โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรวจพบแคมเปญ Phishing ปล่อยมัลแวร์ OKBot ขโมย Seed กระเป๋า Trezor และ Ledger

Thaiware

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sarun_ss777
มัลแวร์ดังกล่าวมาพร้อมปลั๊กอิน SeedHunter ที่จะสร้างหน้าหลอกเหยื่อให้กรอก Seed Phrase แล้วส่งกลับไปให้แฮกเกอร์

สำหรับนักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) คงจะทราบกันดีว่า กระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซีแบบฮาร์ดแวร์ (Hardware Wallet) นั้นปลอดภัยที่สุด เพราะเก็บแยกแบบออฟไลน์ (Offline) ได้ แต่ในตอนนี้ผู้ใช้งานอาจต้องระวังมากขึ้นเนื่องจากมีมัลแวร์ที่สามารถขโมยตัวกระเป๋าดังกล่าวได้แล้ว

จากรายงานโดยเว็บไซต์ The Hacker News ได้กล่าวถึงการตรวจพบแคมเปญหลอกลวงแบบ Phishing ในการหลอกปล่อยมัลแวร์ OKBot (ซึ่งไม่ถูกระบุประเภทไว้โดยแหล่งข่าว แต่คาดหมายจากชื่อว่าอาจเป็นมัลแวร์ประเภทเปลี่ยนเครื่องของเหยื่อเป็นเครือข่ายของแฮกเกอร์ หรือ Botnet) ซึ่งการตรวจพบดังกล่าวเป็นผลงานจากทีมวิจัย GReAT จาก Kaspersky บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส (Anti-Virus) ยอดนิยม โดยทางทีมวิจัยพบว่ามีการใช้การหลอกลวงถึง 2 วิธีด้วยกัน นั่นคือ

  • การหลอกลวงให้รันโค้ดบนเครื่องของตนเองโดยอ้างว่าเป็นการทำเพื่อการยืนยันตัวตน หรือ แก้ไขข้อผิดพลาด ซึ่งเป็นวิธีที่เรียกว่า ClickFix
  • การใช้งานซอฟต์แวร์ฝังมัลแวร์ที่ฝากไว้บนคลังดิจิทัล (Repo หรือ Repository) ของทาง GitHub โดยกรณีที่ตรวจพบนั้นเป็นการใช้วิธีการโฆษณาว่าซอฟต์แวร์ที่ฝากไว้นั้นเป็นซอฟต์แวร์สำหรับการจัดการระบบเซิร์ฟเวอร์ SQL ที่มีชื่อว่า SQL Server Management Studio แต่พอดาวน์โหลดไป ภายในกลับเป็นซอฟต์แวร์สำหรับปรับแต่งเสียงที่มีชื่อว่า Audacity ที่มีการฝังมัลแวร์ไว้ โดยทางทีมวิจัยพบว่า Repo ดังกล่าวนั้นถูกสร้างขึ้นมาประมาณช่วงเดือนมีนาคม ค.ศ. 2025 (2568) และพึ่งถูกลบในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง

ซึ่งทั้ง 2 ทางนั้นจะนำไปสู่การรันตัวดาวน์โหลดสคริปท์ PowerShell อย่าง TookPS ที่ตัวสคริปท์ที่ดาวน์โหลดลงมานั้นจะทำหน้าที่ในการติดตั้ง SSH, ติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (C2 หรือ Command and
Control), ตั้งค่าพอร์ต (Forward Port) ไปยัง SSH Daemon Port เพื่อใช้รับคำสั่งจากเซิร์ฟเวอร์ C2 และรอคำสั่งที่จะส่งเข้ามายังตัวมัลแวร์ โดยในระหว่างนี้มัลแวร์จะทำการแอบขโมยไฟล์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรหัสผ่าน (Credential), กระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซี (Crypto Wallet), ข้อมูลโปรไฟล์ของเว็บเบราว์เซอร์, และไฟล์ Cookes เพื่อส่งออกไปให้กับแฮกเกอร์ผ่านทางอุโมงค์ (Tunnel) สแกนหาซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส (Anti-Virus) ที่อยู่บนเครื่อง จากนั้นจึงทำการแก้ไขรีจิสทรี (Registry) เพื่อปิดการแจ้งเตือนของ Microsoft Defender และเปิดทางเข้าสู่ระบบให้กับทางแฮกเกอร์สามารถเข้ามาจัดการระบบได้

