"หนุ่ม กะลา" แจงปมฟ้อง "จูน" ยักยอกเงินกว่า 66 ล้าน
เงินหายไปไหน? "หนุ่ม กะลา" แจงปมฟ้อง "จูน" ยักยอกเงินกว่า 66 ล้าน พร้อมถูกทิ้งหนี้ไว้ให้อีก 20 ล้าน ลั่นไม่อยากได้เงินคืน แต่ช่วยปิดหนี้ให้หน่อย
วันที่ 7 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ พร้อม หนุ่ม กะลา ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในวันนี้ โดยทนายเดชา กล่าวว่า วันนี้มาเปิดใจเรื่องบริษัท ที่หนุ่มเป็นหุ้นส่วน เนื่องจากเงินหายจากบัญชี 9 ปีที่ผ่านมา จำนวนกว่า 66 ล้านบาท ซึ่งตรวจสเตทเมนต์ดูถึงรู้ว่ามีเงินหายไปจากบัญชีของบริษัท พอถามหนุ่มก็บอกไม่ทราบ ถึงกับช็อก พอตรวจสอบแล้วก็เป็นความจริง เพราะสเตทเมนต์มันยืนยัน เงินเข้าบัญชีภรรยาหมด พอพบความผิดปกติเรื่องเงินจึงไปเช็ค สุดท้ายเหลือเงินในบัญชี 2-3 แสนบาท ก่อนรวบรวมหลักฐานฟ้องศาลแขวงสมุทรปราการ วันนี้ไม่ได้ต้องการจะเป็นข่าว แต่คู่กรณีกลับไปปล่อยข่าวทางโซเชียล จึงต้องออกมาชี้แจง
ด้าน หนุ่ม กะลา กล่าวว่า ผมไม่ได้อยากให้เป็นข่าว ที่ผ่านมาตั้งแต่เป็นข่าวเรื่องมือที่ 3 ก็ออกมาให้ข่าวแค่ครั้งเดียว ที่ไม่ออกมาพูดเพราะกลัวกระทบถึงลูก หวั่นบานปลาย ครั้งนี้ก็ไม่คิดว่าจะพูด
แต่ตอนนี้ผมเป็นหนี้ 20 ล้าน ทั้งหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้คอนโด ทุกอย่างไม่เคยมีการดูแล มันเป็นหนี้เราหมดแล้ว พอเห็นสเตทเมนต์ก็มาพบพี่เดชา บอกพี่เดชาว่า ผมจะเอาเงิน 66 ล้านคืน ความจริงผมไม่อยากได้ แต่อยากให้เขาชี้แจงเงินว่าหายไปไหนเท่านั้น ต่อให้ผมได้ 100 ล้านบาทก็ไม่เอาคืน แค่ขอจูนปิดหนี้ให้หน่อย แล้วขอเงินติดตัว 5 ล้าน แล้วจบกัน
ส่วนที่มีข่าวว่าผมมีเงินในบัญชี 8 ล้านนั้นไม่เป็นความจริง เคยเห็นเยอะสุด 5 ล้านบาท ผมไม่ได้ต้องการจะไปไหนจากเขา ไม่คิดว่าคนๆ นึงเลิกกันแล้ว กลับทิ้งหนี้สินไว้ให้เราขนาดนี้ ทุกวันนี้ใช้หนี้ทุกอย่าง รวมทั้งจ่ายหนี้ให้จูนด้วย
เขาต้องมาแจงกับผมว่าเงินไปไหน แค่มาปิดหนี้ให้หน่อยแล้วจบกัน ถ้าอยากฟ้องก็ฟ้องเลย ทำไมผมถึงเลือกฟ้องภรรยานั้น เพราะมันแบ่งสินสมรสไม่ได้ ตอนที่ผมออกจากบ้านของทุกอย่างที่เป็นหนี้เขาให้ผม ส่วนของที่ผ่อนหมดแล้วเขาเก็บไว้
ขณะที่ทนายเดชา กล่าวเสริมว่า พอทรัพย์สินหายไป 66 ล้านบาท จึงฟ้องหย่าไม่ได้ เพราะฟ้องไปมันก็ไม่มีสินสมรส ส่วนเรื่องฟ้องเป็นการฟ้องในนามบริษัทที่เงินหายไป 66 ล้าน มันคนละส่วนกับฟ้องหย่า โจทย์ที่ฟ้องคือบริษัท ไม่ใช่หนุ่มกะลาเป็นคนฟ้อง
ด้าน หนุ่ม กล่าวต่อว่า 25 ปีที่ผ่านมา เงินผมทั้งนั้นที่เลี้ยงเขา ถามว่าผมบกพร่องตรงไหน ผมดูแลครอบครัวของผมและของจูนมาตลอด 25 ปี ควรปิดหนี้ซะแล้วต่างคนต่างใช้ชีวิตก็จบ สำหรับการตรวจสอบครั้งนี้ เป็นการตรวจสอบไปที่ธนาคารแห่งเดียว ยังไม่ได้ตรวจสอบธนาคารอื่นๆ ผมไม่คิดจะทำให้เขาฉิบหาย เพราะถ้าเป็นข่าวเท่าไรก็ไม่เป็นผลดีกับงานของผม แต่ผมอยากให้มาชี้แจงให้มันกระจ่างเท่านั้น ถ้าเคลียร์ได้ก็จบ ไม่คิดจะเอาเงินเขาด้วย แค่ปิดหนี้ให้เท่านั้น และของเงินติดตัวไว้ 5 ล้านก็พอ
ขณะที่ยังคบกันอยู่ ไมค์ที่ใช้ร้องเพลงผมยังต้องเก็บเงินซื้อเอง ทั้งที่เงินอยู่ที่จูน พอเลิกกันไปก็เห็นเขาซื้อของแบรนด์เนม ยังอึ้งเขาซื้อได้ขนาดนี้เลยเหรอ ทั้งที่เราอยู่ลำบาก ปิดหนี้แล้วผมก็ยังส่งเสียลูกอยู่