ย้อนเวลาไปปฏิวัติตัวเอง ให้กลายเป็นคุณแม่สุดแซ่บ ยุค80
ข้อมูลเบื้องต้น
เรื่องราวในอดีต
'อย่าทำแบบนั้นลูก! ฮึก หนิงเหมิงลูกอย่ายิงเค้า อย่าเอาอนาคตของตัวเองไปแลกกับคนแบบนั้น'
ปั้ง!
กรี๊ดดด
"เรียกตำรวจมาเร็วเข้า นังเด็กบ้านั่นมันกำลังจะหนีแล้ว นังฆาตกร! จับตัวมันไว้เร็วเข้า มันยิงลูกสาวของฉัน"
"ฮึก พวกแกต่างหากที่เป็นฆาตกร พวกแกฆ่าคุณตา ฆ่าแม่ของฉัน แถมยังทำให้พ่อของฉันตรอมใจจนตาย สมควรแล้วที่พวกแกต้องชดใช้แบบนี้"
'โธ่ลูกแม่ ฮื้ออ แม่ผิดเองที่อ่อนแอ สมองนิ่ม ยอมให้คนพวกนั้นปั่นหัว ฮึก หากแม่เข้มแข็งกว่านี้ลูกคงไม่ต้องลงเอยแบบนี้ เสี่ยวหนิงเหมิงของแม่'
ดวงวิญญาณของ กู้เฉิงฮวน ร้องไห้เจียนขาดใจกับภาพตรงหน้า ตอนนี้ลูกสาวของเธอกลายเป็นฆาตกร ตราบาปนี้จะต้องติดตัวลูกเธอไปจนวันตาย ไม่มีใครสนว่าคนที่ถูกยิงเคยทำเรื่องร้ายกาจอะไรมาก่อน
ตอนนี้ในสายตาของทุกคน มีเพียง กู้หนิงเหมิง ลูกสาวของเธอเท่านั้นที่เป็นคนชั่วร้ายที่สุด ไม่นานตำรวจที่อยู่ใกล้พื้นที่ก็เข้ามาจับกุมลูกสาวของเธอไปดำเนินคดีตามกฎหมาย กู้เฉิงฮวนยอมตายอีกเป็นร้อยเป็นพันครั้งหากช่วยลูกสาวของเธอได้
เสี่ยวหนิงเหมิงเพิ่งอายุ 15 ปีเท่านั้น แต่ก็ต้องไปใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในเรือนจำเสียแล้ว วิญญาณของกู้เฉิงฮวนตามลูกสาวไปทุกแห่งหน ในขณะเดียวกันเรื่องราวในอดีตก็ตามวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ หากเธอไม่เชื่อคนง่าย ทุกอย่างคงไม่ลงเอยแบบนี้
13 ปีก่อน
เวินเฉิงฮวนเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเศรษฐีเวินซีฮัน พ่อหม้ายหนุ่มพราวเสน่ห์ เขาแต่งงานใหม่อีกครั้งกับแม่หม้ายลูกติด นางชื่อ หลิงเจียอี ลูกของนางชื่อ หลิงจินเยว่ ทั้งคู่เข้ากันได้ดีกับเวินเฉิงฮวนแต่นั้นมาเวินซีฮันจึงยกหน้าที่ดูแลลูกให้กับหลิงเจียอี แต่ใครจะไปคิดว่านางเพียงแค่แสร้งทำดีเท่านั้น
สิ่งของสวยงามนางหลิงเจียอีต่างบอกว่าไม่เหมาะกับเวินเฉิงฮวน ของดี ๆ นางล้วนแต่เก็บไว้ให้ลูกสาวของตนเองทั้งหมด พร้อมกับเป่าหูลูกเลี้ยงให้เชื่อฟังทุกอย่างที่นางบอก เพราะนางหวังดีกับเวินเฉิงฮวนเสมอ
เด็กสาวใสซื่อเวินเฉิงฮวน สิ่งไหนที่แม่เลี้ยงบอกว่าเป็นเรื่องดี นางก็โอนอ่อนตามโดยง่าย ไม่เคยนึกสงสัยหรือหวาดระแวง ไม่ระแวดระวังตัวเลยสักครั้ง กระทั่งนางได้แต่งงานกับชายที่บิดาหาให้ แม่เลี้ยงของนางพยายามยัดเยียดบุตรสาวของตนแทนที่เวินเฉิงฮวนแต่ก็ไม่เป็นผล
นับแต่นั้นเป็นต้นมานางหลิงเจียอีจึงเริ่มวางยาพิษ เศรษฐีเฒ่าเวินซีฮัน ทีละนิดเพื่อให้ร่างกายของเขาค่อย ๆ อ่อนแรงลง ในเวลาเดียวกันก็วางแผนให้บุตรสาวพยายามเข้าหาสามีของกู้เฉิงฮวน แต่กู้อี้หานก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครเข้าหาได้โดยง่าย เพราะคนที่เขารักมีเพียงกู้เฉิงฮวนเท่านั้น (หลังจากนี้นางเอกแต่งงานแล้ว ไรต์ต้องเปลี่ยนมาใช้แซ่ของสามีแทนแซ่เวินแล้วนะคะ)
เมื่อสองแม่ลูกเข้าหากู้อี้หานไม่สำเร็จ ขณะนั้นกู้เฉิงฮวนก็ตั้งท้องลูกคนแรก กู้อี้หานจึงดูแลนางไม่ห่างจนสองคนแม่ลูกไม่อาจเข้าใกล้กู้เฉิงฮวนได้ จนเวลาผ่านไป กู้เฉิงฮวนได้คลอดลูกสาวชื่อกู้หนิงเหมิง หรือ เสี่ยวหนิงเหมิง เจ้าก้อนมะนาวน้อย
งานของกู้อี้หานเริ่มไปได้ดี จึงมีเวลาไม่มากพอจะมาดูแลลูกเมีย นางหลิงเจียอีและลูกสาวที่รอเวลานี้อยู่นานแล้วจึงเริ่มทำการวางยาชนิดเดียวกันที่ใช้กับเศรษฐีเฒ่าเวินซีฮัน ขณะเดียวกันก็เป่าหูให้นางระแวงสามี จนกู้เฉิงฮวนตามไปอาละวาดกู้อี้หานที่โรงแรมอยู่บ่อยครั้ง
