โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิหร่าน จวก “ทรัมป์” เล่นละครการทูต ขณะช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดนิ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 7 สิงหาคม 2569 เวลา 17.05 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หัวหน้าคณะเจรจาอิหร่านจวก “ทรัมป์” ใช้การทูตแบบจัดฉาก ขณะที่เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเหลือเพียง 2 ลำ จากปกติ 130-140 ลำต่อวัน ท่ามกลางความกังวลต่อเส้นทางขนส่งพลังงานโลก

วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 09.09 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน กล่าวหาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ว่ากำลังใช้การทูตแบบจัดฉาก (theater diplomacy) หลังสหรัฐและอิหร่านให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับความคืบหน้าของการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งที่ดำเนินมานานหลายเดือน ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด และการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงจนเกือบหยุดชะงัก

กาลิบาฟโพสต์ข้อความผ่าน X เมื่อวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) โดยเหน็บแนมท่าทีของทรัมป์ในทำนองว่า จากเดิมที่ขู่ว่าจะมีการโจมตีครั้งใหญ่ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นการเจรจา พร้อมระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการทูตแบบจัดฉากที่วนซ้ำไปมา

ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากทรัมป์ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน และระบุว่าสหรัฐฯ กับอิหร่านได้ข้อสรุปในหลักการเกี่ยวกับข้อตกลงแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิหร่านปฏิเสธคำกล่าวดังกล่าว โดยยืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาระหว่างสองฝ่ายเกิดขึ้น

ขณะเดียวกันความขัดแย้งกำลังขยายวงกว้างขึ้นทั่วภูมิภาค โดยโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศอ่าวอาหรับและเส้นทางเดินเรือสำคัญกลับมาเผชิญความเสี่ยงอีกครั้ง

CNN รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบีย ว่า รัฐบาลริยาดกำลังเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการโจมตีพร้อมกันหลายจุดจากกลุ่มติดอาวุธในอิรักที่ทำงานร่วมกับกลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โดยข้อมูลข่าวกรองจากซาอุดีอาระเบียและรัฐบาลในภูมิภาคบ่งชี้ว่า กลุ่มดังกล่าวอาจเตรียมโจมตีซาอุดีอาระเบียในอนาคตอันใกล้ ภายใต้การชี้นำของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC)

คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังกลุ่มฮูตีออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในอ่าวเอเดน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก ขณะที่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียเผชิญทั้งการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากกลุ่มฮูตีและการโจมตีด้วยโดรนจากกลุ่มติดอาวุธในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การเดินเรือผ่านจุดยุทธศาสตร์สำคัญ 2 แห่งของภูมิภาคลดลงอย่างรุนแรง โดยข้อมูลติดตามเรือของ Kpler ระบุว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีเรือเพียง 2 ลำเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ลดลงจาก 8 ลำในวันก่อนหน้า และต่ำกว่าระดับปกติก่อนเกิดสงครามอย่างมาก ซึ่งเคยมีเรือผ่านประมาณ 130-140 ลำต่อวัน

นั่นหมายความว่า ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในปัจจุบันเหลือเพียงเศษเสี้ยวของระดับปกติ สะท้อนผลกระทบจากความขัดแย้งที่มีต่อหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญที่สุดของโลก

สถานการณ์ที่ช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) ซึ่งเชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดนก็ย่ำแย่เช่นกัน โดยมีเรือสินค้าเทกองเพียง 1 ลำเดินทางผ่าน ลดลงจาก 20 ลำในวันก่อนหน้า ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อระบบขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากทั้งช่องแคบฮอร์มุซและบับเอลมันเดบถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ของการค้าและการขนส่งพลังงานโลก

รายงานระบุว่า ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มว่าจะยังไม่สามารถกลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามได้ในเร็ว ๆ นี้ แม้อิหร่านและโอมานจะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับกรอบการบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวก็ตาม

สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่า ภายใต้ร่างแผนการบริหารช่องแคบฮอร์มุซระหว่างอิหร่านและโอมาน เรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลจะถูกห้ามเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว รวมถึงเรือจากประเทศที่อิหร่านมองว่า สร้างความเสียหายให้แก่อิหร่าน ซึ่งข้อจำกัดจะมีผลต่อไปจนกว่าประเทศเหล่านั้นจะจ่ายค่าชดเชย

นอกจากนี้อิหร่านยังเสนอให้กำหนดบทลงโทษสำหรับเรือที่ฝ่าฝืนเงื่อนไข โดยอาจเรียกเก็บค่าปรับสูงถึง 20% ของมูลค่าสินค้าที่บรรทุก ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ความกังวลว่าอิหร่านอาจเพิ่มข้อจำกัดต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นประมาณ 1.3% มาอยู่ที่ 83.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นราว 1.1% แตะ 78.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังตลาดก่อนหน้านี้เคยมีความหวังว่าข้อตกลงเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซอาจเกิดขึ้นภายในไม่กี่วัน

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ในภูมิภาค ระบุว่า อิหร่านและโอมานใกล้บรรลุกรอบข้อตกลงสำหรับบริหารการเดินเรือ โดยกำหนดให้เรือขาเข้าทั้งหมดใช้เส้นทางผ่านน่านน้ำอิหร่าน ส่วนเรือขาออกจะใช้เส้นทางที่อยู่ใกล้กับโอมานมากกว่า อย่างไรก็ตาม การบรรลุข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าช่องแคบฮอร์มุซจะสามารถกลับมาเปิดให้เรือเดินทางผ่านได้ตามปกติทันที

ด้านทรัมป์ออกมาตอบโต้รายงานที่ระบุว่า คลังอาวุธและยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ ลดลงอย่างมากจากการทำสงคราม โดยระบุผ่าน Truth Social เมื่อวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐฯ ยังคงมียุทโธปกรณ์จำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอาวุธบางประเภท พร้อมขู่ว่าจะดำเนินคดีและผลักดันโทษจำคุกระยะยาวต่อผู้ที่นำข้อมูลลับออกมาเปิดเผย

อย่างไรก็ตาม CNN รายงานในเวลาต่อมาว่า ทรัมป์ยอมรับระหว่างการให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบขาวว่า อาวุธบางประเภทของสหรัฐมีปริมาณตึงตัวมากขึ้น แต่ยืนยันว่าอาวุธที่มีเทคโนโลยีไม่ซับซ้อนบางประเภทนั้น สหรัฐยังคงมีอยู่ในปริมาณมาก

สถานการณ์ล่าสุดจึงทำให้ตลาดจับตาทั้งความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และความคืบหน้าของข้อตกลงบริหารช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเดินเรือที่ลดลงจากระดับปกติราว 130-140 ลำต่อวัน เหลือเพียงไม่กี่ลำ อาจสร้างแรงกดดันต่อการขนส่งพลังงานและราคาน้ำมันโลก หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือความขัดแย้งขยายวงกว้างขึ้นอีก

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...