โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิวเกม] Dokapon Kingdom: Connect เกมทำลายมิตรภาพในตำนานกลับมาแล้ว

BT Beartai

อัพเดต 01 มิ.ย. 2566 เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2566 เวลา 04.54 น.
[รีวิวเกม] Dokapon Kingdom: Connect เกมทำลายมิตรภาพในตำนานกลับมาแล้ว
[รีวิวเกม] Dokapon Kingdom: Connect เกมทำลายมิตรภาพในตำนานกลับมาแล้ว
[รีวิวเกม] Dokapon Kingdom: Connect เกมทำลายมิตรภาพในตำนานกลับมาแล้ว

Dokapon Kingdom: Connect จุดเด่น เกมเพลย์ยังคงสนุกทำลายมิตรภาพเหมือนเดิม มีโหมดออนไลน์ให้เล่น จุดสังเกต กราฟิกตกยุคไปไกล ระวังทะเลาะกับเพื่อนเพราะเกมนี้ 8

สำหรับบอร์ดเกมบนคอนโซลที่นอกจาก Mario Party แล้วยังมี Dokapon อีกหนึ่งตำนานที่ออกในยุค 90S ภาคแรกออกบน Super Famicom แต่ภาคที่คนไทยนิยมเล่นจะอยู่บน Playstation 1 และขึ้นชื่อเรื่องการทำลายมิตรภาพผู้เล่นไม่แพ้เกมลุงหนวด แม้ว่าภาพลักษณ์ภายนอกจะดูน่ารักเหมือนเกมสำหรับเด็กน้อยก็ตาม และล่าสุดมันกลับมาอีกครั้งในชื่อ Dokapon Kingdom: Connect

โดยเกม Dokapon Kingdom: Connect ออกวางขายบน Nintendo Switch ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และเพิ่งจะออกเวอร์ชันภาษาอังกฤษไป ทำให้แฟนชาวไทยได้เล่นแบบอ่านออกรู้เนื้อเรื่อง ถือว่าไม่บ่อยนักที่ซีรีส์ Dokapon จะถูกสร้างและมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ และคราวนี้เป็นการยำรวมเอาความคลาสสิกของภาคเก่า และยังเพิ่มสิ่งใหม่เข้ามาหลายส่วนด้วย

ส่วนเนื้อเรื่องในภาคนี้จะแบ่งออกเป็น Chapters ซึ่งผู้เล่นจะได้รับบทเป็นผู้กล้าปกป้องอาณาจักรจากการรุกรานของปีศาจ ที่เนื้อเรื่องอาจจะไม่ได้มีความละเอียดหรือลงลึกอะไรมากนักตามรูปแบบการเล่นที่เน้นเกมเพลย์มากกว่า เพราะว่ามันจะเล่าเกี่ยวกับการปกป้องเมืองและการออกล่าหาสมบัติเพื่อให้เมืองกลับมายิ่งใหญ่และร่ำรวยอีกครั้ง ที่ผู้เล่นจะเลือกได้ว่าจะเป็นอาชีพอะไรและเลือกเพศได้ด้วย

กราฟิกย้อนยุคไปไกล

สิ่งแรกที่อาจจะสร้างความผิดหวังคือกราฟิก จริงอยู่ที่มันออกบนคอนโซลลูกผสมอย่าง Nintendo Switch ที่ไม่ได้มีสเปกแรงอะไรแต่ก็น่าจะทำได้ดีกว่านี้สักหน่อย เพราะมันเหมือนเกมสมัย PS2 ไม่รู้ว่าทีมงานตั้งใจทำกราฟิกให้ย้อนยุคหรือว่าไม่มีทุนจะทำให้ดีกว่านี้ อย่างไรก็ตามสำหรับแนวทางการเล่นที่เน้นเกมเพลย์มากกว่าทำให้อาจจะไม่ใช่ข้อเสีย

ส่วนเพลงและเสียงประกอบก็มาแนวทางน่ารักเพื่อให้เข้ากับกราฟิกที่เหมือนการ์ตูนสำหรับเด็ก แน่นอนว่ามันดูเชยเหมือนกราฟิกเพราะมันเหมือนเกมที่วางขายช่วงต้นยุค 2000S แถมยังไม่มีเพลงธีมอะไรให้ติดหูน่าฟังนัก แต่ก็ไม่ได้ดูแย่มันช่วยเสริมให้การเล่นดูดีขึ้นและมีการลงทุนใส่เสียงพากย์มาตลอดการเล่นส่วนนี้ทำออกมาได้ดีเหมือนเดิม

เกมเพลย์บอร์ดเกมผสม RPG

รูปแบบการเล่นเบื้องต้นก็เหมือนกับบอร์ดเกมทั่วไป ที่เมื่อเลือกสร้างตัวละครและอาชีพเรียบร้อยแล้วในโหมดหลักจะบังคับตัวละครเดินบนฉากแผนที่ และใช้หลักการแบบเดียวกับการทอยลูกเต๋าเพื่อเดินไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้เป็นเส้นทาง และตามทางจะมีการพบเจอศัตรูรวมทั้งมีร้านค้า, บ้านเมืองและปราสาทไว้ทำเนื้อเรื่องด้วย และมีการต่อสู้เพื่อยึดครองเมือง ซึ่งเมื่อได้มาครองแล้วก็จะสามารถเก็บค่าผ่านทางได้