พักหลังมา ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาเริ่มเหินห่าง กู้เฉิงฮวนนึกน้อยใจสามีบวกกับพิษจากยาที่แม่เลี้ยงใส่ให้นางกินในปริมาณที่มากขึ้น คนในบ้านต่างก็คิดว่าอาการของนางมาจากการตรอมใจ หลังจากที่มีปัญหากับสามีจึงไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยว
พอกู้อี้หานกลับมาบ้านหลังจากไปทำงานต่างเมืองหลายเดือนก็พบว่า ตอนนี้ภรรยาของตนซูบผอมไม่มีเรี่ยวแรงลุกนั่ง นั่นจึงทำให้เขาโทษว่าเป็นความผิดของตน ไม่นานเศรษฐีเฒ่าเวินซีฮันก็สิ้นใจ นางหลิงเจียอีทำพินัยกรรมปลอม ทรัพย์สมบัติทั้งหมดจึงตกเป็นของนางเพียงคนเดียว
ครั้นสืบหาความจริงกว่าจะรู้ว่าภรรยากับพ่อตาถูกวางยาพิษก็สายไปเสียแล้ว กู้เฉิงฮวนเสียชีวิตห่างจากบิดาเพียง 2 เดือนเท่านั้น ตอนนั้นกู้หนิงเหมิงมีอายุเพียง 2 ขวบ กู้อี้หานได้พาลูกสาวไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านของตนเอง
หลายปีต่อมากู้อี้หานยังหาทุกหนทางเพื่อจะแก้แค้นให้ภรรยา แต่ก็ไม่สำเร็จ นานวันเข้าเขาก็ตรอมใจแล้วจากโลกไปตอนที่กู้หนิงเหมิงอายุเพียง 10 ขวบ แม้จะมีผู้เป็นลุงทั้ง 4 คนคอยเคียงข้าง แต่ความอบอุ่นไม่อาจสู้อยู่กับบิดามารดาได้
จานนั้นมากู้หนิงเหมิงก็กลายเป็นเด็กเก็บกด ก้าวร้าว ชอบไปขลุกตัวอยู่กับพวกอันธพาล จากผ้าสีขาวบริสุทธิ์บัดนี้แปดเปื้อนไปด้วยสีสันดำมืด จึงนำพามาสู่เหตุฆาตกรรมในวันนี้ แต่สิ่งเดียวที่หนูน้อยไม่เคยรู้นั่นก็คือ วิญญาณของกู้เฉิงฮวนผู้เป็นมารดา ยังคงวนเวียนอยู่ข้างกายมานานนับ13 ปีไม่เคยห่างหาย
กลับมาที่ปัจจุบัน
ในขณะที่ตำรวจกำลังควบคุมตัวกู้หนิงเหมิงไปที่สถานีตำรวจ แต่ดวงวิญญาณของกู้เฉิงฮวนที่กำลังจะตามไป กลับมีพลังบางอย่างดึงนางให้ไปที่ไหนสักแห่งที่นางไม่รู้จัก
"ไม่นะ ปล่อยฉันเถอะ ฮึก ฉันขอร้อง ฉันเป็นห่วงลูกของฉัน ได้โปรด!"
ดินแดนสุขาวดี
"นี่คือที่ไหนกัน"
เสียงนกร้องขับขาน เหมือนมีเพลงบรรเลงอยู่ตลอดเวลา รายรอบด้วยภูเขาเขียวขจี พืชผักนานาพันธุ์อวบอ้วนน่ากิน ไม่ไกลนักมีสระบัวส่งกลิ่นหอมคลุ้งไปทั่วบริเวณ ถัดไปเป็นบ่อมรกตที่มีตาน้ำพิสุทธิ์ผุดขึ้นมาตลอด
"ที่ไหนสำคัญอย่างไร เราผู้เฒ่ามีสิ่งอยากจะสอบถามเจ้าสัก 2-3 ประโยคได้หรือไม่"
ชายชราชุดขาว ผมสีขาวยาวสยายถึงกลางหลัง หนวดเครายาวเฟื้อยล้วนเป็นสีขาวทั้งหมด กู้เฉิงฮวนจ้องมองดูคนผู้นั้นในยามเดินเหมือนมีสายลมพัดพา ราวกับว่ามีเวทมนตร์นำพาให้เธอได้มายังที่นี่
"ได้ค่ะ แต่..ท่านเป็นใครเหรอคะ"
"เราผู้เฒ่าคือผู้ที่จะให้โอกาสเจ้า หากเจ้าต้องการ เราสามารถทำให้เจ้ากลับไปยังวันวานได้อีกครั้ง แก้ไขทุกอย่างให้ถูกให้ควร เจ้าไม่ควรไว้ใจผู้อื่นเช่นนั้น"
"จะ..จริงเหรอคะ ฮึก ได้โปรดอย่าหลอกฉันเลยนะคะ"
สีหน้าของกู้เฉิงฮวนเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีความหวัง หากเธอสามารถกลับไปยังอดีตได้ เธอสาบานว่าจะใช้ทุกนาทีให้มีค่า
"หากเจ้าต้องการก็ย่อมได้ แต่มีสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยน"
"แลกเปลี่ยน แลกด้วยอะไรคะ"
"กุศล สระมรกตแห่งนั้นมีตาน้ำพิสุทธิ์ ที่สามารถชะล้างสิ่งสกปรกที่อยู่ในร่างกายได้ ไม่ว่ายาพิษชนิดรุนแรงในโลกมนุษย์ที่ไม่สามารถหายารักษาได้ เพียงแค่ใช้น้ำในสระนี้ดื่มกินเข้าไปเพียง 1 กลืนเท่านั้นก็จะเห็นผลในชั่วข้ามคืน"
"ท่านจะให้ฉันใช้น้ำพิสุทธิ์ในบ่อนี้ช่วยคนเหรอคะ"
"ช่วงเวลาที่เจ้าจากมา บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายโกลาหล หลายคนต้องสูญเสียโดยใช่เหตุ บ้างก็ต้องสูญเสียเพราะความละโมบของผู้อื่น เช่นครอบครัวของเจ้า ดังนั้นเจ้าควรสร้างกุศลใหญ่ ให้โอกาส ให้ชีวิตกับคนที่คู่ควรเท่านั้น"
"ตกลงค่ะ ฉันตกลง!"
