โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สบส. ช่วยเหลือหมอนวดเกือบแสนราย หลังถูกระงับทะเบียน เหตุสมาคมฯทำผิดกม.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 มี.ค. 2562 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2562 เวลา 08.30 น.

สบส. หาทางช่วยหลังหมอนวดกว่าแสนไร้ทะเบียน เหตุสมาคมนวดไม่ปฏิบัติตามกม.ในการฝึกสอน เบื้องต้นถกโรงเรียนนวดรับสอนฟรีแล้ว      ด้าน “วิทยากรหมอนวด” เผยเหตุเข้าอบรม เพราะเห็นอยู่ในกระทรวงฯ คิดว่าเชื่อได้    

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม  นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)  กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเยียวยาหมอนวดเกือบ 1 แสนราย ที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนกับ สบส.ได้ เนื่องจากเข้ารับการอบรมนวดจากหน่วยงานสาขา หรือเฟรนไชน์ที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนว่า ขณะนี้ได้มีการประสานไปยังโรงเรียนนวดเอกชนที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจาก สบส.แล้ว ซึ่งก็ยินดีให้ความร่วมมือในการสอนหมอนวดกลุ่มดังกล่าวฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จึงไม่ต้องกังวล เพราะหากผ่านการอบรมถูกต้องก็จะได้รับการขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

ด้าน นายกรด โรจนเสถียร นายกสมาคมสปาไทย กล่าวว่า จากการหารือเบื้องต้นกับ สบส. ทางสมาคม สปาไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนของโรงเรียนสอนนวดที่ได้ขึ้นทะเบียนถูกต้องแล้วนั้น ยินดีเข้ามาให้การช่วยเหลือ ช่วยสอนหมอนวดที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ฟรี โดยทำในลักษณะจิตอาสา ไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย หากหมอนวดเหล่านั้นสามารถผ่านการสอบและฝึกอบรมเกิน 70 เปอร์เซ็นต์  ทางโรงเรียนจะออกใบรับรองการเรียนนวดให้เพื่อที่จะได้นำเอกสารดังกล่าวไปขึ้นทะเบียนหมอนวดได้ อย่างไรก็ตาม คนที่มีปัญหาอาจจะไม่สามารถถือเอกสารแล้วเดินเข้ามาที่สมาคมฯ ได้เลย เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้เอง ดังนั้น  ต้องให้ สบส. เป็นผู้รวบรวมรายชื่อส่งมาให้ และกระจายไปยังโรงเรียนต่างๆ แทน อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดหลักสูตร วิธีการประเมินตรงนี้จะมีการหารือกับ สบส.อย่างเป็นทางการอีกครั้งในสัปดาห์นี้

 

ด้าน นางเอ นามสมมติ ผู้นวดที่เข้ารับการฝึกอบรมครูนวดแผนไทยจากสมาคมแห่งหนึ่ง ซึ่งกรม สบส.มีคำสั่งระงับการชึ้นทะเบียนผู้นวดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสมาคมดังกล่าว กล่าวว่า  ตนเป็นหมอนวดที่ผ่านการเรียนทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และการเก็บเคสนวด รวมถึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหมอนวดอยู่แล้ว ต่อมาก็พบว่ามีสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งหนึ่งย่านกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี มีการประกาศรับอบรมวิทยากรครูนวด โดยมีการบอกว่าเมื่อจบแล้วสามารถไปสอนนวดได้ ตนมองว่าตัวเองก็ทำงานมาระยะหนึ่ง ช่วยให้คนที่ปวดเมื่อร่างกายรู้สึกดีขึ้น จึงมั่นใจในตัวเองว่าน่าจะสามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่นได้ พอเห็นสมาคมดังกล่าว ตั้งอยู่ในพื้นที่กระทรวงสาธารณสุขทำให้คิดว่าเป็นหน่วยงานของกระทรวงจริง จึงไปสมัครอบรมเป็นวิทยากร ซึ่งคนอื่นๆ ที่เข้าไปอบรมก็เข้าใจแบบเดียวกัน มั่นใจว่าเมื่อจบจากที่นี่แล้วนะสามารถพูดได้ว่าผ่านการฝึกอบรมวิทยากรของสมาคมดังกล่าว และพ่วงท้ายด้วยคำว่ากระทรวงสาธารณสุข โดยมีการจ่ายค่าอบรม 6,200 บาท

