Toyota Corolla Altis 2022 ขีดสุดความเร้าใจด้วยรุ่น GR Sport
ต้อนรับปีเสือ Toyota ส่งรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดประเดิมด้วยการปรับโฉม Toyota Corolla Altis Facelift งานนี้ปรับในส่วนรุ่นแต่ง GR Sport
1 of 6
โดย Toyota Corolla Altis GR Sport เพิ่มรุ่น HEV GR Sport เป็นทางเลือกโดยนำรุ่น HEV Premium Safety เดิม ปรับหน้าตาแบบเดียวกับสเปคจีนตั้งแต่ กระจังหน้าทรงสปอร์ตตกแต่งด้วยสีดำ กันชนหน้าออกแบบใหม่พร้อมสเกิร์ตในตัว ชุดแต่งสเกิร์ตด้านข้างและด้านหลัง ไฟตัดหมอกหน้า LED ออกแบบใหม่ ล้ออัลลอยออกแบบใหม่ 17 นิ้ว พร้อมยาง 225/45 R17 และโลโก้ GR Sport ติดท้ายรถ พร้อมไฟหน้า Bi-Beam LED ไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED Daytime Running Lights ในโคมเดียวกัน
1 of 7
ภายในสะท้อนความเป็น GR ด้วย เบาะหนังคู่หน้าแถบแดงดีไซน์สปอร์ตพร้อมโลโก้ GR พร้อมพนักพิงศีรษะ ปุ่มกดสตาร์ทตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ GR พร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ช่องเสียบ USB แบบ Type C ในช่องเก็บของคอนโซลกลาง, หน้าจอ HUD แสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี, เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า (Lumbar Support), ระบบ Illuminate entry system, ระบบแจ้งเตือนลมยาง TPMS และออพชั่นเดิมทั้ง มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron พร้อม MID 7 นิ้ว หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับ Apple CarPlay แท่นชาร์จไฟแบบไร้สาย ระบบหน่วงแรงเบรกอัตโนมัติ (Auto Brake Hold) กับ ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (Automatic Air Conditioning System) และช่องปรับอากาศสำหรับที่นั่งด้านหลัง (Rear Air Conditioning) และ หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบเปลี่ยนสีบนกระจกหน้ารถ Head Up Display
ขุมพลังเดิมด้วยเครื่องยนต์เบนซิน DUAL VVT-I 1.8 ลิตร 2ZR-FBE 140 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 177 นิวตัมเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super CVTi 7 สปีดพร้อม Sequential Shift กับ เครื่องยนต์เบนซิน Hybrid เจน 4ขนาด 1.8 ลิตร 2ZR-FXE 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิด 142 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบ/นาที ในภาคเครื่องยนต์ จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร ทำให้ได้แรงม้ารวมถึง 122 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อมPaddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (*เฉพาะรุ่น 1.8 GR SPORT)
1 of 2
เพิ่มความมั่นคงจากโครงสร้างเหล็กที่แข็งแรงพร้อมเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมตัวรถ (Spot Welding) ช่วยรองรับแรงบิดที่มีต่อตัวถัง เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวและเกาะถนน พวงมาลัยปรับจูนใหม่ ตอบสนองแม่นยำมากขึ้น เพื่อให้การควบคุมง่ายขึ้น เป็นไปอย่างมั่นใจ ออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ลดการโครงของตัวรถ ช่วยเรื่องการทรงตัวและเข้าโค้งได้ดีขึ้น และช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ พัฒนาใหม่เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งการเกาะถนนอย่างดีเยี่ยม
1 of 2
พร้อมระบบความปลอดภัย TOYOTA SAFETY SENSE ทั้ง Dynamic Radar Cruise Control แบบ All-Speed ควบคุมและปรับลดระดับความเร็วได้ถึง 0 กม./ชม. และสามารถเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้เมื่อไม่มีรถขวางหน้า พร้อมระบบ Lane Tracing Assist ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน PRE-COLLISION SYSTEM ความปลอดภัยก่อนการชน LANE DEPARTURE ALERT WITH STEERING ASSIST เตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ AUTOMATIC HIGH BEAMS ควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ และออพชั่นความปลอดภัยเดิมตามแต่ละรุ่นทั้ง Back Guide Monitor กล้องมองภาพขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert ช่วยเตือนขณะถอยรถ Hill-start Assist Control ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Blind Spot Monitor ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง Back Sonar สัญญาณเตือนกะระยะท้ายรถ Traction Control System ป้องกันล้อหมุนฟรี Vehicle Stability Control ควบคุมการทรงตัว ถุงลมนิรภัย SRS 7 ตำแหน่งทุกรุ่น
Toyota Corolla Altis GR Sport Facelift มีสีภายนอกให้เลือก 3 สี ตามแนวคิด GR คือ สีขาวมุก Platinum White Pearl, สีแดง Red Mica Metallic, และสีดำ Attitude Black Mica และมีให้เลือกเป็นเจ้าของได้ 2 รุ่น ได้แก่
- รุ่น 1.8 HEV GR Sport *** ราคา 1,114,000 บาท**** (เพิ่มจากเดิม 15,000 บาท)
- รุ่น 1.8 GR Sport *** ราคา 1,059,000 บาท**** (เพิ่มจากเดิม 50,000 บาท)
นอกจากนี้ยังมี Toyota Corolla Altis รุ่นปกติ โดยมีรุ่นย่อยตรงความต้องการดังนี้
- รุ่น 1.8 HEV Premium ราคา 994,000 บาท****
- รุ่น 1.8 SPORT ราคา 964,000 บาท****
- รุ่น 1.6G ราคา 879,000 บาท****
มีทั้งหมด 7 สี ได้แก่สีดำ ( Attitude Black Mica), สีเทา (Celestite Gray), สีน้ำตาล (Phantom Brown), สีแดง (Red Mica Metallic), สีเงิน (Silver Metallic), สีขาว (Super White) *, สีขาวมุก (Platinum White Pearl)**
* สำหรับสีพิเศษ Super White มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.6L เท่านั้น **สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8L และรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด (HEV) เท่านั้น เพิ่ม 10,000 บาท