ชายชราลูบที่เคราของตนเองในขณะที่ใช้ความคิด ก่อนจะเอ่ยเตือนแก่กู้เฉิงฮวนอีกครั้ง
"ระวังอย่าหลงกลคนโลภ ไม่เช่นนั้นเรื่องน้ำพิสุทธิ์นี่จะก่อให้เกิดเรื่องร้ายแรงครั้งใหญ่ เข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่"
"เข้าใจแล้วค่ะ"
"นี่คือวิธีใช้ของในมิตินี้ ส่วนนี่ เป็นแหวนที่ต้องใช้ในการเข้าออกที่แห่งนี้ มีเพียงเจ้าที่มองเห็นมัน นอกจากเจ้าจะต้องการให้คนผู้นั้นได้ล่วงรู้ จึงจะสามารถเห็นได้"
"มิติ?"
ยังไม่ทันได้เอ่ยถามต่อ วิญญาณของกู้เฉิงฮวนก็ถูกดึงดูดไปที่ไหนสักแห่ง หรืออาจจะเป็นที่ที่นางจากมา…
ฝากติดตามด้วยน๊า เปิดให้อ่านฟรีวันละ 1 ตอนจนจบเรื่องเหมือนเดิมค่า
กลับมาที่เดิม
ปี คศ. 1983
เฮือก!
"มิติ?"
คำพูดของกู้เฉิงฮวนคำแรกเมื่อตื่นขึ้นมา ก็ยังเป็นคำถามที่ค้างคาใจเธออยู่ ทว่ายังไม่ทันได้คำตอบ พอลืมตาขึ้นมาเธอก็อยู่บนเตียงนอนในห้อง และดูเหมือนว่าจะเป็นช่วงที่เธอโดนวางยาจนใกล้จะเสียชีวิตแล้ว
"ที่นี่มัน.."
แอดดดด
"ฮวนฮวน น้องเป็นยังไงบ้าง พี่ขอโทษที่ไม่ได้ดูแลน้องให้ดี พอพี่ได้ข่าวจากแม่บ้านหวังพี่ก็รีบกลับมาทันที พี่ผิดเอง"
กู้อี้หานในวัย 35 ปี รีบวิ่งเข้าไปดูภรรยาด้วยความร้อนรน 2 เดือนแล้วที่เขามีปัญญาหากับภรรยา ประจวบกับต้องไปทำงานต่างเมืองเพราะกำลังเริ่มการก่อสร้างโรงแรมแห่งใหม่ แต่พอได้รู้ข่าวจากแม่บ้านหวัง คนเฒ่าคนแก่ของมารดาของกู้เฉิงฮวน เขาก็รีบกลับมาดูภรรยาทันที
"สะ..สามี ฉันขอโทษ ฮึก ขอโทษที่ไม่ฟังเหตุผลของพี่ ฮื้อออ ขอโทษที่ไม่เชื่อใจพี่ ฮึก ทั้งที่สามีภรรยาควรไว้ใจกันแท้ ๆ ฉันขอโทษ"
พรึบ
ร่างของกู้เฉิงฮวนถูกสามีดึงเข้ามากอดไว้ทั้งที่เธอกำลังร้องไห้จนเนื้อตัวสั่นเทิ้ม กู้อี้หานรอวันนี้มานาน วันที่ภรรยาของเขาจะกลับมาเป็นตัวเอง ไม่มีครั้งไหนที่เขารู้สึกหมดหวังกับกู้เฉิงฮวน
"น้องไม่ต้องขอโทษ ที่ผ่านมาน้องแค่ฟังคนอื่นมากเกินไป พี่ไม่เคยถอดใจจากครอบครัวของเราเลยรู้ไหม เริ่มต้นกันใหม่นะฮวนฮวน"
ทุกครั้งที่เธอหงุดหงิด ทุกครั้งที่เธอตามไปอาละวาด เขาได้แต่คิดว่า อย่างน้อยภรรยาก็ยังรักเขาอยู่ แต่ที่เป็นแบบนั้นอาจจะเป็นเพราะรับฟังแม่เลี้ยงกับน้องสาวต่างมารดามากเกินไป
"ฮึก ค่ะ เราจะเริ่มต้นกันใหม่ ฉันจะเป็นคนใหม่ เป็นแม่ที่ดีของเหมิงเหมิง เป็นภรรยาที่ดีของป๊ะป๋า"
กู้อี้หานพอได้ยินภรรยาเรียกตัวเองว่า 'ป๊ะป๋า' ใจของเขาเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เกิดอะไรขึ้น ทำไมภรรยาของเขาถึงได้รู้จักออดอ้อนแบบนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนเธอไม่เคยทำแบบนี้เลยด้วยซ้ำ
"ป๊ะ…ป๊ะป๋าเหรอ"
"ใช่ค่ะ ป๊ะป๋าของหนู เตรียมตัวให้ดีเลยนะคะ ต่อไปนี้พี่จะได้พบกับภรรยาคนใหม่"
"พี่คงเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลก ลูกของเราก็จะเป็นเด็กที่โชคดีที่สุดในโลกเช่นกัน"
"หนูจะทำให้เหมิงเหมิง ป๊ะป๋า แล้วก็คุณพ่อกลับมามีความสุขอีกครั้ง"
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"เข้ามาได้"
ในระหว่างที่สองสามีภรรยากำลังพูดคุยกันอย่างหวานชื่น เสียงประตูห้องก็ดังขัดจังหวะเสียก่อน
"ป้าพาคุณหนูมาส่งค่ะ"
แม่บ้านหวังอุ้มคุณหนูน้อยกู้หนิงเหมิงอายุเพียง 2 ขวบเข้ามาในห้อง แต่ด้วยความที่เด็กน้อยไม่ค่อยสนิทกับมารดา จึงมีท่าทีหวาดกลัวอยู่บ้าง
