามินเอ วิตามินดี และกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า 3 ได้แก่ กรดโดโคซาเฮกซะอีโนอิก (Docosahexaenoic Acid - DHA) และกรดไอโคซาเพนตะอีโนอิก (Eicosapentaenoic Acid - EPA) มีประโยชน์ช่วยเสริมสร้างกระดูก ทำให้การสร้างกระดูกเป็นไปอย่างปกติ มีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระ ป้องกันผิวหนังและดวงตาจากการถูกทำลาย เสริมสร้างระบบภูมิต้านทานของร่างกาย อย่างไรก็ตาม วิตามินเอและวิตามินดีเป็นวิตามินละลายในไขมัน หากได้รับมากเกินความเหมาะสมอาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ตับและระบบประสาททำงานผิดปกติ หิวน้ำ ปัสสาวะบ่อย และอาจทำให้ผมร่วง ผิวแห้งได้อีกด้วย หากเด็กรับประทานควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ ส่วนหญิงมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

น้ำมันตับปลานิยมแต่งรสและกลิ่นให้กินง่าย

น้ำมันตับปลายังมีสารบางอย่างที่มีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด โดยทำให้เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติเหมือนกับยาแก้ปวดอย่างแอสไพริน ถ้าหากให้ลูกรับประเป็นเป็นประจำและจะต้องเข้ารับการผ่าตัด คุณพ่อคุณแม่ควรบอกแพทย์ให้ละเอียดถึงการรับประทาน และจะต้องหยุดรับประทานก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 10 วัน เพื่อให้เกล็ดเลือดตัวใหม่สมบูรณ์ เพื่อป้องกันอาการเลือดไหลไม่หยุดหรือออกมามากกว่าปกติ

นอกจากนั้น มีงานวิจัยบางชิ้นอ้างว่าน้ำมันตับปลาอาจมีสรรพคุณช่วยลดปริมาณไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ลดการเกิดโรคไตในผู้ป่วยเบาหวาน ลดอาการอักเสบจากโรคแพ้ภูมิตัวเองหรือข้อเสื่อม ลดความดันโลหิต และป้องกันโรคหัวใจ แต่สรรพคุณเหล่านี้ยังต้องรอการพิสูจน์เพิ่มเติม เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย

น้ำมันตับปลา vs น้ำมันปลา

เรามักได้ยินคนพูดถึงชื่อของน้ำมันสองชนิดนี้สลับกันอยู่บ่อยๆ ด้วยความที่ชื่อคล้ายกัน และรูปร่างลักษณะของน้ำมันทั้งคู่ก็ไม่ต่างกันมากนัก คนจึงมักคิดว่าน้ำมันสองชนิดนี้คือน้ำมันชนิดเดียวกัน ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่เลย น้ำมันตับปลา (Cod Liver Oil) และ น้ำมันปลา (Fish Oil) เป็นน้ำมันคนละชนิดกัน และมีคุณสมบัติต่างกันอย่างมากด้วย

น้ำมันตับปลาก็มีคุณสมบัติตามที่กล่าวไปแล้วในข้างต้น ส่วนน้ำมันปลา (Fish Oil) เป็นไขมันปลาที่ได้มาจากการสกัดจากเนื้อ หัว หาง และหนังของปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคคอเรล ปลาแอนโชวี่ และปลาทูน่า สารอาหารที่ได้ คือ กรดไขมันโอเมก้า-3 EPA และ DHA มีความสำคัญในการทำงานของระบบสมอง ประสาท การทำงานของหลอดเลือดหัวใจ และสายตา ช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ ป้องกันภาวะหัวใจและสมองขาดเลือด ลดอาการข้อเสื่อมและรูมาตอยด์

บางคนยังสับสนระหว่างน้ำมันตับปลาและน้ำมันปลา

น้ำมันปลามีความปลอดภัยสูง ไม่มีผลต่อการทำงานของตับ เนื่องจากไม่มีวิตามิน จึงมีโอกาสของการเจอสารปนเปื้อนน้อยกว่าน้ำมันตับปลา เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป เด็ก ผู้สูงอายุ และหญิงให้นมบุตร

การใช้น้ำมันตับปลา

  • จัดให้ลูกรับประทานตามฉลากหรือตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ควรใช้มากกว่าปริมาณที่กำหนด หรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ยกเว้นแพทย์สั่ง
  • ควรรับประทานพร้อมมื้ออาหารเพื่อลดการเกิดผลข้างเคียง
  • หากลืมให้ลูกรับประทานตามเวลาที่กำหนด ก็ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ แต่หากใกล้ถึงครั้งต่อไปแล้ว ให้ข้ามไปรับประทานครั้งต่อไป โดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณเป็น 2 เท่า
  • ปิดฝาให้สนิทหลังใช้ เก็บในที่แห้งและเย็น และหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกแสงแดด

จะป้อนลูกอย่างไร?

