โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“เป็นเบาหวาน” ต้องงด...หรือแค่ลด(ของ)หวานก็พอนะ?

Health Addict

อัพเดต 07 ม.ค. 2563 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2563 เวลา 03.20 น. • Health Addict

อึ้งรับปีใหม่ไปแบบงงๆ เมื่อจู่ๆ ผลตรวจสุขภาพประจำปีก็บอกว่าค่าน้ำตาลในเลือดสูงทะลุเพดาน แถมคุณหมอก็ฟันธงมาแบบไม่รีรอว่า “คุณเป็นโรคเบาหวาน” แล้วแบบนี้จะยังตะลอนในทุ่งขนมหวานแสนรักได้อยู่มั้ย หรือต้องโบกมือเซย์กู้ดบายแบบลาขาด อ่ะๆ รีบปาดน้ำตาซะ! เพราะสิ่งที่เราจะบอกคุณ…ไม่ได้แย่อย่างที่คิด

เมนู(ขนม)หวานจัดแบบนี้! เห็นที…ต้องเลิกขาด
เพราะเมนูของหวานนั้นมีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภท และระดับความหวานก็แตกต่างกันออกไป ซึ่งลิสต์ของหวานที่ผู้ป่วยเบาหวาน “ควรงด” ส่วนใหญ่ก็จะตกอยู่ในกลุ่มของขนมไทย อย่าง ทองหยิบ ทองหยอด สังขยา ขนมหม้อแกง รวมถึงเมนูเชื่อมหรือกวน
แต่ถ้า(ขนม)หวานไม่จัด…ก็พอหยวนๆ ได้นะ!
ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าวิถีการกินของผู้ป่วยเบาหวานไม่ได้อดอยากหรือแย่อย่างที่คิด เพราะ พญ.อยุทธินี สิงหโกวินท์ แพทย์หัวหน้าศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ รพ.พญาไท 2 ได้แนะนำว่า ขนมบางชนิดที่ไม่หวานจัด…ผู้ป่วยเบาหวานอาจทานได้บ้างเป็นครั้งคราว เพียงแต่ต้องเปลี่ยนไปงดข้าว ไขมัน หรือผลไม้ในมื้อนั้นๆ แทน เช่น ถ้ากินไอศกรีม 1 ก้อน ก็ให้งดผลไม้และอาหารทอดในมื้อนั้น หรือถ้ากินเค้กไม่มีหน้า 1 อันกลม ก็ให้งดข้าว 1 ทัพพีในมื้อนั้นแทน
แต่ๆ ก็ใช่ว่าจะอดข้าวเพื่อเก็บโควต้ามากินขนมแทนแทบทุกมื้อนะ เพราะหากกินแต่ขนมผู้ป่วยอาจไม่อิ่มหรือหิวบ่อย และก็เผลอเพิ่มลิสต์เมนูอาหารในมื้อนั้นๆ จนทำให้ไม่สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้
ขาดหวานเหมือนขาดใจ แบบนี้ใช้อะไรทดแทนได้บ้าง?
สาย(ของ)หวานต้องเคยได้ยินคำว่า “สารให้ความหวาน” หรือ “น้ำตาลเทียม” กันมาบ้าง ซึ่งถ้ายังลังเลว่าเลือกแบบไหนดี แล้วปริมาณเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม เราก็มีคำแนะนำจาก พญ.อยุทธินี สิงหโกวินท์ มาบอกด้วยนะ!
สำหรับน้ำตาลเทียมระดับตัวท็อป อย่าง “แอสปาร์แทม” นั้น ในแอสปาร์แทม 1 ซอง (38 มิลลิกรัม) จะให้ความหวานเท่ากับน้ำตาล 2 ช้อนชา ซึ่ง FDA ของสหรัฐอเมริกาก็ได้มีการทดสอบความปลอดภัย และอนุญาตให้ใช้ได้วันละ 50 มิลลิกรัมต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
ส่วน “ฟรุคโตส” เป็นน้ำตาลผลไม้ ที่มีรสหวานกว่าน้ำตาลทรายเกือบ 2 เท่า จึงใช้ปริมาณน้อยกว่าน้ำตาลทราย ระดับน้ำตาลในเลือดจึงสูงช้ากว่าน้ำตาลทรายนั่นเอง อ่ะ! แต่ถ้าใช้ในปริมาณมากก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงได้เหมือนกันนะ แถมยังให้พลังงานเทียบเท่ากับน้ำตาล เพราะฉะนั้น ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องความอ้วนไม่เหมาะกับน้ำตาลเทียมชนิดนี้
ถึงชีวิตจะไม่ต้องขาดหวานแบบถาวร แต่ก็คงจัดคอมโบ้เซ็ตตามใจปากไม่ได้อีกต่อไป เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยากทำได้แค่สูดกลิ่นของหวานเมนูโปรด ก็ใส่ใจดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่น้ำตาลในเลือดจะสูงปรี๊ด…จนถูกคุณหมอเบาหวานเรียกพบ!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...