"เหมิงเหมิง มาหาแม่เร็วเข้า ขอแม่อุ้มหนูได้ไหมจ๊ะ"
"เสี่ยวหนิงเหมิง ลูกไม่ต้องกลัว แม่ไม่ดุลูกแล้ว งั้นมาให้พ่ออุ้มหนูดีไหมลูก"
"ถ้าหนูกลัวแม่ก็ให้ป๊ะป๋าอุ้มก่อน ไว้เชื่อใจแม่เมื่อไหร่ค่อยให้แม่อุ้มก็ได้เด็กดี"
หนูน้อยตาแป๋วจ้องมองมารดาไม่กะพริบตา กระนั้นสองมือน้อย ๆ ก็ยังยื่นไปหาบิดาให้โอบอุ้มตนเอาไว้
แม่บ้านหวังที่เห็นว่ากู้เฉิงฮวนที่นางเห็นมาแต่เล็กแต่น้อยเริ่มมีสติขึ้นบ้างแล้ว นางจึงเลือกที่จะบอกเล่าสิ่งที่เห็นให้ผู้เป็นเจ้านายทั้งสองฟัง ครั้นจะพึ่งนายท่านเวิน ท่านก็ไม่ได้สติขึ้นมาเลย
"คุณหนู คุณกู้ อย่าว่าป้าละลาบละล้วงเลยนะคะ เรื่องที่ป้าจะพูดต่อไปนี้ป้าเห็นมาด้วยตาของตัวเอง ข้าวกับยาที่คุณหนูกับนายท่านกินแต่ละมื้อ สองแม่ลูกนั่นวางยาพิษมานานแล้ว ป้าเคยบอกนายท่านแต่ท่านก็ไม่เชื่อ แต่ป้าว่าอาการของคุณหนูกับนายท่านเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนเลยนะคะ"
"…" "…"
"ได้โปรดเชื่อป้า อย่างน้อยก็ไปตรวจร่างกายสักหน่อยนะคะ ป้าเลี้ยงคุณหนูมาแต่อ้อนแต่ออก ไม่เคยมีสักครั้งที่ป้าจะประสงค์ร้ายกับคุณหนู ต่างจากสองแม่ลูกคู่นั้น ที่หวังแต่จะกอบโกยจากคุณหนูและนายท่าน หลายปีมานี่ก็เหลือเพียงบ้านหลังนี้และทรัพย์สินที่เป็นชื่อของคุณหนูเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่"
ไม่ผิดจากที่แม่บ้านหวังพูดเอาไว้เลยสักนิด หลังจากที่นางกับบิดาตายไป ทุกอย่างก็ตกเป็นของสองแม่ลูกนั่น เสี่ยวหนิงเหมิงยังโชคดีที่มีพ่อดูแลอีกหลายปี แต่หลังจากนั้น…
"ฉันเชื่อป้าจ้ะ ป้าพอจะรู้ไหมว่าสองคนแม่ลูกคู่นั้นไปซื้อยาพวกนี้มาจากที่ไหน"
แม่บ้านหวังน้ำตาไหลรินออกมาเป็นทาง ในที่สุดก็มีวันนี้ วันที่คุณหนูเปิดใจรับฟังคำพูดของนาง เท่านี้ก็ถือว่านางไม่ผิดต่อคำฝากฝังของคุณนายที่จากไปแล้ว
"ฮึก รู้เจ้าค่ะ ป้าเคยให้ลุงป๋อ คนสนิทของนายท่านแอบตามสองแม่ลูกคู่นั้นไป จนได้รู้ว่าทั้งคู่ไปซื้อยาที่ไหน แล้วยังได้รูปถ่ายตอนพวกเค้าซื้อขายกันมาด้วยนะคะ"
"สามีคะ ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้น้องได้ไหม อีกอย่าง น้องอยากพาทุกคนย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้"
กู้เฉิงฮวนหันกลับไปพูดกับสามีของเธอที่ประคองกอดเธออยู่ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ส่วนหนูน้อยกู้หนิงเหมิงตอนนี้ก็ยอมให้มารดาจับต้องตัวแล้ว
"ต้องได้อยู่แล้ว พี่จะจัดการเรื่องนี้ให้น้องเอง หมดเคราะห์หมดโศกสักทีนะคนดี"
ฟอดดด ฟอดดด
กู้อี้หานหอมแก้มภรรยาและลูกน้อยจนเกิดเสียงดังฟอดใหญ่อยู่หลายครั้ง แม่บ้านหวังที่เห็นแบบนั้นก็พลอยอิ่มเอมใจที่ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นในเร็ววัน
"ขอบคุณค่ะ ป้าหวังจ๊ะ ตอนนี้คนในบ้านส่วนใหญ่มีแต่คนของสองแม่ลูกนั่นใช่ไหมคะ"
"ใช่ค่ะคุณหนู เราจะเอายังไงดีคะ ต่อให้สองแม่ลูกนั่นไม่อยู่บ้าน แค่หมารับใช้พวกนั้นก็คงไม่ยอมให้พวกเราพานายท่านออกไปตรวจร่างกายแน่นอนค่ะ"
"เดือนนี้เดือนอะไรคะป้า"
"เดือน 2 ปี 1983 ค่ะ คุณหนูถามทำไมเหรอคะ"