  • เปิดไฟร์วอลล์ (Firewall) สำหรับการติดต่อแบบ RDP (Remote Desktop Protocol) ขาเข้า
  • เพิ่มบัญชีของแฮกเกอร์ลงไปยังกลุ่ม Remote Desktop Users Group
  • ทับไฟล์ termsrv.dll ด้วยเวอร์ชันที่ถูกดัดแปลงมา เพื่อช่วยให้แฮกเกอร์สามารถใช้งาน RDP บน Sessions ปัจจุบันได้ตลอดไป
  • ทำการสร้างตารางเวลาการทำงาน (Task Scheduling) ภายใต้ชื่อ Apple Sync ซึ่งจะทำหน้าที่ในการสร้าง Reverse SSH Tunnel สำหรับ Local RDP Port ทุกชั่วโมง
ตรวจพบแคมเปญ Phishing ปล่อยมัลแวร์ OKBot ขโมย Seed กระเป๋า Trezor และ Ledger

ภาพจาก : https://thehackernews.com/2026/07/okobot-malware-framework-injects-seed.html

หลังจากนั้นมัลแวร์ก็จะทำการดาวน์โหลดโมดูล (Modules) ต่าง ๆ มาจากเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (C2 หรือ Command and Control) ซึ่งในขั้นแรกนั้นจะประกอบด้วยเครื่องมือสำคัญ 2 ตัว นั่นคือ

  • HDUtil เป็น Launcher ที่ถูกป้องกันไม่ให้สามารถทำงานในสภาวะจำลอง (VM หรือ Virtual Machine) ใช้ในการรันโมดูลและเครื่องมือต่าง ๆ รวมทั้งมีความสามารถในการอัปเกรดสิทธิ์ในการใช้งานระบบผ่านทาง Windows RPC (Remote Procedure Call) ซึ่งเป็นเครื่องมือบน Windows ที่มีความสามารถในการยกสิทธิ์ผู้ใช้งานทั่วไปขึ้นไปเป็นระดับผู้ดูแลสูงสุด (System) ในเดียวกันก็ข้ามระบบป้องกันของ UAC (User Account Control) ซึ่งเป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัยของบัญชีบน Windows ไปได้
  • Volume2 เป็นเครื่องมือ (Utility) ที่มาพร้อมกับไฟล์ protobuf.dll ที่ใช้ในการถอดรหัส (Decryption) และรันไฟล์มัลแวร์ (Payload) ตัวจริงซึ่งเป็นตัวจัดการปลั๊กอิน (Plugin Dispatcher) ที่จะทำการตรวจสอบ (Polling) กับเซิร์ฟเวอร์ C2 ทุก ๆ 20 วินาที

ทางทีมวิจัยยังได้ตรวจพบปลั๊กอิน 5 ตัวที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือข้างต้นได้ดังนี้

