"เบอกาม็อท"ลุยขายออนไลน์ งัดจุดแข็งแบรนด์ออร์แกนิกเจาะวัยรุ่น
“เบอกาม็อท” เปิดเกมรับมือตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม 1 หมื่นล้านแข่งเดือด เดินหน้าเพิ่มแบรนด์ใหม่ สูตรออร์แกนิก-ไร้สารเคมี บุกช่องทางขายออนไลน์ พร้อมจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย เจาะคนรุ่นใหม่
นางสาวศิริกาญจน์ บุญกาญจน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ออดินริค-ไทย จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศีรษะและเส้นผม ภายใต้แบรนด์เบอกาม็อท, พรีเซนต้า, แนช และโบรชัวร์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาหลังจากที่ได้มีการปรับภาพลักษณ์แบรนด์เบอกาม็อท เริ่มตั้งแต่การปรับโลโก้ลวดลายรูปมะกรูดให้มีสีสันเพิ่มขึ้น รวมทั้งได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์เป็นลักษณะขวดโค้ง ให้สะดวกต่อการใช้งาน ทำให้สามารถขยายฐานคนรุ่นใหม่ อายุ 25 ปี ออกไปมากขึ้น จากเดิมลูกค้าจะอยู่ในช่วงอายุ 35-50 ปี พร้อมนำผลิตภัณฑ์เบอกาม็อทขยายช่องทางการจัดจำหน่ายออนไลน์ อาทิ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ ช้อปปี้ และลาซาด้า เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่นิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ จากเดิมจะเน้นช่องทางโมเดิร์นเทรดและซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นหลัก ส่งผลให้ยอดขายออนไลน์เติบโตขึ้นเป็นเท่าตัว
ขณะที่ปัจจุบันภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมีแนวโน้มเติบโตขึ้น หรือมีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเซ็กเมนต์เวชภัณฑ์ 300 ล้านบาท ซึ่งเบอกาม็อทอยู่ในกลุ่มเซ็กเมนต์เวชสำอางแชมพู (medicated shampoo) โดยการเติบโตหลัก ๆ มาจากเทรนด์การดูแลสุขภาพของเส้นผม โดยผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ทำมาจากธรรมชาติมากขึ้น อีกทั้งยังต้องเผชิญกับการแข่งขันสูง มีผู้เล่นรายใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดมากขึ้น แต่ด้วยจุดแข็งของบริษัทมีอยู่มานานกว่า 40 ปี มีกลยุทธ์พัฒนา ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ และลดความเสี่ยงจากการใช้สารเคมี ควบคู่กับการเพิ่มผลิตภัณฑ์อย่างหลากหลาย ซึ่งปัจจุบันทั้งหมด 4 แบรนด์ ได้แก่ เบอกาม็อท คิดเป็นสัดส่วน 80% ของยอดขายทั้งหมด ตามด้วยพรีเซนต้า แนช และโบรชัวร์
สำหรับแผนการดำเนินงานธุรกิจจากนี้ไป มีแผนจะออกแบรนด์ใหม่ เน้นความเป็นธรรมชาติ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและความงามที่ปลอดสารเคมี โดยจะลอนช์ผลิตภัณฑ์ใหม่ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ ควบคู่กับการจัดแคมเปญการตลาด โดยเน้นจัดกิจกรรมโรดโชว์แนะนำสินค้าในพื้นที่ต่างจังหวัดอย่างครอบคลุม ทั้งการโฆษณาทางวิทยุชุมชน และจับมือกับร้านค้าจัดตั้งบูทประชาสัมพันธ์สินค้า ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังจะเพิ่มน้ำหนักในช่องทางขายออนไลน์มากขึ้น จากเดิม 2% ปรับขึ้นเป็น 5% โดยจะโฟกัสที่แบรนด์เบอกาม็อทเป็นหลัก เพื่อหนุนการเติบโตของยอดขายจากช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าทั่วไป โดยสัดส่วนผ่านช่องทางจัดจำหน่ายเดิม ยังคงเป็นสัดส่วนที่สูง เนื่องจากผู้บริโภคยังมีการซื้อสินค้าผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตในปริมาณมาก และทำให้สินค้าหมดอย่างเร็ว แม้ว่าร้านค้าอื่น ๆ จะมีการปิดทำการ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
นางสาวศิริกาญจน์ ระบุก่อนหน้านี้ว่า สำหรับตลาดต่างประเทศที่ผ่านมายังไม่เติบโตมากนัก เนื่องจากในต่างประเทศมีสินค้าที่ค่อนข้างหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันบริษัทมีสำนักงานอยู่ที่ประเทศเวียดนาม โดยนำผลิตภัณฑ์เบอกาม็อทเข้าไปวางจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดในประเทศเวียดนาม ส่วนประเทศลาว กัมพูชา และญี่ปุ่น จะเน้นการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก และการทำตลาดในแต่ละประเทศ ความยากง่ายจะไม่เหมือนกัน ดังนั้น บริษัทจะต้องศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อรุกตลาดต่างประเทศ