สีหน้าของกู้เฉิงฮวนเผยความวิตกกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด หากตอนนี้เป็นเดือน 2 แสดงว่าเหลือเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น เพราะบิดาของเธอเสียชีวิตวันที่ 1 เดือน 3 ปี 1983 ต้องเร่งมือแล้วล่ะกู้เฉิงฮวน
"ตอนนี้คุณพ่อไม่รับรู้อะไรแล้วใช่ไหมคะ"
"ใช่ค่ะ"
"ป้าหวังมีกล้องถ่ายรูปไหมคะ"
"มีค่ะ ป้าแอบซื้อเอาไว้ตอนที่ให้ลุงป๋อตามไปดูสองแม่ลูกคู่นั้นไปแอบซื้อยาพิษพวกนั้นค่ะ"
"ดีเลยค่ะ งั้นเย็นนี้ตอนนี้คนพวกนั้นกำลังผสมยาลงในอาหาร หนูอยากให้ป้าช่วยแอบถ่ายรูปไว้ให้ได้มากที่สุด ถ่ายไว้ได้หลายครั้งก็ยิ่งดีนะคะ แต่อย่าลืมปิดแสงด้วย ป้าทำเป็นใช่ไหม"
"ทำเป็นค่ะคุณหนู คนที่ร้านขายกล้องเคยสอนป้ามาแล้ว"
กู้เฉิงฮวนยกนิ้วโป้งให้แม่บ้านหวังทั้งสองข้างเพื่อเป็นการชื่นชม ยังดีที่ป้าหวังรู้จักเปิดรับเทคโนโลยีและใช้ประโยชน์จากมัน แบบนี้ต้องยกให้เป็นสุดยอดแม่บ้านเท่านั้น
"ยายยายเก่ง เหมิงเหมิงยกโป้งห้ายเยย"
(ยายาเก่ง เหมิงเหมิงยกโป้งให้เลย) หนูน้อยที่เห็นการกระทำของมารดาก็อดไม่ได้ที่จะทำตามอย่างยิ้มแย้มตามประสา
"เหมิงเหมิงของแม่ก็เก่ง ใช่ไหมจ๊ะ"
"อื้อ เหมิงเหมิงเก่ง" (-)
"ถ้าอย่างนั้นพี่จะออกไปหาเพื่อนที่เป็นนายทหารและนายตำรวจสักหน่อย อย่างน้อยถ้าจะเล่นงานคนพวกนี้เราคงต้องมีหลักฐานให้แน่นหนาและหาพยานมาด้วย พี่สัญญาว่าจะพาหนูกับลูก รวมไปถึงคุณพ่อ ออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"
เพียงแค่คิดว่าทุกวันภรรยากับพ่อตาจะต้องกินยาพิษเข้าไปตลอด มันก็ทำให้กู้อี้หานร้อนรุ่มจนนั่งไม่ติดแล้ว ครั้นจะพาออกไปตอนนี้เลยเขาก็สามารถทำได้ แต่การจะหาหลักฐานมาเอาโทษคนทำผิดจะเป็นเรื่องที่ยากยิ่งนัก
"ถ้าพวกนั้นเอาข้าวมาให้ น้องก็เททิ้ง หรือไม่ก็บอกว่าเบื่ออาหารรู้ไหม พี่จะรีบหาหมอที่ดีที่สุดมารักษาน้องกับคุณพ่อให้ได้ เชื่อใจพี่นะฮวนฮวน"
"เรื่องหมอพี่ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ยังมีสิ่งที่เรียกว่าปาฏิหาริย์รอเราอยู่ ขอเพียงพี่รวบรวมหลักฐานได้มากพอ จากนั้นก็พาคนเข้ามาย้ายหนูกับคุณพ่อออกไปได้เลย"
"ตกลงครับ เหมิงเหมิงคนเก่ง หนูอยู่กับแม่จ๋าก่อนนะลูก เดี๋ยวพ่อออกไปจัดการธุระข้างนอกไม่นานจะรีบกลับมานานกอดหนูกับแม่นะคะ"
"เหมิงเหมิงบ๊ายบายป๊ะป๋าก่อนเร็วลูก บาย"
"บ๊ะบาย ป๊ะป๋า"
"บายค่ะลูกสาวป๋า แล้วป๋าจะรีบกลับมาหาหนูกับแม่นะคะ"
เสียงเล็ก ๆ ที่ยังพูดไม่ชัดกลับทำให้คนเป็นพ่อมีแรงฮึดสู้ กู้อี้หานรีบเดินออกจากห้องแล้วขึ้นรถตรงไปทำธุระที่ค่ายทหารทันที ระหว่างทางเขาก็ได้สั่งให้ผู้ช่วยจัดการเรื่องทำความสะอาดบ้านตระกูลกู้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพื่อรอต้อนรับทุกคน

เหมิงเหมิง
หลังจากกู้อี้หานขึ้นรถออกจากบ้านตระกูลเวินไป สาวรับใช้ของสองแม่ลูกก็เริ่มไปเตรียมอาหารผสมยาพิษทันที ป้าหวังที่รู้เวลาของคนเหล่านั้นดีจึงรีบขอตัวจากคุณหนูของนาง เพื่อลงไปเก็บหลักฐานด้านล่างของตึกใหญ่
"คุณหนูเจ้าคะ ถึงเวลาที่คนพวกนั้นจะลงมือแล้ว ป้าจะขอลงไปเก็บหลักฐานก่อนนะคะ เดี๋ยวป้าจะกลับขึ้นมา"
"ระวังตัวด้วยนะป้า เสร็จแล้วรีบกลับมาหาฉันที่นี่"
"ค่ะคุณหนู"
กู้เฉิงฮวนมองตามหลังป้าหวังด้วยความเป็นห่วง ขอให้เรื่องทุกอย่างผ่านไปได้อย่างราบรื่น ให้คนชั่วได้รับกรรมที่พวกเขาก่อให้เร็วที่สุด