  • OkoSpyware เป็นมัลแวร์ประเภทสอดแนม หรือ Spyware ที่ใช้ในการสอดส่องการทำงานของซอฟต์แวร์มากกว่า 100 ตัว โดยซอฟต์แวร์สำคัญอย่างเครื่องมือจัดการรหัสผ่าน (Password Manager) 1Password และ กระเป๋าเงินคริปโตอย่าง Exodus, MetaMask, และ Tonkeeper ก็อยู่ในบัญชีรายชื่อจับตามองของสปายแวร์ตัวนี้ด้วย ซึ่งตัวมัลแวร์จะทำงานร่วมกับปลั๊กอินสำหรับบันทึกวิดีโอและดักจับการพิมพ์ในการขโมยข้อมูลจากซอฟต์แวร์ดังกล่าว
  • FFmpeg เป็นปลั๊กอินที่ช่วยเหลือมัลแวร์ OkoSpyware ในการบันทึกหน้าจอออกมาเป็นคลิปแบบ MP4
  • MC Keylogger เป็นปลั๊กอินที่ช่วยเหลือมัลแวร์ OkoSpyware ในการบันทึกการพิมพ์ (Keystroke) โดยจะครอบคลุมตั้งแต่การป้อนข้อมูล (Input), Clipboard, อุปกรณ์ USB ต่าง ๆ, ทั้งยังมีความสามารถในการบันทึกภาพหน้าจอ (Screenshot) ทุก ๆ 5 นาที
  • Rilide มัลแวร์ประเภทขโมยข้อมูลจากเครื่องของเหยื่อ (Infostealer) ในรูปแบบส่วนเสริมของเว็บเบราว์เซอร์ (Extension) ของเว็บเบราว์เซอร์ตระกูล Chromium
  • SeedHunter เครื่องมือสำหรับขโมยรหัสกู้กระเป๋าเงินคริปโต หรือ Seed Phrase จากกระเป๋าเงินแบบฮาร์ดแวร์อย่าง Trezor และ Ledger

สำหรับปลั๊กอินตัวท้ายสุดที่เรียกว่าร้ายแรงมากที่สุดเนื่องจากสามารถขโมยกระเป๋าเงินประเภทที่หลายคนคิดว่าปลอดภัยได้นั้น จะมีการทำการตรวจสอบแอปพลิเคชันของกระเป๋าเงินอย่าง Trezor Suite, Ledger Wallet, และ Ledger Live ซึ่งถ้าพบตัวใดตัวหนึ่งอยู่บนเครื่อง ก็จะทำการยิงโค้ด (Injection) ของตัวเองลงไปในแอปพลิเคชันเหล่านั้นเพื่อดักจับข้อมูลจาก Electron ภายในกระเป๋าเหล่านี้ จากนั้นจึงจัดการถามไปยังเซิร์ฟเวอร์ C2 ที่ตั้งอยู่ที่ moonsand[.]store โดยถ้าเซิร์ฟเวอร์ตั้งธง (Flag) เป็น Wait ตัวปลั๊กอินก็จะสแกนไดร์ฟ USB ตามหมายเลข ID ของผู้พัฒนา (Vendor) และ ตัวผลิตภัณฑ์ แล้วรอจนกว่าจะมีการเสียบกระเป๋าดังกล่าวเข้าสู่ไดร์ฟ USB

หลังจากที่ตรวจพบกระเป๋าถูกเสียบเข้ามาเรียบร้อยแล้ว มัลแวร์ก็จะแสดงหน้าจอสำหรับการกู้กระเป๋า (Recovery Page) ที่ถูกตั้งค่าไว้ล่วงหน้า (Hardcoded) เพื่อล่อให้เหยื่อทำการกรอก Seed Phrase เข้ามา ซึ่งรหัสที่กรอกเข้ามาทั้งหมดจะถูกส่งไปยังคอนโซลของหน้ากู้คืนกระเป๋าโดยมีเครื่องหมาย @:app:print กำกับอยู่ แล้วส่งต่อไปยังฟังก์ชัน mal_LogConsoleMessage ที่ถูกเชื่อมต่อ (Hooked) อยู่เพื่อดักจับรหัสดังกล่าว โดยรหัสทั้งหมดนั้นจะถูกส่งออกมาเป็นไฟล์ในรูปแบบ JSON พร้อมสำเนาแบบ RC4 ที่จะถูกบันทึกแบบไฟล์ชั่วคราวไว้ แล้วจึงลักลอบส่งออก (Exfiltration) ไปยังเซิร์ฟเวอร์ C2 ทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงเงินทั้งหมดที่อยู่ภายในกระเป๋าฮาร์ดแวร์ของเหยื่อได้อย่างง่ายดาย

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...