โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เฟร็ด และ โรสแมรี เวสต์ ฆาตกรที่คล้ายคดี ‘Loch Henry’ จากซีรีส์ Black Mirror ซีซัน 6

The Momentum

อัพเดต 06 ก.ค. 2566 เวลา 05.33 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2566 เวลา 05.33 น. • กฤตนัย จงไกรจักร

***มีการเปิดเผยเนื้อหาซีรีส์ Black Mirror ตอน Loch Henry***

ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Netflix ปล่อย Original Content อย่างซีรีส์Black Mirrorซีซันที่ 6 ออกมาทั้งสิ้น 5 ตอน พร้อมอัดแน่นประเด็นล้อเลียนและเสียดสีจริยธรรมของมนุษย์ต่อเทคโนโลยีได้ยอดเยี่ยม จนได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนคลับเช่นเคย

แต่ภายหลัง มีคำถามสงสัยตามมากับตอนที่ชื่อว่า Loch Henry ที่ผู้ชมมองว่า คอนเซปต์ที่เกิดขึ้นภายในเรื่องดันหลุดจากขนบความเป็นBlack Mirror

Loch Henryเล่าถึงเรื่องราวของคู่รักนักศึกษาภาพยนตร์ ที่เดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัวของฝ่ายชาย ภายในเมืองที่อยู่ใกล้กับทะเลสาบ Loch Henry ประเทศสกอตแลนด์ (ชื่อทะเลสาบดังกล่าวถูกสมมติขึ้นมา โดยมีการถ่ายทำจริงที่อุทยานแห่งชาติ Loch Lomond ในประเทศสกอตแลนด์) โดยทั้งคู่มีแผนเดินทางไปถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับนักสะสมไข่ที่อยู่ในเมืองใกล้เคียง แต่เมื่อแฟนสาวได้รับรู้ถึงตำนานคดีฆาตกรรมของ เอียน บะแดร์ (Iain Adair) ที่เกิดขึ้น ณ Loch Henry เธอจึงเปลี่ยนใจหันมาถ่ายทำเรื่องราวของฆาตกรรายนี้ กระทั่งนำไปสู่ความจริงชวนขนหัวลุกว่า พ่อและแม่แฟนหนุ่มของเธอนั้น คือผู้สมรู้ร่วมคิดคดีฆาตกรรม

แม้บทสรุปจะปรากฏว่า หญิงสาวผู้โชคร้ายเสียชีวิต รวมไปถึงแม่ของแฟนหนุ่มที่ถูกเปิดเผยความชั่วร้ายตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่สารคดีเรื่องดังกล่าวกลับเข้ารับการชิงรางวัล ทำให้แฟนหนุ่มของเธอกลายสถานะเป็นผู้กำกับชื่อดังที่ทั้งนายทุน ผู้ผลิต และผู้ชมให้ความสนใจ สาเหตุเพราะสารคดีสามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้ครบรส ด้วยองค์ประกอบศิลป์อันสวยงาม มีการเจ็บจริงและตายจริงระหว่างการถ่ายทำ

ถึงตรงนี้ผู้ชมหลายคนเริ่มตั้งคำถามถึง ‘แก่น’ ของซีรีส์ตอนนี้ ว่ามีความไซไฟ (Sci-i) หรือเกี่ยวข้องกับด้านมืดของเทคโนโลยีอย่างไร ในเมื่อตลอดทั้งเรื่องปรากฏฉากหลังเป็นเพียงเหตุฆาตกรรม ในเมืองชนบทเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หากลองพิจารณาถี่ถ้วนจะพบว่า Loch Henry เป็นซีรีส์ไม่กี่ตอนของ Black Mirrorที่ถ่ายทอดด้านมืดของการใช้เทคโนโลยีได้สมจริงและใกล้เคียงกับพฤติกรรมของมนุษย์ทุกวันนี้มากที่สุด เพราะสามารถสะท้อนพฤติกรรมของมนุษย์ที่นิยมชมชอบกับเหตุการณ์ระทึกขวัญ และมักให้ความสนใจมากเป็นพิเศษหากเหตุการณ์นั้นอุดมด้วยความรุนแรง มีการสูญเสียจริง รวมไปถึงวิธีการบอกเล่าผ่านความเป็นภาพยนตร์ ที่ผู้กำกับบดบังความหม่นหมองของเนื้อหาด้วยการจัดฉากเน้นความสวยงามแทบทุกเฟรม

“แนวคิดของซีรีส์ตอนนี้เริ่มขึ้นตอนที่ผมดูสารคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในสกอตแลนด์กับภรรยา ผมประหลาดใจมากที่ในการถ่ายทอดเรื่องราวสยองขวัญเช่นนี้ กลับใช้โดรนบินเก็บภาพแทบทุกฉาก ตั้งแต่ทิวเขาจรดทะเลสาบ พลันเกิดความรู้สึกว่า ฉันอยากไปเที่ยวพักผ่อนในสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมเช่นนี้บ้าง” ชาร์ลี บรูเกอร์ (Charlie Brooker) ผู้เขียนบทซีรีส์ตอนนี้เล่าถึงที่มาของ Loch Henry