"แม่จ๋า ยายยายไปไหน"
เสียงเล็กของลูกสาวเรียกสติของกู้เฉิงฮวนให้ออกจากภวังค์
"ยายยายไปเอาของจ้ะ เหมิงเหมิงง่วงไหมลูก ได้เวลานอนกลางวันของลูกแล้วใช่ไหม"
"อื้อ หม่ำ ๆ"
คำพูดของลูกน้อยทำให้น้ำตาของกู้เฉิงฮวนซึมปริ่มจะร่วงหล่น ไม่รู้ว่าการที่เธอให้บุตรสาวกินนมจากเต้าจะทำให้คนตัวเล็กได้รับพิษไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว ยิ่งตอนที่มือเล็ก ๆ กำลังมุดเข้าชายเสื้อเพื่อจะเปิดหาแหล่งอาหาร นั่นยิ่งทำให้กู้เฉิงฮวนยิ่งเจ็บปวดหัวใจ
นี่คงเป็นเหตุผลที่ลูกสาวของเธอตัวเล็กและไม่ร่าเริงสดใสอย่างที่ควรจะเป็น โชคดีที่กาลเวลาก่อนเธอตายจากไปเร็ว หากยังปล่อยให้ลูกเธอกินนมต่อไปคงเป็นอันตรายแน่ ๆ
"หม่ำ ๆ ไม่ได้นะลูก อดทนนะเด็กดี เดี๋ยวแม่จะให้ยายยายไปเอานมกล่องมาให้นะจ๊ะ"
"หื่อ ม่ายเอา เหมิงเหมิงจะกิงหม่ำ ๆ ของแม่จ๋า"
(หื่อ ไม่เอา เหมิงเหมิงจะกินหม่ำ ๆ ของแม่จ๋า) หน้าเล็ก ๆ สะบัดไปมาเมื่อไม่ได้ดั่งใจ บวกกับความง่วงจึงทำให้หนูน้อยงอแงกว่าทุกครั้ง
ก๊อก ก๊อก
แอดดด
"เอาข้าวมาให้ค่ะ"
ลี่จูสาวใช้ของนางหลิงเจียอีถือถาดอาหารเข้ามาในห้อง พร้อมกับจัดวางไว้ที่โต๊ะตรงหน้าเตียงนอนให้เป็นอย่างดี
"วางไว้เลยลี่จู ขอบใจมากนะ แค่ก ๆ ว่าแต่คุณพ่อทานอะไรบ้างรึยัง"
กู้เฉิงฮวนต้องแกล้งทำเหมือนไม่มีแรงแม้แต่จะพูด โชคดีที่ลูกสาวของเธอยอมอยู่นิ่ง ๆ ให้
"นายท่านทานได้เยอะเลยค่ะวันนี้ท่านฝากบอกให้คุณหนูเฉิงฮวนทานเยอะ ๆ ด้วยนะคะ"
"แค่ก ๆ ๆ รู้แล้ว ขอบใจมากนะ อีกเดี๋ยวค่อยเข้ามาเก็บถ้วยข้าวแล้วกัน"
"ค่ะ แต่คุณหนูน่าจะกินให้ลี่จูเห็นสักหน่อยนะคะ ลี่จูจะได้รายงานนายท่านถูก"
กู้เฉิงฮวนได้แต่คิดในใจว่าเธอต้องการจะเอาไปรายงานเจ้านายของเธอล่ะสิไม่ว่า คอยดูเถอะ เมื่อถึงเวลาฉันจะเช็กบิลเรียงตัวตั้งแต่เจ้านายยันลูกน้องปลายแถวเลย
"อืม งั้นมาช่วยพยุงฉันหน่อยได้ไหม"
"ได้เลยเจ้าค่ะ"
ลี่จูรีบเข้าไปช่วยพยุงกู้เฉิงฮวนให้ลุกขึ้นมากินข้าวด้วยสีหน้ายินดีจนเกินเหตุ แต่เธอก็ไม่คิดว่ากู้เฉิงฮวนจะสงสัยเลยแม้แต่น้อย
"ขอบใจมาก ว่าแต่วันนี้ใครเป็นคนปรุงอาหารเหรอ กลิ่นหอมคลุ้งเชียว"
"คุณนายเจียอีเตรียมไว้ ก่อนจะออกไปข้างนอกค่ะ"
เฉิงฮวนจำต้องตักข้าวต้มขึ้นมากินเพื่อไม่ให้ลี่จูเกิดความสงสัย และออกจากห้องไปให้เร็วที่สุด
"ไม่ค่อยรู้รสชาติเลย แค่ก ๆ ถ้าคุณแม่ถามก็บอกว่าอร่อยมากนะลี่จู เดี๋ยวคุณแม่จะเสียใจ มีอะไรก็ไปทำเถอะ กินหมดแล้วฉันจะนอนต่ออีกสักหน่อย ตอนเย็นเธอค่อยขึ้นมาเก็บถ้วยก็ได้ แค่ก ๆ ๆ"
"ค่ะ"
ลี่จูเดินออกจากห้องไปพร้อมกับรอยยิ้มแห่งชัยชนะ พลางคิดในใจว่า แกจะรู้รสชาติได้ยังไงล่ะนังโง่ ใกล้จะตายห่าแล้วยังไม่รู้ตัวอีก
แอดดดด
"ป้ามาแล้วค่ะคุณหนู ขอโทษที่มาช้านะคะ ป้าเห็นว่ามันถึงเวลานอนกลางวันของคุณหนูหนิงเหมิงแล้ว ป้าเลยไปเอานมกล่องมาให้ค่ะ"
หลังจากลี่จูเดินออกจากห้องไปพักใหญ่ ป้าหวังจึงกลับเข้ามาพร้อมกับนมกล่องของคุณหนูน้อย
"ขอบคุณมากจ้ะป้า ช่วยจัดการนี่ให้ทีนะจ๊ะ"
เฉิงฮวนมองไปที่ถ้วยข้าวต้ม พร้อมกับส่งสัญญาณให้ป้าหวังเอาไปจัดการที่ห้องน้ำ เมื่อเห็นเช่นนั้นป้าหวังจึงรีบทำตามอย่างรวดเร็วก่อนที่จะมีคนเข้ามาเห็น
"หม่ำ ๆ "