ส่วนระบบเดิมที่โดดเด่นยังคงอยู่คือระบบ RPG แบบเทิร์นเบสที่ใส่คำสั่งแล้วโจมตี แต่จะโดดเด่นกว่าเพราะมีการใช้ระบบสุ่มเดาใจกัน ก่อนเล่นจะต้องเลือกว่าใครจะเริ่มโจมตีก่อนและอีกฝ่ายต้องป้องกัน ความสนุกจะอยู่ตรงที่ผู้เล่นจะต้องเดาว่าคู่ต่อสู้จะใช้ท่าอะไร เพราะหากเราเดาได้ถูกและใช้ท่าได้ถูกต้องมันจะโจมตีได้รุนแรงมาก แต่ตรงกันข้ามหากเราเดาทางผิดก็จะโจมตีไม่เข้าหรือหลบหลีกได้

โหมดเดิมก็มีและมาพร้อมโหมดใหม่ด้วย

ซึ่งเมื่อผู้เล่นหยุดอยู่จุดเดียวกันจะเป็นการต่อสู้กันเองซึ่งเป็นจุดเด่นของซีรีส์มายาวนานมาก เพราะมันจะเป็นตัวทำลายมิตรภาพได้ ยิ่งการนั่งเล่นตัวติดกันแบบเกมในยุคก่อนด้วยแล้วยิ่งทำให้เกิดการกระทบกระทั่งนอกจอได้ เพราะนอกจากจะสนุกตอนเดาทางกันแล้ว เมื่อเกิดการแพ้ชนะกันแล้วยังสามารถยึดไอเทม, เงิน หรือยึดเมืองได้ รวมทั้งมีการหักหลังกันทำให้อาจจะเกิดการผิดใจกันได้ แต่มันก็กลายเป็นจุดเด่นจนเป็นตำนานที่ในภาคนี้ก็ยังคงมี และข่าวดีคือมีการใส่ระบบออนไลน์มาให้เล่นด้วยเพื่อไม่อยากเล่นแบบเห็นหน้ากัน

และนอกจากการต่อสู้ที่สนุกเพราะต้องเดาใจกันแล้ว ภารกิจหลักผู้เล่นต้องเก็บรวบรวมสมบัติ, เงินและไอเทมให้มากที่สุด ซึ่งจะได้มาระหว่างการเล่นเพราะมีกิจกรรมมากมายรอให้เราสัมผัสนอกจากการต่อสู้ ยังมีทั้งการเล่นการพนันในบ่อน (ในเกม) มีการหลอกล่อเอามาจากเพื่อนร่วมทีม และการออกปล้นคนในเมือง ฟังดูแปลก ๆ สำหรับคนที่ไม่เคยเล่น แต่มันถือว่าเป็นสีสันของซีรีส์นี้มาตั้งแต่ภาคแรก

ข้อดีอีกส่วนที่ทำให้ภาคนี้น่าเล่นคือความยิ่งใหญ่ของฉากที่ซับซ้อนและยาวกว่าเดิม รวมทั้งมีอะไรให้ทำมากกว่าเดิมด้วย ซึ่งมีความหลากหลายทางภูมิประเทศและจะมีศัตรูที่แตกต่างกันด้วยเรียกว่าผู้สร้างลงทุนมากกว่าเดิม และยังมาพร้อมกับทางแยกที่เป็นด่านลับรอให้เราค้นหาอีกเพียบ เรียกว่าหากคุณชอบความหลากหลายภาคนี้ถือว่าจัดเต็มพอตัว

ส่วนโหมดใหม่ในภาคนี้ก็มีการใส่เข้ามามากถึง 3 โหมด ที่มีทั้ง Town Race ที่แข่งกับเพื่อนเพื่อไปปลดปล่อยเมืองใครใช้เวลาน้อยที่สุดชนะไป ต่อด้วยโหมด Kill Race ที่ในโหมดนี้ต้องต่อสู้กำจัดศัตรูให้มากที่สุดก็จะชนะไป และปิดท้ายกับ Shopping Race ที่ต้องแข่งกันหาไอเทมพิเศษที่อยู่ในร้านค้าและเมื่อได้มาแล้วต้องเดินกลับมาจุดเริ่มต้นก็จะเป็นผู้ชนะ ถือว่าเป็นของใหม่ที่เสริมให้เกมเล่นได้ยาวนานกว่าเดิม

การกลับมาของ Dokapon Kingdom: Connect ยังคงมาพร้อมกับการเป็นเกมกระดานผสม RPG ที่มาพร้อมกับการเป็นเกมทำลายมิตรภาพเหมือนเดิม เสียดายเล็กน้อยที่ผู้สร้างไม่ลงทุนทำกราฟิกให้ดูดีกว่านี้ ทำให้งานด้านภาพดูย้อนยุคไปหน่อย แต่มองที่เกมเพลย์มันยังคงสนุกน่าเล่นเหมือนเดิมใครเกิดทันตำนานสมัย PS1 ไม่ควรพลาดที่จะหามาเล่นกัน

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...