ลุยตรวจโรงงานเก็บสารเคมี พบลอบทิ้งใต้ดินทำปนเปื้อนน้ำบาดาล เชื่อมโยงโกดังที่เป็นข่าว
ผู้ช่วย ผบ.ตร.ลุยตรวจโกดังเก็บสารเคมี ปล่อยสารเคมีทิ้งทำน้ำบาดาลปนเปื้อน ชาวบ้านเดือดร้อน พบเชื่อมโยงโกดังที่เป็นข่าวหลายจังหวัด ส่งกำชับระวังลอบเผาทำลายหลักฐาน
วันที่ 3 มิ.ย.2567 พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโรงงานลักลอบเก็บสารเคมีอันตราย ในพื้นที่โรงงานบริษัทเอกอุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ นายสุนทร แก้วสว่าง รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยทาง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้เดินสำรวจพื้นที่รอบโรงงาน ซึ่งก่อนหน้านี้กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้มีการตรวจเอกสารกว่า 2,000 แฟ้ม จากบริษัทวิน โพรเสส จำกัด และบริษัทที่เกี่ยวข้องพบว่ามีสารเคมีซุกซ่อนเอาไว้ ในพื้นที่ของบริษัทเอกอุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้มีการเข้ามาสำรวจและขุดดิน
พบบ่อทิ้งสารเคมี ซึ่งหลังจากทำการขุดดินลงไปมีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมา และมีกลิ่นเหม็นของสารเคมีอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังพบว่ามีการซื้อที่นา เช่าที่นาของชาวบ้าน ในการดูดสารเคมีไปทิ้งด้วย
จากนั้นได้ไปตรวจที่โกดัง ในพื้นที่ ม.12 ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีบริษัท ซันเทค เคมีคอล แอนด์ โลจิสติกส์ จำกัด เช่าโกดัง โดยได้ขออนุญาตเปิดเป็นโรงงาน ประเภท105 ประกอบกิจการเกี่ยวกับการคัดแยกหรือฝังกลบ สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ต่อมาทางเจ้าของโกดังที่ให้เช่า มาตรวจสอบ
พบว่ามีการนำสารเคมี และวัตถุอันตรายมาทิ้งเอาไว้จำนวนมาก จึงได้เข้าแจ้งความกับทาง กรมโรงงานและสภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา จึงมีการสั่งปิดโกดังอายัดและดำเนินคดีกับผู้เช่า ซึ่งได้หลบหนี ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับแล้ว
จากนั้นไปตรวจสอบโกดังสารเคมี ในพื้นที่ อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกลอบวางเพลิงด้วย ก่อนที่จะเดินทางต่อไปที่ จ.ระยอง
ด้าน ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า วันนี้ได้เข้ามาตรวจสอบหาพยานหลักฐาน เพิ่มเติม ในพื้นที่ของ บริษัทเอกอุทัย พบว่ามีการขุดบ่อ นำสารเคมีอันตรายผิดกฎหมายมาซุกซ่อนเอาไว้ ภายในโรงงานแล้วมีการฝั่งกลบ บางส่วนมีการสร้างกำแพงล้อมบ่อเอาไว้ และที่พบวันนี้ มีการเช่าพื้นที่นาของชาวบ้าน
และซื้อบางส่วน นำสารเคมีอันตรายทิ้งไว้ ซึ่งทางกรมควบคุมมลพิษสำรวจแล้ว พบว่าสารเคมีได้ซึมลงไปถึงชั้นของน้ำบาดาล ซึ่งอันตรายมาก ชาวบ้านได้รับผลกระทบแล้ว มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ในวันนี้การลงพื้นที่ เพื่อที่จะหาพยานหลักฐาน ในการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในเรื่องของการกระทำผิด
ในส่วนของการเช่าที่นาข้างเคียงเพื่อทิ้งสารเคมีลงไป หากพบว่าเจ้าของที่นา รู้เห็นกับการกระทำดังกล่าว ก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหากกับเจ้าของนาด้วย ต้องทำการสอบสวน ทั้งนี้จากการพบสารเคมีอันตรายในหลายพื้นที่ พบว่าทุกบริษัททุกโรงงานมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด มีผู้กระทำความผิดหลายคน
ซึ่งในเดินทางมาที่พระนครศรีอยุธยา 2 แห่ง และที่ จ.ระยอง พบว่ามีการนำของเสียวัตถุอันตราย นำมาแล้ว ไม่มีการไปกำจัด ลักลอบแอบเอาไปทิ้งตามไร่นาที่ดินชาวบ้าน ภายในป่าสงวน ยกตัวอย่างในพื้นที่ของบริษัทเอกอุทัย การกระทำลักษณะนี้ เราพบหลายพื้นที่ทั้ง จ.นครราชสีมา จ.เพชรบูรณ์
จ.ระยอง จ.พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี เราพบพยานหลักฐานที่ค่อนข้างชัดเจน นำสารเคมีวัตถุมีพิษ ไปทิ้งตามแหล่งน้ำธรรมชาติ สร้างผลกระทบอันตรายให้กับชาวบ้าน ถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่องนี้ ให้เร่งดำเนินการลงโทษ และแก้ปัญหากำจัดสารเคมีอันตรายให้เร็วที่สุด
ในส่วนของผู้บงการในการนำสารเคมีมาทิ้ง ขณะนี้ได้มีการจับกุมตัวได้แล้ว มีคัดค้านการประกันตัว ศาลไม่ให้ประกันตัว ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำจังหวัดระยอง ซึ่งในการสอบสวนขยายผลขณะนี้ หากพบมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลใดเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินคดีด้วย
ในส่วนของโกดังที่ อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา คดีลอบวางเพลิง อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากกลุ่มคนร้ายมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลของบุคคลที่ต้องสงสัยแล้ว มีความเชื่อมโยงถึงกันหมด
ที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือที่โกดังแห่งที่ 2 ในพื้นที่ อ.อุทัย สารเคมีที่อยู่ในโกดังเป็นสารที่ติดไฟง่าย เกรงว่าจะมีการลักลอบเข้ามาวางเพลิงเพื่อทำลายหลักฐาน ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบเฝ้าระวัง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลุยตรวจโรงงานเก็บสารเคมี พบลอบทิ้งใต้ดินทำปนเปื้อนน้ำบาดาล เชื่อมโยงโกดังที่เป็นข่าว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th