"เหมิงเหมิง ลุกขึ้นมาดูดนมกล่องก่อนค่อยนอนนะลูก แม่สัญญาว่าจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด จากนั้นจะให้หนูกินหม่ำจากเต้าให้เต็มที่เลยดีไหม"
"จ้า ๆ "
จู๊ดด จู๊ดด จู๊ดด
เพียงไม่นานนมกล่องก็ถูกเสี่ยวหนิงเหมิงน้อยดูดกินจนหมด พร้อมกับร่างเล็กจ้อยที่ถูกกล่อมจนหลับไปในอ้อมกอดของมารดา
"ฝากป้าดูเหมิงเหมิงให้ฉันหน่อยนะจ๊ะ ฉันขอเข้าห้องน้ำสักพัก"
"ได้ค่ะ แต่ถ้ามีอะไรคุณหนูต้องรีบเรียกป้านะคะ"
"จ้ะป้า"
กู้เฉิงฮวนเดินเข้าไปที่ห้องน้ำพร้อมกับคู่มือการใช้มิติเล่มเล็กที่เธอซ่อนเอาไว้ในกระเป๋าชุดนอน ส่วนแหวนนั้นสวมอยู่บนนิ้วของเธอน่าแปลกที่ไม่มีใครทักท้วง หรืออาจจะไม่มีใครเห็นอย่างที่ท่านผู้เฒ่าบอกก็เป็นได้
แกร็ก
หลังจากเข้ามาในห้องน้ำกู้เฉิงฮวนก็เปิดสมุดอ่านดูวิธีใช้อย่างละเอียด ปรากฏว่าสิ่งของในดินแดนสุขาวดีแห่งนี้ล้วนเป็นตัวยาที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ทั้งสิ้น แต่สิ่งที่เห็นผลเร็วที่สุดก็คือน้ำวิสุทธิ์ที่อยู่ในบ่อน้ำมรกต
เฉิงฮวนลองแตะที่แหวนตามที่อ่านคู่มือมา เพียงพริบตาเดียวเธอก็ได้เข้ามาอยู่ในมิติแห่งนั้น บรรยากาศภายในมิติทำให้ร่างกายของเฉิงฮวนรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เมื่อได้เห็นว่าเรื่องมิติมีอยู่จริงเธอจึงได้เบาใจขึ้นเรื่องการรักษาบิดา
ก่อนออกจากมิติเธอได้เดินไปเด็ดแอปเปิลมา 2 ลูกเพื่อนำไปฝากลูกสาวและสามี รวมถึงป้าหวังด้วย ส่วนตัวเธอเองคงต้องกินอาหารที่แม่เลี้ยงใจร้ายเตรียมให้ไปก่อน ถึงยังไงเธอก็ต้องการผลตรวจที่ยืนยันว่าเธอกับบิดาได้รับสารพิษเหล่านั้นจริง ๆ
ค่ายทหาร มณฑลปักกิ่ง
บรรยากาศภายในห้องทำงานของท่านนายพลหนุ่มเต็มไปด้วยชายรูปร่างหน้าตาดี มีหน้าที่การงาน และฐานะที่มั่นคง ทั้ง 5 คนล้วนเป็นที่หมายปองของหญิงสาวทั่วเมืองใหญ่แห่งนี้
"ว่าไงสหาย สบายดีไหมท่านนายพลเสิ่น"
กู้อี้หานทักทายเพื่อนสนิทในกลุ่มหลังจากที่โทรชวนเพื่อนทุกคนให้มารวมตัวกันที่นี่ หากคนที่ไม่รู้คงคิดว่าเมืองปักกิ่งกำลังจะมีโครงการใหญ่ที่ต้องร่วมมือกันไปทุกภาคส่วน
"เกิดอะไรขึ้น นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันได้ข่าวว่านายไปดูกิจการที่กำลังสร้างใหม่ที่เซี่ยงไฮ้ไม่ใช่เหรอ แล้วไอ้พวกที่เหลือทำไมถึงถูกลากมาด้วยล่ะ"
นายพลเสิ่นตงหยาง นายพลที่อายุน้อยที่สุดทักทายสหายทั้ง 4 คนที่เดินเรียงหน้ากันเข้ามา และดูท่าว่าคนนำหน้าเข้ามาจะมีเรื่องกลัดกลุ้มอยู่ไม่น้อย
(กลุ่ม 5 ดาวเด่นแห่งนครปักกิ่ง)
กู้อี้หาน มากด้วยทรัพย์สินเงินทอง เจ้าของโรงแรมและห้างหรูในเมืองใหญ่
เสิ่นตงหยาง นายพลหนุ่มไฟแรง มากความสามารถ เบื้องหลังยังมี จอมพลเสิ่น ที่ทุกคนเกรงกลัวคอยหนุนหลัง
ฟ่านหนิงหลง สารวัตรทหาร ยศพันเอก ตรงฉินจริงจังในการทำงานเป็นที่สุด
โม่ฟาง หมอหนุ่มฝีมือดี ที่โรงพยาบาลหลายแห่งต่างก็แย่งตัวกัน
ชางหยวน เจ้าพ่อวงการอสังหาและรับเหมาก่อสร้างโรงงานขนาดใหญ่ หรือ อีกชื่อหนึ่งที่สนิทมักจะเรียกเขาว่าเจ้าพ่อตลาดมืด ผู้ที่อยู่ในวงการค้าขายของผิดกฎหมายทุกอย่าง
"พอดีมีเรื่องด่วนที่ต้องขอให้พวกนายช่วย"
กู้อี้หานเป็นคนแรกที่นั่งลงบนโซฟารับแขก ตามด้วยสหายคนอื่น ๆ ไม่นานลูกน้องคนสนิทของนายพลเสิ่นก็นำน้ำมาให้สหายของผู้เป็นนายจนครบก่อนจะออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
