โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

กรมทะเลเศร้า! เร่งตรวจซากพะยูนถูกตัดเขี้ยวกลางกระบี่ ลุยเอาผิดผู้กระทำผิด โทษสูงจำคุก 15 ปี ปรับ 1.5 ล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โดยนายวิษณุ แจ้งใจ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 (สทช.10) มอบหมายให้นางสาวณัฐลภัส บุญใหญ่ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจังหวัดกระบี่ นำเจ้าหน้าที่ร่วมกับศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง (ศวอล.) และศูนย์เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์สัตว์ทะเลหายาก (พะยูน) ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีพบซากพะยูนเกยตื้น บริเวณแหลมสนหนา หมู่ 1 ตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ หลังได้รับแจ้งจาก นายยงยุทธิ์ ฝั่งขวา กำนันตำบลเกาะศรีบอยา

จากการตรวจสอบ พบเป็นพะยูนเพศผู้ ความยาวลำตัว 296 เซนติเมตร สภาพซากเริ่มเน่า แต่ร่างกายยังสมบูรณ์ดี มีเพียงรอยถลอกจากการเกยตื้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบว่าเขี้ยวถูกตัดหายไปทั้ง 2 ข้าง และมีบาดแผลจากของมีคมบริเวณช่องปาก สันนิษฐานว่าเป็นการเลาะเขี้ยวภายหลังพะยูนเสียชีวิต จึงได้เคลื่อนย้ายซากไปยัง ศวอล. เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียด

พะยูนเป็น สัตว์ป่าสงวน และเป็นสัตว์ทะเลหายากที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศหญ้าทะเล การลักลอบตัดเขี้ยวหรือกระทำต่อซากพะยูน ถือเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวัน เมื่อเวลา 11.36 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ณ สถานีตำรวจภูธรคลองขนาน อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ และจะดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยผู้กระทำผิดมีโทษจำคุก 3–15 ปี หรือปรับ 300,000–1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...