โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[บทความ] ค้นความต่าง สเปนยุคทอง 2012 VS สเปนยุคใหม่ 2024

BT Beartai

อัพเดต 18 ก.ค. 2567 เวลา 15.02 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2567 เวลา 15.01 น.
[บทความ] ค้นความต่าง สเปนยุคทอง 2012 VS สเปนยุคใหม่ 2024

ศึกยูโร 2024 จบลงอย่างเป็นทางการ หลังแข่งมากว่า 1 เดือนเต็ม ซึ่งผลปรากฎว่า เป็นทีมชาติสเปนที่สามารถคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ หลังจากล้างลาแชมป์มากว่า 12 ปี โดยในครั้งล่าสุดที่พวกเขาคว้าแชมป์ในรายการระดับเมเจอร์ทัวร์นาเมนต์ต้องย้อนกลับไปถึง ศึกยูโร 2012 เลยทีเดียว

ซึ่งหากเปรียบเทียบกันระหว่างการเป็นแชมป์ในครั้งนี้ กับ แชมป์ในปี 2012 จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันในเรื่องรายละเอียดค่อนข้างมาก ทั้งเรื่อง นักเตะ รูปแบบและวิธีการเล่น ที่เหมือนกับคนละทีม แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็สามารถจบด้วยการเป็นแชมป์ได้ทั้งคู่

อะไรเป็นจุดแตกต่าง ระหว่างสเปนยุคทอง ชุดแชมป์ยูโร ปี 2012 กับ สเปนยุคใหม่ ชุดแชมป์ ปี 2024 เราจะพาไปหาคำตอบกัน

สเปนชุดแชมป์ยูโร 2012

สเปน ในปี 2012 เรียกว่าเป็นยุคทองของสเปนเลยก็ว่าได้ ถูกยกเป็นเต็ง 1 ในยูโรครั้งนั้น ภายใต้การคุมทีมของ เดล บอสเก้ กุนซือที่เพิ่งพาทีมกวาดรางวัลความสำเร็จมาในรายการเมเจอร์ทัวร์นาเมนต์มาอย่างฟุตบอลโลก 2010

11 ผู้เล่นตัวหลักของสเปนในปี 2012 ประกอบด้วย

ผู้รักษาประตู : อิเกร์ กาซิยาส

กองหลัง : อัลบาโร อาร์เบลัว, เคราร์ด ปิเก้, เซร์คิโอ รามอส, ฆอร์ดี อัลบา

กองกลาง : ชาบี เอร์นานเดซ, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ชาบี อลอนโซ

กองหน้า : ดาบิด ซิลบา, เชสก์ ฟาเบกัส, อันเดรส อิเนียสต้า

สเปนชุดแชมป์ยูโร 2024

สเปนในปี 2024 ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์เรียกว่าเป็น ม้านอกสายตาเลยก็ว่าได้ เป็นเต็ง 5 ของทัวร์นาเมนต์ เนื่องจากพวกเขาล้างลาความสำเร็จมานานกว่า 12 ปี และ ผลงานในช่วงหลังก็ไม่ค่อยดีนัก ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ กุนซือที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการคุมทีมใหญ่

11 ผู้เล่นตัวหลักของสเปนในปี 2024

ผู้รักษาประตู : อูไน ซิม่อน

กองหลัง : ดานี่ การ์บาฆาล, อายเมอริก ลาปอร์ต, โรบิน เลอ นอร์กม็องด์, มาร์ก กูกูเรย่า

กองกลาง : โรดรี้ เอร์นานเดซ, ฟาเบียน รุยซ์, เปดรี้, นิโก วิลเลี่ยมส์, ลามิน ยามาล

กองหน้า : อัลบาโร่ โมราต้า

สิ่งที่แตกต่าง

คุณภาพตัวผู้เล่น

สเปนในปี 2012 สเปนอุดมไปด้วยขุมกำลังระดับซูเปอร์สตาร์ในทุกตำแหน่ง นักเตะส่วนใหญ่มาจากสองทีมยักษ์ของสเปนอย่าง บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด อีกทั้งยังอุดมไปด้วยนักเตะตัวเก๋ามากประสบการณ์ที่ผ่านการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก และ ฟุตบอลยูโรมาแล้ว

สเปนในปี 2024 นักเตะที่ถูกเรียกมา อาจไม่โด่งดังระดับซูเปอร์สตาร์ คนที่ดังสุดน่าจะเป็น โรดรี้ ที่มาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ นักเตะส่วนใหญ่มาจากหลากหลายทีมดังในยุโรป โดยนักเตะของทีมที่ถูกเรียกมาติดมากที่สุดไม่ใช่ทีมใหญ่ แต่เป็นทีมอย่าง เรอัล โซเซียดาด ที่จำนวนถึง 4 คนด้วยกัน

