โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กสร. เริ่มเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 1 ต.ค.นี้ นายจ้าง-ลูกจ้างร่วมออมฝ่ายละ 0.25%

The Better

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
เริ่ม 1 ต.ค. 2569 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง รูปแบบใหม่ นายจ้างและลูกจ้างร่วมออมฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง เพื่อสร้างหลักประกันทางการเงินเมื่อสิ้นสุดการจ้างงาน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เตรียมเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างรูปแบบใหม่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เพื่อสร้างหลักประกันทางการเงินให้ลูกจ้างเมื่อสิ้นสุดการจ้างงานหรือว่างงาน โดยกำหนดให้นายจ้างและลูกจ้างร่วมส่งเงินเข้ากองทุนฝ่ายละร้อยละ 0.25 ของค่าจ้าง

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยว่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเตรียมดำเนินการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างรูปแบบใหม่ เพื่อส่งเสริมการออมร่วมกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง และสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่ลูกจ้างเมื่อพ้นสภาพการจ้างงาน

กองทุนดังกล่าวจะครอบคลุมสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และยังไม่ได้จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยจะเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

สำหรับอัตราการส่งเงินเข้ากองทุน กำหนดให้นายจ้างและลูกจ้างส่งเงินฝ่ายละร้อยละ 0.25 ของค่าจ้าง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2574 ก่อนปรับเพิ่มเป็นฝ่ายละร้อยละ 0.50 ของค่าจ้าง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป

เมื่อลูกจ้างสิ้นสุดการจ้างงาน จะได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลคืนเป็นเงินก้อนภายใน 25 วัน เพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงินและเป็นหลักประกันในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างการทำงาน

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า นายจ้างสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ขณะที่ลูกจ้างควรศึกษาหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และสิทธิประโยชน์ของกองทุน เพื่อให้สามารถใช้สิทธิได้อย่างครบถ้วนและได้รับประโยชน์สูงสุดจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างรูปแบบใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...