โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เครื่องบินโดยสารของปาปัวนิวกินีวิ่งเลยรันเวย์ตกทะเล ผู้โดยสารและลูกเรือปลอดภัย

JS100

เผยแพร่ 28 ก.ย 2561 เวลา 11.21 น. • JS100:จส.100
เครื่องบินโดยสารของปาปัวนิวกินีวิ่งเลยรันเวย์ตกทะเล ผู้โดยสารและลูกเรือปลอดภัย

บีบีซีรายงานอ้างเจ้าหน้าที่สนามบินของไมโครนีเซีย เกาะเล็กๆทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกว่า ฝนตกหนักและทัศนะวิสัยแย่ส่งผลให้นักบินของสายการบินแอร์ นิวกินี ขับเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง737-800  พร้อมผู้โดยสาร 36 คนและลูกเรือ 11 คน รวม 47 คน วิ่งเลยรันเวย์ และตกลงไปในทะเล เหตุเกิดขณะลงจอดที่สนามบินบนเกาะวีโน รัฐชูก ไมโครนีเซียเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น.ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น แต่ผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนปลอดภัย แต่มีบางรายที่มีอาการกระดูกสะโพกแตกร้าวและจะต้องนำตัวไปยังโรงพยาบาล

เหตุเกิดขณะนักบินนำเครื่องบินแวะลงจอดบนเกาะวีโน หลังการบินมาจากเกาะพอห์นเพ (ของไมโครนีเซีย) มุ่งหน้ายังกรุงพอร์ตมอร์สบี ปาปัวนิวกินี ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนเรื่องนี้โดยละเอียด ด้านนายบิลล์ เจนส์ ผู้โดยสารบอกกับนักข่าวว่าเขาไม่เคยนึกฝันว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ในตอนแรกเขาคิดว่าเครื่องบินลงจอดในลักษณะกระแทกรันเวย์อย่างแรง ต่อมาเห็นช่องที่ด้านข้างของเครื่องบินและมีน้ำทะเลไหลเข้าเครื่องบินอย่างรวดเร็ว ก็คิดว่าไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ระบุว่าน้ำทะเลไหลเข้ายังห้องโดยสารของเครื่องบินสูงระดับหน้าอกก่อนที่หน่วยกู้ภัยจะเข้าไปช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือ

ด้านดร.เจมส์ ยาอินเจลูโอ จากโรงพยาบาลของรัฐชูก หนึ่งในทีมแพทย์ฉุกเฉินที่รุดไปยังที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่าทันทีที่ประตูเครื่องบินเปิดออก ทุกอย่างดูจะสับสนอลหม่านไปหมด ทุกคนพยายามจะตรงไปยังประตู เพื่อออกจากเครื่องบิน โชคดีที่มีเรือประมงราว 20 ลำในบริเวณนั้นรุดไปช่วยผู้โดยสารและหน่วยกู้ภัยสามารถช่วยเหลือทุกคนออกจากเครื่องบินโดยปลอดภัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...