โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รองเท้าวิ่ง "ระอุ" แต่ต้นปี แบรนด์ดังเร่งเปิดตัวรับโอลิมปิก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.พ. 2563 เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2563 เวลา 11.41 น.

ว่ากันว่า ปีนี้ตลาดรองเท้าวิ่ง แนวโน้มน่าจะคึกคักมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะได้อานิสงส์จากการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก 2020 ที่จะจัดขึ้นในเดือน ก.ค.นี้แล้ว ยังมีประเด็นร้อนเรื่องเทคโนโลยีรองเท้าวิ่ง มากระตุ้นความสนใจของผู้บริโภค

หลังจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ สหพันธ์กรีฑานานาชาติได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน รองเท้ารุ่น “เวเปอร์ฟลาย” (Vaporfly) ของไนกี้ ซึ่งช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ช่วยให้นักวิ่งหลายรายทำลายสถิติความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง เช่น “เอเลียด คิปโชเก” นักวิ่งชาวเคนยา ที่สามารถวิ่งฟูลมาราธอนในเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จนเกิดระเบียบใหม่สำหรับรองเท้าที่เหล่านักวิ่งจะสามารถใช้ได้ในการแข่งขันกีฬาอย่างเป็นทางการ เช่น ความหนาของส้นรองเท้า, จำนวนแผ่นคาร์บอน

แต่สาระสำคัญที่สุดซึ่งจะส่งผลต่อตลาดรองเท้าวิ่ง คือ รองเท้านั้น ๆ จะต้องหาซื้อได้ทั่วไป เวลาอย่างน้อย 4 เดือนก่อนการแข่งขัน

กฎข้อนี้ทำให้บรรดาแบรนด์รองเท้าต้องเร่งกำหนดการเปิดตัวสินค้าให้ทัน เส้นตายสุดท้าย คือ วันที่ 30 เมษายนนี้ เพื่อที่สินค้าของตนจะสามารถปรากฏตัวต่อสายตาชาวโลกในการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ได้ทัน ทำให้ตลาดรองเท้าช่วงไตรมาสแรกนี้คึกคักเป็นพิเศษ

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งได้รายงานถึงความเคลื่อนไหวของแบรนด์รองเท้าที่ปรับตัวกับกฎใหม่นี้แล้ว นำโดยตัวต้นเรื่อง “ไนกี้” ที่ประกาศเปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ในซีรีส์เวเปอร์ฟลายแบบฟ้าผ่า เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังประกาศของสหพันธ์กรีฑาฯออกมาไม่ถึง 1 สัปดาห์ โดยรองเท้ารุ่น “ซูม อัลฟ่าฟลาย เน็กซ์%” (Zoom Alphafly NEXT%) นั้นมีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎทุกประการ ไม่ว่าจะเป็น ส้นรองเท้าหนา 39.5 มม. บางกว่าข้อจำกัดอยู่ 0.5 มม. ใช้ชิ้นคาร์บอนเพียง 1 ชิ้น และจะวางขายทันวันที่ 30 มีนาคมนี้แน่นอน

“โทนี บิ๊กเนล” รองประธานฝ่ายนวัตกรรมรองเท้าของไนกี้ กล่าวว่า เมื่อมีกฎใหม่ออกมา เราก็ต้องมองหาโซลูชั่นใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาสินค้าไปอีกขั้น

ข้ามมายังฝั่งเอเชีย ผู้ผลิตรองเท้าสัญชาติญี่ปุ่นหลายรายเร่งปรับกำหนดการเปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ รวมถึงการตลาดอย่างเร่งด่วนเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากบรรดานักกีฬา เนื่องจากกำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก สะท้อนจากงานวิ่งผลัดระดับมหาวิทยาลัยรายการใหญ่อย่าง ฮาโกเนะ เอคิเด็น ที่ปีนี้นักวิ่ง 80% ใส่รองเท้าไนกี้ รวมถึงทีมชนะเลิศจากมหาวิทยาลัยอาโอยามา ที่ปีก่อน ๆ ใส่รองเท้าอาดิดาสมาตลอดด้วย

“โมโตอิ โอยามะ” ประธานและประธานบริหารของเอสิกส์ (Asics) หนึ่งในแบรนด์สินค้ากีฬาสัญชาติญี่ปุ่น และมีรายได้จากรองเท้ากีฬาถึง 80% ถึงกับออกมายอมรับว่า ในยกแรกนี้บริษัทแพ้ให้กับไนกี้เสียแล้ว

อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังพิจารณาปรับกำหนดการเปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ให้เร็วขึ้น จากเดิมมีกำหนดเปิดตัวช่วงฤดูร้อน พร้อมชูจุดขายด้านการรองรับแรงกระแทกบริเวณส้นเท้า และดีไซน์ปลายเท้าแบบใหม่ ช่วยผลักดันเท้าไปด้านหน้าได้มากขึ้น

ด้าน “มิซูโน่” (Mizuno) ผู้ผลิตสินค้ากีฬาอีกราย ได้ประกาศขยับกำหนดการเปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ให้เร็วขึ้นเช่นเดียวกัน โดยมีไฮไลต์เป็นแผ่นรองส้นเท้ารูปแบบเฉพาะ และได้นำไปให้นักวิ่งทดลองในงานฮาโกเนะ เอคิเด็นมาแล้ว และยังสามารถทำลายสถิติความเร็วได้ด้วย

ทั้งนี้ แม้รองเท้าวิ่งสำหรับแข่งขันจะเป็นเซ็กเมนต์ขนาดเล็ก แต่ถือเป็นเวทีแสดงศักยภาพของแบรนด์ ทำให้แต่ละรายต้องทุ่มเทเป็นพิเศษ “มาซามิ นาคานากะ” นักวิเคราะห์อาวุโสของบริษัทหลักทรัพย์ อิวาอิคอสโม อธิบายว่า ในธุรกิจรองเท้าวิ่งนั้นความสำเร็จของนักกีฬาจะช่วยดึงความสนใจของกลุ่มออกกำลัง และสร้างดีมานด์ให้กับสินค้าจากแบรนด์นั้น ๆ โดยเฉพาะมิซูโน่ ที่ปัจจุบันมีรายได้จากรองเท้าวิ่งเพียง 10% ของรายได้รวม จึงมีโอกาสเติบโตอีกมาก

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เชื่อได้ว่า ช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 ตลาดรองเท้าวิ่งอาจจะร้อนระอุอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...