"ทำไมว่ะ โรงแรมของนายมีปัญหาอะไร เดี๋ยวฉันรีบไปดูให้เลยดีไหม"
ชางหยวน เจ้าพ่อวงการรับเหมาก่อสร้างเอ่ยถามสหายด้วยความเป็นห่วง ทว่าคุณหมอโม่ฟางสุดหล่อก็เอ่ยขัดเสียก่อน
"ถ้าโรงแรมมันมีปัญหา มันคงไม่ต้องเรียกฉันมาด้วยหรอกมั้ง จริงไหมสหาย ฉันรักษาได้แค่คนนะโว้ย รักษาตึกไม่เป็นหรอกนะ"
"พวกแกก็พากันพูดไปเรื่อย ดูหน้ามันดิ ฉันว่ามันต้องมีเรื่อยภายในที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแน่ ๆ ว่ามาเลยไอ้น้อง เดี๋ยวพี่จัดการให้เอง"
ฟ่านหนิงหลง สารวัตรทหารผู้ที่ถนัดในการตรวจสอบเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าเพื่อนสนิท
"เอาล่ะ ๆ ฉันจะเล่าให้พวกแกฟังรวดเดียว ห้ามใครพูดขัดเด็ดขาด ฟังจบค่อยช่วยฉันคิดว่าจะเอายังไง"
"เออ ๆ ว่ามา"
หลังจากนั้นกู้อี้หานก็เริ่มเล่าเรื่องราวของแม่เลี้ยงของภรรยาให้เพื่อน ๆ ทุกคนฟัง นับตั้งแต่ช่วง 5 ปีคืนหลังที่อาการของนายท่านเวินเริ่มป่วยทรุดลง กระทั่งภรรยาของเขาก็มีอาการป่วยที่คล้ายกัน รวมไปถึงเรื่องที่ป้าหวังให้ลุงป๋อแอบตามสองแม่ลูกไปที่จุดซื้อขายยาอันตรายนั่น
"ยิ่งกว่าละครน้ำเน่า นี่ยายแก่นั่นคิดการใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอว่ะเนี่ย"
เสิ่นตงหยางเมื่อได้ยินเรื่องราวที่สหายเล่าให้ฟังก็ยังหมดคำจะพูดกับความคิดของพวกโลภมาก หวังจะชุบมือเปิบทรัพย์สมบัติที่ไม่ใช่ของตัวเองไปง่าย ๆ
"เดี๋ยวฉันจะให้ลูกน้องของฉันไปจัดการกับไอ้พวกขายยายนั่น จับมันไว้เป็นพยานให้หมด ถ้าพวกมันไม่ยอมฉันจะส่งต่อให้นายจัดการนะไอ้นายพล"
ชางหยวนเจ้าพ่อตลาดมืด ผู้ที่คุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้รีบเสนอตัวเป็นคนแรก
"ฉันจะเป็นคนคอยตรวจสอบตัวยาที่ผสมอยู่ในอาหารให้เอง ถ้าไอ้เจ้าพ่อตลาดมืดมันทำงานสำเร็จ นายก็รีบพาพ่อตากับภรรยามาตรวจร่างกายทันทีนะอี้หาน จะได้มีผลตรวจไว้ยืนยันเอาผิดพวกมัน"
"ได้ ฉันจะให้ผู้ช่วยของฉันนำอาหารที่คุณพ่อกับภรรยาของฉันกินในแต่ละวัน ไปให้นายที่โรงพยาบาล ฝากด้วยนะโม่ฟาง"
"ไม่ต้องห่วง ขอแค่ยัยหนูเหมิงเหมิงของฉันมีความสุข ฉันทำให้ได้ทุกอย่าง ยังโชคดีที่เฉิงฮวนรู้ตัวทัน พูดแล้วก็อดคิดถึงยัยหนูไม่ได้"
หลังจากหมอโม่ฟางพูดเสร็จ ฟ่านหนิงหลง สารวัตรทหารผู้เชี่ยวชาญเรื่องการตรวจสอบและการหาหลักฐานก็พูดเสริมขึ้น
"ส่วนเรื่องหลักฐาน ภาพถ่าย และคนที่รู้เห็นต่าง ๆ ฉันจะจัดการเอง รับรองว่าสองแม่ลูกนั่นไม่มีวันได้ผุดได้เกิดแน่นอน"
"จากที่ฉันดู คิดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์คงจับกุมสองแม่ลูกนั่นได้ ฝากบอกเฉิงฮวนว่าให้เธออดทนหน่อย พวกเราจะเร่งมือให้เร็วที่สุด ตัวนายเองก็ต้องเข้มแข็ง ออกมาทำงานให้เป็นปกติ ห้ามทำตัวให้มีพิรุธเด็ดขาด"
ประโยคสุดท้ายเป็นนายพลหนุ่มที่เป็นเจ้าของห้อง ย้ำสหายรักอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง
"ขอบใจพวกนายมาก ถ้าเรื่องนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ฉันจะเลี้ยงข้าวพวกนายทุกคนเป็นการตอบแทน"
กู้อี้หานสบตาเพื่อน ๆ ทุกคนในขณะที่กล่าวคำขอบคุณ 4 คนตรงหน้าคือเพื่อนรักและจะเป็นแบบนี้ตลอดไป