โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ความสะดวกของเรา อาจแลกมาด้วยความไม่มั่นคงของ “ไรเดอร์”

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
จากคนส่งอาหารถึงคนขับรถ แรงงานแพลตฟอร์มกำลังโต แต่ยังติดอยู่ในช่องว่างกฎหมาย ระหว่าง “ลูกจ้าง” กับ “อิสระ”

ทุกวันนี้ แค่กดมือถือไม่กี่ครั้ง อาหารก็มาส่งถึงบ้าน รถก็พร้อมมารับ หรือแม้แต่เรียกคนมาทำความสะอาดได้ทันที

แต่เบื้องหลังความสะดวกเหล่านี้ มีแรงงานอีกกลุ่มที่กำลังขยายตัวไปพร้อมกับเศรษฐกิจดิจิทัล นั่นคือ “แรงงานแพลตฟอร์ม” ตั้งแต่ไรเดอร์ส่งอาหาร คนขับรถ ไปจนถึงผู้ให้บริการทำความสะอาด

คำถามคือเมื่อรูปแบบการทำงานเปลี่ยนไป แต่กฎหมายแรงงานยังแบ่งคนทำงานออกเป็นเพียง “ลูกจ้าง” กับ “ผู้ประกอบอาชีพอิสระ” แล้วแรงงานแพลตฟอร์มที่อยู่ตรงกลาง จะได้รับการคุ้มครองแค่ไหน?

จากงานเสริม สู่ตลาดแรงงานขนาดใหญ่

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์มดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่สั่งอาหาร เรียกรถ ส่งพัสดุ ไปจนถึงบริการทำความสะอาด

ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มก็เปิดประตูให้คนจำนวนมากเข้าสู่ตลาดแรงงานรูปแบบใหม่ เพราะสามารถเลือกเวลาและรูปแบบการทำงานได้ยืดหยุ่นขึ้น รวมถึงหารายได้จากหลายแพลตฟอร์ม โดยไม่จำเป็นต้องผูกอยู่กับนายจ้างเพียงรายเดียว

ข้อมูลจากธนาคารโลก ปี 2023 ประเมินว่า ทั่วโลกมีแรงงานแพลตฟอร์มประมาณ 154-435 ล้านคน หรือคิดเป็น 4.4-12.5% ของกำลังแรงงานทั้งหมด

นั่นหมายความว่า งานผ่านแพลตฟอร์มไม่ได้เป็นเพียง “งานทางเลือก” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของตลาดแรงงานโลก

สำหรับประเทศไทย ธุรกิจบริการดิจิทัล ซึ่งรวมถึงธุรกิจแพลตฟอร์ม มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มจาก 3.1 แสนล้านบาทในปี 2566 เป็น 5.2 แสนล้านบาทในปี 2570

และในปี 2568 ธุรกิจกลุ่มนี้รองรับแรงงานเกือบ 4.6 แสนคน

ขณะที่งานศึกษาของ TDRI ปี 2568 ระบุว่า ในปี 2566 แพลตฟอร์ม Grab เพียงรายเดียว สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเกือบ 1.8 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของ GDP และก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 2.8 แสนตำแหน่ง

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า แรงงานแพลตฟอร์มไม่ได้เป็นเพียงคนที่ “หารายได้ผ่านแอปฯ” แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล

แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ “สถานะ” ยังไม่ชัด

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ชี้ว่า ระบบกฎหมายแรงงานไทยในปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานนี้

เพราะตามกฎหมาย ผู้ทำงานถูกแบ่งหลักๆ เป็น 2 กลุ่ม คือ “ลูกจ้าง” และ “ผู้ประกอบอาชีพอิสระ”

แต่แรงงานแพลตฟอร์มกลับมีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างสองสถานะ

แพลตฟอร์มอย่าง Grab, LINE MAN, Bolt และ BeNeat ส่วนใหญ่กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเป็น “ผู้ให้บริการอิสระ” หรือ Partner ซึ่งในทางกฎหมายถือเป็นผู้รับจ้างทำของ หรือ Contractor จึงไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์แบบนายจ้าง-ลูกจ้าง และไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานแบบลูกจ้างทั่วไป

แต่ในทางปฏิบัติ แรงงานเหล่านี้ก็ไม่ได้มีอิสระเต็มที่เหมือนผู้ประกอบอาชีพอิสระทั่วไป

เพราะแพลตฟอร์มยังสามารถบริหารจัดการผ่าน “อัลกอริทึม” ทั้งการจัดสรรงาน กำหนดค่าตอบแทน ประเมินผล รวมถึงการพักหรือระงับบัญชี

พูดง่ายๆ คือ ไม่ได้เป็นลูกจ้างเต็มตัว แต่ก็ไม่ได้มีอิสระเต็มที่ และนี่คือ “ช่องว่าง” สำคัญของระบบคุ้มครองแรงงาน

ช่องว่างนี้ กระทบอะไรกับคนทำงาน?