ซึ่งหากเปรียบเทียบกันแน่นอนว่าในปี 2012 นั้นดูดีกว่าอย่างชัดเจน ด้วยขุมกำลังที่เต็มไปคุณภาพในทุกตำแหน่ง

ฝีมือและชื่อเสียงของกุนซือ

อีกเรื่องที่แตกต่างคือ ฝีมือและชื่อเสียงของตัวกุนซือแน่นอนว่า ในปี 2012 ในการคุมทัพของ เดล บอสเก้ นั้นหลายคนคงไม่สงสัยในฝืมือของเขา จากการพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ในปี 2010 ซึ่งแตกต่างกับปี 2024 อย่างสิ้นเชิง ที่ได้กุนซืออย่างหลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ มาคุมทัพ

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์น้อยคนนักจะรู้จักกับกุนซือคนนี้เพราะไม่เคยประวัติในการคุมทีมสโมสรหรือทีมชาติชุดใหญ่เลย แต่สิ่งที่ทำให้สมาคมฟุตบอลสเปนเลือกเชื่อใจ คือ การที่เขาคลุกคลีกับทีมชาติมาเป็นเวลานาน ไล่ตั้งแต่สเปนชุด U19 U21 และ U23 อย่างไรก็ดีสิ่งนี้ก็ยังทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าเขาจะดีพอกับทีมชาติชุดใหญ่หรือไม่

แนวทางวิธีการเล่น

สเปนในปี 2012 พวกเขาเล่นด้วย ระบบ 4-6-0 โดยใช้ เชสก์ ฟาเบรกาส เล่นแบบ False 9 เป็นการต่อยอดมาจาก บาร์เซโลน่าของ เป็ป กวาร์ดิโอลา ด้วยปรัชญาTiki-Taka อาศัยความสามารถของกองกลางที่มี โดยเน้นเรื่องการครองบอล การส่งบอลที่แม่นยำ และอาศัยจังหวะที่คู่แข่งเปิดช่องว่างในการเข้าทำประตู

จะเห็นชัดได้จากสถิติการผ่านบอลในแต่ละเกม ที่มากกว่า 700-800 ครั้งต่อเกม ซึ่งบางเกมอาจมากถึง 1000 ครั้ง และเปอร์เซ็นต์การครองบอลที่มากกว่าคู่แข่งแทบทุกเกม นอกจากการส่งบอลและครองบอลแล้ว ในยุคนั้นพวกเขายังมีการเข้าทำที่ยอดเยี่ยม ที่ส่งผลให้พวกเขายิงประตูได้มากที่สุดในทัวร์นาเมนต์นั้นอีกด้วย

ส่วนสเปนในปี 2024 พวกเขาเล่นด้วย ระบบ 4-2-3-1 โดยเน้นการโจมตีทางปีกทั้งสองข้างเป็นหลัก อาศัยความสามารถส่วนตัวของ นิโก วิลเลี่ยมส์ และ ลามิน ยามาล ในการดวลหนึ่งต่อหนึ่ง ลดเปอร์เซ็นต์การครองบอลลง แต่เน้นในเรื่องการเข้าทำที่มีความกล้าได้กล้าเสียมากขึ้น

สิ่งที่ตอกย้ำได้ชัดเจนว่าสเปนยุคนี้แตกต่างจากยุคก่อนคือ สถิติการจ่ายบอลในเกมนัดชิงของสเปนที่อยู่แค่ 500 กว่าครั้งเท่านั้น ซึ่งน้อยมากหากเทียบกับปี 2012 แต่สิ่งที่กลับโดดเด่นขึ้นมาคือ การสร้างสรรค์โอกาสและการยิงประตู ที่ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่สร้างสรรค์โอกาสและยิงประตูได้มากที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้

บทเรียนที่ได้

สิ่งหนึ่งที่ทำให้สเปนไม่ประสบความสำเร็จมา 12 ปี คือการพยายามเล่นด้วยวิธีการเดิมเกินไป แต่ด้วยทรัพยากรและคุณภาพนักเตะที่ขึ้นมานั้น ไม่สามารถทดแทนได้ ทำให้วิธีการเล่นแบบเดิมใช้ไม่ได้ผล

บทเรียนที่ได้จากทีมชาติสเปน คือ อย่าติดกับความสำเร็จแบบเดิม ๆ วิธีการเดิมที่เคยใช้แล้วประสบความสำเร็จในอดีต อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน ฉะนั้นต้องรู้จักเปิดรับสิ่งใหม่ และ รู้จักปรับเปลี่ยนไปตามทรัพยากรที่มีอยู่ในตอนนั้น

ซึ่งหนึ่งคน ที่สมควรได้รับเครดิตอย่างยิ่ง คือ หลุยส์ เดอา ฟู เอนเต้ ที่กล้าเปลี่ยนแปลงใช้วิธีการแบบใหม่ ๆ ปรับตามขุมกำลังที่มี จนสามารถพาทีมได้ผลลัพธ์ในท้ายที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...