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องราวของ เอียน บะแดร์ ฆาตกรภายในเรื่อง โดยเนื้อหาช่วงที่เกิดเหตุฆาตกรรม เขาลักพาตัวนักท่องเที่ยวมาเพื่อทรมานและลงมือฆ่า ส่วนพ่อของแฟนหนุ่มตัวเอกของเรื่องที่เป็นตำรวจ เป็นผู้ที่เข้าไปจับกุม เอียน บะแดร์ ก่อนนายตำรวจจะถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัส กระทั่ง เอียน บะแดร์ ได้ชิงฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา

ทว่าในท้ายที่สุด เรื่องราวเฉลยว่า ทั้งพ่อและแม่ของแฟนหนุ่มคือผู้บงการเรื่องราวทั้งหมด โดยใช้เอียน บะแดร์ เป็นตัวละครบังหน้าและรับผิดแต่เพียงผู้เดียว โดยฝ่ายผู้เป็นแม่คือผู้กุมความลับนี้มานานสิบปี

แม้จะไม่มีการยืนยันออกมาจากชาร์ลีว่า เรื่องราวของ เอียน บะแดร์ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคดีฆาตกรรมไหน แต่ก็มีการคาดการณ์โดย เกร็ก แม็กอาร์เธอร์ (Greg MacArthur) นักวิจารณ์ภาพยนตร์จากค่าย ScreenRant ที่ลงความเห็นว่า คดีฆาตกรรมของเอียน บะแดร์ ดูมีความใกล้เคียงกับเรื่องราวของฆาตกรนาม เฟร็ดและโรสแมรี เวสต์ ในประเทศอังกฤษ ทั้งนี้ คดีฆาตกรรมดังกล่าวมีความคล้ายคลึงตรงที่เกิดในบ้านย่านชนบท และกระทำการโดยฝีมือสองสามีภรรยา ที่เก็บความลับมาได้นานหลายสิบปี

สำหรับ เฟร็ด เวสต์ (Fred West) และโรสแมรี เวสต์ (Rosemary West) คือคู่สามีภรรยาที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ปลิดชีพหญิงสาวไป 10 ราย โดยพวกเขาทำตัวเป็นเจ้าของบ้านใจดี คอยยื่นข้อเสนอที่พักหรืองานพี่เลี้ยงเด็กมาให้หญิงสาวดวงกุด และเมื่อไรที่พวกเธอหลงกลเข้าบ้านเลขที่ 25 ถนนครอมเวลล์ กลางเมืองโคลเชสเตอร์ ประตูนรกก็เปิดอ้าทันที หญิงสาวถูกมัดมือไขว้ ปิดปากด้วยสก็อตเทป ก่อนถูกข่มขืน ทรมาน และฆ่า บ้างก็ถูกหั่นแยกชิ้นส่วนเพื่อนำไปฝัง บ้างก็ถูกฝังอำพรางใต้ผืนดินในสวนหลังบ้าน

นับตั้งแต่ลงมือฆาตกรรมครั้งแรกในปี 1971 ทั้งคู่ลักพาตัวและฆ่าเหยื่อกว่า 10 ชีวิต กระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงปี 1992 ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านของพวกเขา หลังได้รับรายงานว่า มีการลักพาตัวหญิงสาวในบ้านแห่งนี้

ในวันนั้น ตำรวจพบหลักฐานจำนวนมากที่แสดงถึงพฤติกรรรมโหดเหี้ยมของเฟร็ดและโรสแมรี ไม่ว่าจะเป็นภาพโป๊เปลือยของเหยื่อที่กองสูงเป็นภูเขา อุปกรณ์สำหรับทารุณกรรม และเมื่อขุดสวนหลังบ้านก็พบซากกระดูกของเหยื่อมากกว่า 10 ชีวิต โดยหนึ่งในนั้นเป็นศพของ เฮเธอร์ เวสต์ (Heather West) ลูกสาวของพวกเขาเอง

ที่น่าสยดสยองกว่านั้นคือพฤติกรรมของทั้งคู่ เนื่องจากตำรวจพบว่า เฟร็ดและโรสแมรียังคงใช้ชีวิตปกติสุขอยู่ในบ้านหลังนั้น ท่ามกลางศากซพและกลิ่นคาวเลือดที่อบอวลไปทุกอณู

ท้ายที่สุด สามีภรรยาใจโฉดถูกจับกุมด้วยคดีฆาตกรรม แต่ก่อนที่จะมีการพิจารณาคดี เฟร็ดได้ฆ่าตัวตายภายในเรือนจำ ส่วนโรสแมรีถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในเวลาต่อมา

ที่มา

https://screenrant.com/black-mirror-season-6-loch-henry-criticism-misses-point/

https://screenrant.com/black-mirror-loch-henry-iain-adair-killer-real-fake/

https://criminalminds.fandom.com/wiki/Fred_and_Rosemary_West

https://www.walesonline.co.uk/lifestyle/tv/fred-rose-west-how-many-24831794

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...