เป็นที่รู้กันดีว่าน้ำมันตับปลาไม่ได้มีรสชาติที่น่าพิศมัยสำหรับเด็กๆสักเท่าไหร่ การที่คุณพ่อคุณแม่จะป้อนเขาก็อาจจะเป็นเรื่องยากลำบากอยู่สักหน่อย แต่ก็พอมีวิธีที่จะช่วยได้อยู่บ้าง

  • นำถ้วยเซรามิคมา จากนั้นเทน้ำส้มลงไปประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ข้อสำคัญที่ต้องใส่น้ำส้มลงไปก่อน ก็เพื่อไม่ให้น้ำมันตับปลาลงไปนอนก้นในถ้วยนั่นเอง
  • เติมน้ำมันตับปลาลงไปเท่าปริมาณที่แนะนำในฉลากผลิตภัณฑ์ หรือที่แพทย์แนะนำ และผสมให้เข้ากัน
  • ใช้ไซริงก์ดูดส่วนผสมขึ้นมา สามารถให้เด็กๆดูดกินเองได้เลย

เมื่อทำตามขั้นตอนนี้รสชาติจะดีขึ้นมากเมื่อผสมน้ำส้มลงไป แม้ว่าแต่ละแบรนด์จะนิยมแต่งรสหรือกลิ่นมาแล้วก็ตาม แต่จะไม่ดีเท่าการผสมเองสดๆแน่นอน จะทำให้ได้รสชาติของน้ำส้มที่เข้มข้นขึ้น เด็กๆก็จะกินง่าย

เด็กๆหลายคนไม่ชอบรสชาติของน้ำมันตับปลา พ่อแม่จะแก้อย่างไร

คำเตือนของการใช้

  • พ่อแม่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอหากจะให้ลูกรับประทาน ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดใดก็ตาม
  • หากกำลังใช้ยาลดความดันโลหิตควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน เนื่องจากการใช้ควบคู่กันอาจส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำมากกว่าปกติ
  • หากลูกมีความเสี่ยงมีภาวะเลือดออกผิดปกติ พ่อแม่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เนื่องจากมันมีคุณสมบัติป้องกันไม่ให้เลือดจับตัวเป็นก้อน ซึ่งอาจส่งผลให้เสี่ยงมีเลือดออกง่ายขึ้น
  • หากให้ลูกรับประทานเป็นประจำ พ่อแม่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าก่อนวางแผนผ่าตัดหรือเข้ารับการรักษาทางทันตกรรม
  • หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์ กำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
  • ในน้ำมันตับปลามีโคลีนอยู่ ซึ่งโคลีนคือวิตามินที่พบในปลา ซึ่งทำให้มันมีกลิ่นคาว และสามารถส่งกลิ่นออกมาทางเหงื่อได้ หากลูกๆกำลังโตเป็นสาว ก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานมาก เพราะการมีกลิ่นตัวทำให้เสียบุคลิก

ผลข้างเคียงในการใช้

การใช้งานจัดว่าค่อนข้างมีความปลอดภัย แต่อาจมีผลข้างเคียงทำให้รู้สึกอยากเรอ มีกลิ่นปาก แสบร้อนกลางอก หรือมีเลือดกำเดาไหล นอกจากนี้ น้ำมันตับปลายังประกอบด้วยวิตามินเอและวิตามินดีในปริมาณสูง หากได้รับในปริมาณมากเกินไปอาจมีอาการคลื่นไส้หรือถ่ายเหลว และอาจสะสมในร่างกายจนเป็นอันตราย ส่วนหญิงมีครรภ์ที่ได้รับวิตามินเอในปริมาณมากอาจเสี่ยงต่อการแท้งบุตรหรือทารกพิการแต่กำเนิดได้

อาหารเสริมหลายๆอย่างมีคุณประโยชน์มากมาย ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ควรบริโภคมากจนเกินไป เพราะอาจจะส่งผลเสียได้ คุณพ่อคุณแม่ต้องจัดสรรดีๆนะคะ บริโภคเพื่อบำรุงเท่าที่จำเป็นก็พอค่ะ

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...