โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เด็กรุ่นใหม่ไม่อยากเป็นเกษตรกร วิกฤตแรงงานเกษตรไทย 10 ปี หายไป 3.5 ล้านคน

TODAY Bizview

อัพเดต 24 ก.ค. 2567 เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2567 เวลา 03.21 น. • workpointTODAY

ปัจจุบันจำนวนเกษตรกรของไทยกำลังลดลงเรื่อยๆ สาเหตุหลัก คือแรงงานในภาคเกษตรลดน้อยลง และส่วนใหญ่กำลังอยู่ในช่วงวัยเกษียณ จนทำการเกษตรไม่ไหว ขณะที่ลูกหลานยุคใหม่ไม่ได้ต้องการสานต่ออาชีพเกษตรกรรม เน้นการหางานทำในเมืองอย่างที่เราคุ้นชินว่าส่วนใหญ่มาทำงานอยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต หรือทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนกันซะมากกว่า

[ ช่วงเวลา 10 ปี เกษตรกรหายไปแล้ว 3.5 ล้านคน ]

ตัวเลขเปรียบเทียบจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรทำให้เห็นว่าตั้งแต่ปี 2555 มีแรงงานในภาคการเกษตรอยู่ราว 15.4 ล้านคน แต่ 10 ปีถัดมา คือ ปี2566 มีแรงงานในภาคเกษตรกรเหลือเพียง 11.9 ล้านคน พูดง่ายๆ ว่าแรงงานในอุตสาหกรรมการเกษตรหายไปถึง 3.5 ล้านคน

ขณะเดียวกันแรงงานปัจจุบันที่มีอยู่ก็ค่อยๆ เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แม้ว่าแรงงานกลุ่มนี้โดยมากจะเกษียณช้า โดยอายุเฉลี่ยของเกษตรกรเกษียณอยู่ที่ 62 ปี

จากสถานการณ์ตัวเลขวัยทำงานในภาคเกษตรสะท้อนแล้วว่าอุตสาหกรรมการเกษตรของไทยน่าเป็นห่วงมากขึ้นเรื่อยๆ

[ เงินเกษตรไม่ได้หอมหวาน เหมือนเงินจากอุตสาหกรรมอื่น ]

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของรายได้ที่ยังเป็นตัวกำหนดให้ภาพลักษณ์ของอาชีพเกษตรกรดูไม่น่าดึงดูดเท่าไหร่นัก โดยปกติแล้วรายได้เฉลี่ยของ เกษตรกร 1 คน/ปี อยู่ที่ราวๆ 128,000 บาท ขณะที่อาชีพอื่นๆ มีรายได้เฉลี่ย 1 คน/ปี อยู่ที่ 580,000 บาท

‘ดร.ธิติ มหบุญพาชัย’ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาภักดีพณิชยการและเทคโนโลยี ให้ความเห็นว่า เรื่องของรายได้เกษตรกรอาจจะยังเป็นอีกเรื่องน่าห่วงที่ประเทศไทยต้องเผชิญ เพราะถ้าหากในอนาคตอันใกล้นี้รัฐบาลจะปรับขึ้นค่าแรงเกษตรกรสู่ 600 บาท จะทำให้กลุ่มนายจ้างจะต้องแบกต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ขณะที่ผลผลิตเกษตรก็ขายได้ราคาไม่สูงเท่าไหร่นัก หรือถ้าหากจำเป็นจะต้องกู้ยืมเงินมาหมุนเวียนก็จะต้องเผชิญกับเรื่องของสินเชื่อเกษตรกรค่อนข้างยาก

ทำให้เราอาจจะเห็นภาพที่นายทุน เจ้าของไร่ เลือกใช้เทคโนโลยีให้มากขึ้น ลดการจ้างคนน้อยลง หรือทำความเข้าใจง่ายๆ ว่ากลุ่มแรงงานในการเกษตรที่มีน้อยอยู่แล้วก็จะยิ่งตกงานเข้าไปอีก

[ เป้าหมายต้องดันรายได้เกษตรกร 4 ปีเติบโต 3 เท่า ]

ในเรื่องของผลักดันรายได้เกษตรกร ‘สุมาลี ชิณวงศ์’ ผู้อำนวยกลุ่มส่งเสริมพืชเส้นใยและพืชหัว กรมส่งเสริมการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายให้เกษตรกรไทยต้องมีรายได้เติบโต 3 เท่าภายในระยะเวลา 4 ปี เริ่มนับตั้งแต่ปีนี้ ซึ่งการจะไปให้ถึงเป้าหมายรายได้เช่นนั้น จำเป็นจะต้องส่งเสริมความรู้เรื่องผลผลิตของเกษตรกรในปัจจุบันเสียก่อน โดยจะต้องเน้นให้ความรู้เรื่องผลิตมากขึ้น สร้างผลผลิตที่เกรด A มากขึ้น ลงทุนในผลผลิตที่สามารถส่งออกและขายได้ในราคาสูงมากขึ้น

พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ใช้โดรนสำรวจหน้าดิน ใช้รถแทรกเตอร์มาปรับหน้าดินหรืออื่นๆ มาช่วยเสริมไปด้วย โดยที่เทคโนโลยีที่มีสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์เกษตรกรให้ดูไม่เหนื่อยเท่าเมื่อก่อน และเมื่อเกิดการขับเคลื่อนในเรื่องนี้ขึ้นจะนำพามาสู่ผลผลิตเพิ่มขึ้น มีผลผลิตเกรด A มากขึ้นรายได้ก็จะต้องเพิ่มขึ้นมากไปด้วย ส่งอานิสงส์ให้เด็กรุ่นใหม่เห็นภาพชัดขึ้นก็จะเป็นแรงจูงใจให้กลับสู่ตลาดการเกษตรมากขึ้นด้วย

[ คนเรียนเกษตรน้อยลง-ปรับหลักสูตรเน้นเทคโนโลยีช่วยมากขึ้น ]

ในส่วนของเรื่องการให้ความรู้ ‘ศาสตราจารย์ ดร. อุมา สีบุญเรือง’ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและกิจการระหว่างประเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เล่าให้ฟังว่า แม้ปัจจุบันคนจะเลือกเรียนเกษตรน้อย ทำให้มหาวิทยาลัย สถานศึกษาต่างๆ จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้ความรู้ไม่ใช่แค่กับนักศึกษาเท่านั้น แต่ต้องให้ความรู้กับเกษตรกรทั้งมือเก่าและมือใหม่ให้สามารถต่อยอดความรู้ สร้างผลผลิตให้มากขึ้นได้

การศึกษาในห้องเรียนก็จำเป็นจะต้องเปลี่ยนหลักสูตรให้ได้ใช้เทคโนโลยีช่วยในการเกษตรมากขึ้น ส่งไปฝึกงานตามโรงงานใหญ่ๆ มากขึ้น เพื่อที่ตัวนักเรียนเองจะได้ลงมือทำจริงและมีแรงจูงใจในการทำเกษตรจริงๆ

[ ส่งเสริมภาคเกษตรสู้การผลิตของจีน เพิ่ม GDP ]

‘ศุภวุฒิ สายเชื้อ’ ประธานบอร์ดสภาพัฒน์ กล่าวไว้กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า โมเดลเศรษฐกิจของไทยที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิตมายาวนานหลายทศวรรษนั้นล้มเหลวแล้ว ตอนนี้จีนกำลังพยายามส่งออกสินค้าทุกประเภท และสินค้าราคาถูกเหล่านี้สร้างปัญหาให้กับเราจริงๆ

ดังนั้นประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลงเน้นการผลิตสินค้าที่จีนไม่ได้ส่งออก ในขณะที่ต้องเสริมสร้างภาคการเกษตรของประเทศให้เข้มแข็งขึ้นอย่างไม่มีข้อแม้หรือเงื่อนไขใด

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เราคงจะได้เห็นแล้วว่าปัจจุบันภาคเกษตรกรไทยกำลังประสบปัญหาอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งที่สำคัญเลยคือทุกภาคส่วนจำเป็นจะต้องช่วยกันผลักดันให้รายได้กลับสู่เกษตรกรมากขึ้น แม้ว่าภาคการเกษตรจะถูกมองว่ามีส่วนในการเติบโตของ GDP ประเทศแค่ 8% แต่หากไทยวางรากฐานและต่อยอดใหม่ได้ดี จะทำให้ GDP จากภาคเกษตรเพิ่มขึ้น ในจุดที่ประเทศไทยก็อาจจะกลับมาได้เปรียบและเข้มแข็งได้ ในยุคที่กำลังกังวลว่า เราอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำระยะยาว

ดังนั้น การจูงใจเด็กรุ่นใหม่ให้สนใจทำการเกษตรในรูปแบบที่มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น คำพูดประเภทที่ว่า เด็กรุ่นใหม่ไม่ทำเกษตรแล้ว หรือดราม่าคำพูดที่ว่า แล้วใครจะปลูกข้าวให้เรากิน ก็จะลดน้อยลง เมื่อ ‘คนรุ่นใหม่’ กับ ‘เทคโนโลยี’ ผนวกเข้ากันได้ ถึงตอนนั้นก็เชื่อว่าจะเป็นพลังสำคัญ ที่จะช่วยทำให้ภาคอุตสาหกรรมเกษตรและการเกษตรไทย มีบทบาทสำคัญเข้ามาสร้างรายได้ช่วยกระตุ้นการเติบโตของประเทศ และเหนือสิ่งอื่นใดเป็นอาชีพที่มั่นคงและทุกคนกล้าโดดมาทำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...