เศรษฐกิจทุบ “กำลังซื้อ” ตัวเลขคนไทยเที่ยวนอกแผ่ว
ในช่วงต้นปี 2567 สมาคมไทยบริหารท่องเที่ยว (TTAA) คาดการณ์จำนวนคนไทยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศไว้ที่จำนวน 11 ล้านคน ใกล้เคียงกับปี 2562 ก่อนวิกฤตโควิดที่มีจำนวนประมาณ 11-12 ล้านคน
นำเงินไปใช้จ่ายต่างประเทศมูลค่าประมาณ 3.85-4.40 แสนล้านบาท หรือเฉลี่ยราว 35,000-40,000 บาทต่อคนต่อทริป
เศรษฐกิจชะลอ-ค่าครองชีพพุ่งทุบมู้ด
“บูรณี วีระภุชงค์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิไทย แทรเวล จำกัด ให้ข้อมูลกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมของตลาดคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ หรือตลาด Outbound ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาชะลอตัวไปค่อนข้างมาก ไม่หวือหวาอย่างที่คาดการณ์
ทั้งนี้ เป็นผลจากกำลังซื้อของคนไทยที่ลดน้อยลง จากปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอดตัวและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนลดความถี่ในการเดินทางลง และบางส่วนก็หันไปเลือกเส้นทางท่องเที่ยวที่มีราคาถูกแทน
บวกกับปีนี้ “โลว์ซีซั่น” ของตลาดเอาต์บาวนด์มาเร็วและแรง ทำให้กำลังซื้อของคนไทยลดลงอย่างชัดเจน
“ปกติโลว์ซีซั่นของตลาดเอาต์บาวนด์จะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงเปิดเทอม กำลังซื้อสินค้าท่องเที่ยวในตลาดจะลดลงโดยปริยาย และในช่วงกรกฎาคม สิงหาคม กันยายนก็จะไม่ค่อยมีคนเดินทางเท่าไหร่ เนื่องจากหลายประเทศอากาศร้อน บางประเทศมีฝนตก บรรยากาศการขายแพ็กเกจทัวร์ก็จะเงียบนิดหน่อย”
ลดการใช้จ่ายด้าน “ท่องเที่ยว”
“บูรณี” บอกด้วยว่า ขณะที่ “ญี่ปุ่น” ซึ่งเป็นตลาดที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 ของคนไทยในฟากของการขายแพ็กเกจทัวร์ผ่านบริษัททัวร์ปีนี้ก็ไม่หวือหวานัก แม้ว่าตลาดจะได้รับอานิสงส์จากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าต่อเนื่อง เพราะบริษัททัวร์ไม่กล้าล็อกโควตาที่นั่งสายการบินไว้จำนวนมาก ๆ เหมือนในอดีต
ประกอบกับการพัฒนาในด้านโครงสร้างพื้นฐานของญี่ปุ่นทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวกและง่ายขึ้น รูปแบบการเดินทางของคนไทยไปญี่ปุ่นจึงเริ่มเปลี่ยน และหันไปเดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น ตลาดกลุ่มทัวร์จึงไม่ได้ขยายตัวมากนัก
เช่นเดียวกับตลาดระยะไกล หรือเส้นทางโซนยุโรป อเมริกา ที่เดิมกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูง แต่ก็พบว่าปีนี้คนไทยที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวไกล ๆ ก็ปรับลดค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวลงเช่นกัน จากเดิมที่เคยไปทัวร์ระดับ 70,000-80,000 บาท ก็ลดลงเหลือ 50,000-60,000 บาทแทน
“จีน” ตลาดความหวังใหม่
เช่นเดียวกับ “เจริญ วังอนานนท์” นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และเจ้าของบริษัท กังวาล ฮอลิเดย์ จำกัด ที่บอกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาตลาดเอาต์บาวนด์มีจำนวนไม่มากเท่าที่ควร เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศไม่ค่อยดี และต้นทุนการเดินทางในบางตลาดก็ยังสูง
“ญี่ปุ่นที่เราคาดว่าจะดีเพราะค่าเงินเยนอ่อน แต่ก็ไม่หวือหวา เพราะค่าครองชีพของเขาค่อนข้างแพง ทั้งค่าโรงแรม ค่าอาหาร รวมถึงค่าเดินทาง”
นอกจากนี้ ตลาดเกาหลีที่เคยได้รับความนิยมในอันดับต้น ๆ ของคนไทยก็เริ่มแผ่ว เนื่องจากปัญหาระบบการเข้าเมืองที่ให้คนไทยยังต้องลงทะเบียนผ่านระบบ K-ETA ซึ่งบางส่วนขนาดลงทะเบียนผ่านแล้วไปถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมือง ทำให้คนไทยเริ่มมีกระแสเบื่อและแบนการเดินทางไปเกาหลี
มีเพียง “จีน” ที่เป็นตลาดใหม่ที่มาแรงและมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง เนื่องจากเพิ่งได้รับการยกเว้นวีซ่า บวกกับราคาแพ็กเกจทัวร์จีนอยู่ในระดับที่สอดรับกับกำลังซื้อคนไทย และเป็นตลาดที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย
สอดรับกับ “ธนพล ชีวรัตนพร” กรรมการผู้จัดการ ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส และเจ้าของแตงโมทัวร์ ที่บอกว่าปัจจุบันตลาดจีนคึกคักและหวือหวามาก เอเย่นต์ทัวร์ส่วนใหญ่แห่ไปขายแพ็กเกจเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นตลาดที่สามารถออกแบบแพ็กเกจการขายได้หลากหลาย
“จีนเป็นตลาดการท่องเที่ยวใหม่ และมีขนาดที่ใหญ่มาก สำหรับคนทำแพ็กเกจขายกันได้อีกนาน 10 ปีข้างหน้าก็ยังขายกันไม่หมด”
คาดปีนี้มีจำนวน 7-8 ล้านคน
“บูรณี” กรรมการผู้จัดการ “ยูนิไทย แทรเวล” บอกด้วยว่า ด้วยบรรยากาศการขายที่ไม่คึกคักนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายแพ็กเกจทัวร์โดยรวมของกลุ่มยูนิไทยหายไปประมาณ 20-30%
อย่างไรก็ตาม ยังเห็นแนวโน้มของตลาดระยะไกลที่เริ่มมียอดจองการเดินทางในช่วงไตรมาสสุดท้ายปลายปีทยอยเข้ามาบ้างแล้ว จึงหวังว่าบรรยากาศการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศของไทยจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปีนี้
เช่นเดียวกับนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยวที่มองว่า ภาพรวมปีนี้จะกลับมาได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ต้องไปลุ้นกันช่วงปลายปีอีกครั้ง
ทั้งนี้ ประเมินว่าตัวเลขจำนวนคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศปีนี้น่าจะอยู่ในระดับ 7-8 ล้านคน โดยมีตลาดจีนเป็นตลาดใหม่และเป็นตลาดศักยภาพสูงในอนาคต
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐกิจทุบ “กำลังซื้อ” ตัวเลขคนไทยเที่ยวนอกแผ่ว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net