นางเอ นามสมมติ กล่าวต่อว่า หลังจากอบรมวิทยากรแล้ว พบว่าที่เราเรียนมา แล้วไปสอนคนอื่นต่อนั้นตน ไม่สามารถออกใบรับรองให้กับนักเรียนของตัวเองได้ ถ้าจะให้ลูกศิษย์ได้รับใบรับรอง หลังจากที่เราอบรมเสร็จแล้วต้องส่งเอกสาร ของผู้เรียนทั้งบัตรประชาชน รูปถ่าย ทะเบียนบ้าน พร้อมเงิน  600 บาท ไปให้สมาคมฯ เพื่อให้สมาคมเป็นผู้ออกใบประกาศให้กับลูกศิษย์ของตน ซึ่งการทำแบบนี้ถือว่าผิด และตนก็เพิ่งทราบว่าผิด เป็นการซื้อขายใบประกาศมาให้นักเรียนของเรา แต่ ตามกฎหมายกระทรวงศึกษาธิการระบุว่า หากคุณสอนที่ไหน ต้องออกเอกสารที่นั่น หากอยากเปิดสอนก็ต้องไปยื่นเอกสารขอเปิดสอนที่กระทรวงศึกษาธิการ ไม่ใช่ทำแบบนี้ ตนจึงเลิกทำ

“มีคนมาเรียนวิทยากรเยอะ ทั่วประเทศ ทำให้มีผู้เสียหายเยอะ บางครั้งพอมาสอนก็ไม่สอนจริง มีการขายใบประกาศ เช่น แค่มาสมัครกับวิทยากรคนหนึ่ง จ่าย 2,500  บาท พร้อมรูปถ่าย แล้วเอารูปถ่ายนี้ส่งไปให้ทางสมาคมฯ พร้อมเงิน 600 บาทก็จะได้ใบประกาศ สรุปวิทยากรได้ 1,900 บาท สมาคมฯ ได้ 600 บาท ได้ใบประกาศทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผลเสียคือหมอนวดไปนวดโดยไม่มีความรู้จริง เสี่ยงนวดคนตาย พิการ” นางเอ กล่าว

ขณะที่ นางสาวบี นามสมมติ ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรครูวิทยากi และเคยเปิดศูนย์สาขาสมาคมแพทย์แผนไทยดังกล่าว ในแถบภาคกลาง กล่าวว่า ตนไปอบรมวิทยากร ประมาณ 2 ปี ที่ผ่านมา จากนั้น 3-4 เดือน เข้าร่วมเป็นศูนย์สาขาของสมาคมฯ โดยต้องจ่ายค่าป้าย “ศูนย์สาขา…” ประมาณ 1 แสนบาท เหมือนการซื้อเฟรนไชน์ เพื่อให้ลูกศิษย์เรามีสิทธิได้รับใบรับรองจากสมาคมฯ โดยเราคิดค่าสอนคอสละ 3,000 บาท อบรมเสร็จส่งเอกสารรูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านของลูกศิษย์ พร้อมเงินไปให้สมาคมออกใบรับรองให้ จำได้ว่า 2 ใบ ประมาณไม่ถึง 1,000 บาท แต่พอทำแล้วลูกศิษย์เราขึ้นทะเบียนไม่ได้ก็เลยหยุด จริงๆ ตอนแรกไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นผิด เพราะต้องยอมรับว่าสบส.เองก็เข้ามาในตอนหลัง ในขณะการอบรม หรือการเปิดสาขาฯ ต่างๆ นั้นเขาทำกันมาก่อนโดยในลักษณะที่ทำต่อๆ กันมา โดยที่ก็ไม่มีใครเคยออกมาบอก แต่ที่ไม่เข้าใจคือ พอหลังมีกฎหมายออกมาบังคับจริงๆ แล้วก็ยังพบว่ามีสาขา ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอยู่

“เรายังไม่ได้คืนทุนจากการเปิดศูนย์สาขาที่ต้องจ่ายค่าป้ายไปเป็นแสน เพราะเราคิดค่าสอนไม่แพง แต่ที่ทำอยากให้หมอนวดที่อยากมีอาชีพ เลยไม่ได้ทำกำไร แต่พอทำแล้วลูกศิษย์เราขึ้นทะเบียนไม่ได้ก็เลยหยุด ไม่อยากทำร้าย ซึ่งเขาเองก็เป็นคนที่มีรายได้ไม่มากอยู่แล้ว เราถอย และยกเลิกการเป็นศูนย์สาขาฯ แล้วไปขึ้นทะเบียนเป็นศูนย์ทดสอบฝีมือของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานแทน ตรงนี้ไม่ได้มีการสอนนวดแล้ว แต่ทำการทดสอบฝีมือเพียงเท่านั้น” นางสาวบี กล่าว

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...