โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลเซนส์โบรกเกอร์ประกันฮอต แบงก์-น็อนแบงก์ ชิงเบี้ย 2 แสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 พ.ค. 2563 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2563 เวลา 10.11 น.

ธุรกิจแห่ขอไลเซนส์โบรกเกอร์ประกันภัยคึกคัก ยอดบริษัทใหม่เพิ่มปีละ 30-40 ราย “แบงก์-น็อนแบงก์” เอาด้วยชิงเค้กเบี้ยวินาศภัย 2 แสนล้านบาท “นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย” ชี้ธุรกิจรายใหญ่รุกหนักใช้ต่อยอดธุรกิจ เตือนโบรกเกอร์ประกันรายเล็กเริ่มอยู่ยาก แนะเร่งปรับตัวใช้เทคโนโลยี-ไม่ปฏิเสธควบรวมกิจการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธุรกิจนายหน้าประกันภัย (โบรกเกอร์) ในปัจจุบันมีจำนวนบริษัทที่ได้รับอนุญาต (ไลเซนส์) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พบว่า ปี 2563 นี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ 15 พ.ค. 2563) มีนิติบุคคลที่ยื่นขอใบอนุญาตโบรกเกอร์ประกันภัยรายใหม่แล้ว 8 ราย ได้แก่ 1.บริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค จำกัด 2.บริษัท ไอซีบีซี (ไทย) อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด 3.บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด 4.บริษัท เวิลด์ลีส จำกัด 5.บริษัท เคจีไอ อินชัวรันส์โบรกเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด 6.บริษัท เฟลิกซ์ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด 7.บริษัท เมกาฟิน โบรกเกอร์ จำกัด และ 8.บริษัท เมลโค อินชัวรันส์ เซอร์วิส เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด

ขณะที่ช่วง 5 ปีย้อนหลัง พบว่า มีการให้ไลเซนส์เพิ่มขึ้นราวปีละ 30-40 ราย

อย่างเช่นก่อนหน้านี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ก็ได้ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาทำธุรกิจโบรกเกอร์ประกันภัย คือ บริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค จำกัด หลังจากที่แบงก์ขายหุ้น บมจ.ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต (SCBLIFE) ออกไป ล่าสุด เมื่อเร็ว ๆ นี้ ธนาคารซิตี้แบงก์ประกาศจับมือกลุ่มเอไอเอ เปิดตัวบริษัท ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด ตั้งเป้าเจาะลูกค้าประกันชีวิตกลุ่มสินทรัพย์สูง

ด้านนายปรัชญา กุลวณิชพิสิฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ฟิลลิปประกันชีวิต และ บมจ.หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลุ่มฟิลลิป ถือใบอนุญาต (ไลเซนส์) โบรกเกอร์ประกันภัยอยู่ทั้งสิ้น 3 ไลเซนส์ เป็นบริษัทลูกของฟิลลิปประกันชีวิต 1 แห่ง ทำให้ปัจจุบันสามารถบริการได้ครบวงจร คือขายสินค้าประกันวินาศภัยได้ ส่วนไลเซนส์ที่เหลือเป็นบริษัทลูกของหลักทรัพย์ ฟิลลิป

“การอยู่ในตำแหน่งโบรกเกอร์จะได้เปรียบกว่า เวลาสร้างพอร์ตโฟลิโอ mix & match ให้ลูกค้า เพราะขายได้มากกว่า 1 บริษัท ไม่ต้องรับความเสี่ยงไว้เอง ไม่มีภาระผูกพัน แค่เจรจาตกลงค่าคอมมิสชั่นเท่านั้น” นายปรัชญากล่าว

นายจอม จีระแพทย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายตรวจสอบคนกลางประกันภัย สำนักงาน คปภ. กล่าวว่า ปัจจุบันนายหน้าประกันที่เป็นนิติบุคคลในระบบมีอยู่ 753 ราย แบ่งเป็น ไลเซนส์ที่ถือโดยน็อนแบงก์ 735 แห่ง โดยเป็นไลเซนส์โบรกเกอร์ประกันวินาศภัย 456 ราย นายหน้าประกันชีวิต 182 ราย นายหน้าประกันที่ขายทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย 71 ราย และนายหน้าประกันภัยต่ออีกประมาณ 34 ราย และไลเซนส์ที่ถือโดยธนาคารพาณิชย์ราว 18 ราย ซึ่งขายทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย

นายชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจประกันในปัจจุบัน เบี้ยประกันส่วนใหญ่มาจากการขายผ่านช่องทางนายหน้าประกันภัย (โบรกเกอร์) คิดเป็นสัดส่วนราว 80% ของเบี้ยรับรวมกว่า 2 แสนล้านบาทในอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย โดยเจ้าตลาดจะเป็นกลุ่มธุรกิจดั้งเดิม อย่าง บมจ.ทีคิวเอ็ม (TQM) ขณะเดียวกันก็มีธนาคารพาณิชย์ (แบงก์แอสชัวรันซ์) และผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (น็อนแบงก์) ทำธุรกิจโบรกเกอร์กันมากขึ้น จนส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) เริ่มขยับขึ้นมาอยู่ใน 10 อันดับแรก ซึ่งรวม ๆ แล้ว กลุ่มเหล่านี้กินมาร์เก็ตแชร์อยู่มากกว่า 50%

ส่วนที่เหลือจะเป็นบริษัทต่างชาติ บริษัทลูกของบริษัทประกัน และบริษัทลูกขององค์กรใหญ่ ๆ ที่ตั้งโบรกเกอร์ขึ้นมาแข่งขันเปรียบเทียบราคา เนื่องจากต้องซื้อประกันภัยเป็นหลักหลายร้อยล้านบาทต่อปี

“เราพบว่าวันนี้คนที่มาขอจดทะเบียนโบรกเกอร์ประกันแทบจะไม่มีรายเล็กเลย บางรายทุนจดทะเบียนเป็นหลักหลายสิบล้าน บางเจ้าเป็นหลักร้อยล้าน และระยะหลังส่วนใหญ่มาขอเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งจะมีแบ็กอัพเป็นบริษัทต่างชาติหรือบริษัทใหญ่ ๆ เกือบทั้งสิ้น ดังนั้นธุรกิจโบรกเกอร์วันนี้กลายเป็นเกมแข่งขันธุรกิจรายใหญ่ที่มีลูกค้าในมือ ส่วนโบรกเกอร์รายเล็ก ๆ ที่จะอยู่รอดได้คือ 1.ต้นทุนต้องต่ำ 2.มีเทคโนโลยีมาช่วย และ 3.ไม่ปฏิเสธการควบรวม (M&A)” นายชนะพันธุ์กล่าว

นายชนะพันธุ์กล่าวว่า ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ถือเป็น “big change” (การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่) ที่กระทบธุรกิจประกันทั้งรายใหญ่และรายเล็ก โดยเฉพาะตลาดประกันรถยนต์ที่เป็นพอร์ตใหญ่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากผู้ใช้งานรถน้อยลงและจำกัดรายจ่าย ดังนั้นบริษัทประกันและโบรกเกอร์ต้องปรับตัว ดึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า เพื่อบริการได้ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง ซึ่งจะส่งผลให้สินค้าในอนาคตจะเป็นแบบเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ หรือประกันสุขภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...