สภาพัฒน์ได้แบ่งปัญหาหลักออกเป็น 3 เรื่อง
1. รายได้และสวัสดิการไม่มั่นคง
แรงงานแพลตฟอร์มไม่มีหลักประกันเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ ชั่วโมงทำงาน วันลา หรือค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง

ขณะที่รายได้ยังมีความไม่แน่นอนจากการแข่งขันที่สูงขึ้น รวมถึงค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหักจากรายได้ ซึ่งบางแห่งสูงถึง 25% ตามข้อมูล ILO ปี 2021

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังอาจปรับลดค่ารอบหรือเปลี่ยนโครงสร้างค่าตอบแทนเป็นระยะ โดยแรงงานอาจไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า

ข้อมูลจาก Rocket Media Lab ระบุว่า ช่วงปี 2562-2566 แพลตฟอร์มหลายรายปรับลดค่ารอบรวมกัน 15 ครั้ง ส่งผลให้รายได้ของไรเดอร์มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

และต้นทุนการทำงานจำนวนมากยังตกอยู่กับแรงงานเอง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุงรถ ค่าอินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์ที่จำเป็น ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 6 ของรายได้

เมื่อหักต้นทุนเหล่านี้แล้ว งานศึกษาของ Fairwork ปี 2568 พบว่า แรงงานส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอย่างมีนัยสำคัญ

2. สุขภาพและความปลอดภัยก็มีความเสี่ยง
เมื่อค่าตอบแทนลดลง แรงงานก็อาจต้องทำงานมากขึ้นเพื่อรักษารายได้

ระบบของแพลตฟอร์มบางแห่งยังสร้างแรงจูงใจให้รับงานต่อเนื่อง ทั้งการรับหลายออเดอร์ในรอบเดียว การลดโอกาสได้รับงานหากปฏิเสธงานในช่วงฝนตก หรือระบบคะแนนที่เชื่อมโยงกับโอกาสได้รับงานและสิทธิประโยชน์

ผลคือ แรงงานบางส่วนต้องทำงานวันละ 10-12 ชั่วโมง และเมื่ออยู่บนท้องถนนนานขึ้น ความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

งานศึกษาของอรรคณัฐ วันทนะสมบัติ และอนรรฆ พิทักษ์ธานิน ปี 2564 พบว่า แรงงานส่งอาหาร 33.5% เคยประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน โดยในจำนวนนี้ 40% ได้รับบาดเจ็บสาหัส และ 12% เสียชีวิต

ขณะที่แรงงานบางกลุ่ม เช่น แม่บ้านทำความสะอาด ยังมีความเสี่ยงต่อการถูกคุกคามทางเพศ

แต่การคุ้มครองจากแพลตฟอร์มยังมีข้อจำกัด บางแห่งกำหนดเงื่อนไขประกันภัยตามผลการปฏิบัติงาน ขณะที่บางแพลตฟอร์มไม่มีประกันภัยให้แรงงานเลย

3. อัลกอริทึมทำงานอย่างไร คนทำงานอาจไม่รู้
อีกปัญหาคือเรื่อง “ความโปร่งใสและอำนาจต่อรอง” แพลตฟอร์มส่วนใหญ่มักเป็นผู้กำหนดสัญญาและเงื่อนไขการให้บริการ เช่น สามารถเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการทำงานฝ่ายเดียว หรือจำกัดความรับผิดของแพลตฟอร์ม

ขณะที่แรงงานอาจไม่รู้ว่าอัลกอริทึมใช้หลักเกณฑ์อะไรในการจัดสรรงาน ประเมินผล หรือกำหนดโอกาสในการได้รับงาน

แม้แต่คะแนนจากลูกค้าก็อาจส่งผลต่อการได้รับงาน ไปจนถึงการพักงานหรือระงับบัญชี

แต่หากแรงงานต้องการร้องเรียนหรืออุทธรณ์ กลับมีช่องทางที่เข้าถึงได้ยากและใช้เวลานาน

ทำให้หลายคนเลือกยอมรับภาระค่าเสียหายหรือการตัดสินใจของแพลตฟอร์ม เพื่อรักษาสิทธิในการทำงานต่อไป

แล้วแรงงานกำลังทำอะไรเพื่อเรียกร้องสิทธิ?

ที่ผ่านมา แรงงานแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะไรเดอร์ เริ่มรวมตัวกันเรียกร้องให้แพลตฟอร์มและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหา

Rocket Media Lab พบว่า ระหว่างปี 2562-2566 มีการประท้วงของไรเดอร์รวม 113 ครั้ง

ประเด็นที่แพลตฟอร์มตอบสนองส่วนใหญ่เป็นเรื่องความสะดวกในการทำงาน เช่น ปรับปรุงระบบ GPS พัฒนาระบบกระจายงาน ชะลอการรับไรเดอร์รายใหม่ หรือปรับปรุงระบบสนับสนุนผู้ให้บริการ

แต่ประเด็นที่เป็น “โครงสร้าง” อย่างค่าตอบแทนและหลักประกันในการทำงาน ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่

ภาครัฐกำลังขยับ แต่กฎหมายจะตามเทคโนโลยีทันหรือไม่

ฝั่งภาครัฐเองก็มีความพยายามพัฒนากลไกคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองผู้ประกอบอาชีพอิสระ พ.ศ. …. ซึ่งมีเป้าหมายกำหนดกลไกรับรองสิทธิและสวัสดิการพื้นฐาน ส่งเสริมการรวมกลุ่ม และจัดตั้งกองทุนส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ

นอกจากนี้ ยังมีคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางกำหนดค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ขั้นต่ำสำหรับผู้ทำงานบนแพลตฟอร์ม เช่น การเพิ่มค่ารอบและค่าออเดอร์งานพ่วงสำหรับไรเดอร์ การประกันชีวิต รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการทำงาน

ทั้งหมดนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและหารือร่วมกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม

ต่างประเทศแก้ปัญหานี้อย่างไร

หลายประเทศเลือกวิธีที่แตกต่างกัน แต่สามารถแบ่งออกเป็น 2 แนวทางใหญ่ แนวทางแรก คือ ใช้กฎหมายเดิม แล้วให้ศาลพิจารณาจากสภาพการทำงานจริง

ตัวอย่างเช่น สหราชอาณาจักร ศาลฎีกามีคำพิพากษาในปี 2564 ให้คนขับ Uber มีสถานะเป็น “Worker” ตาม Employment Rights Act 1996 ทำให้ได้รับสิทธิพื้นฐาน เช่น ค่าจ้างขั้นต่ำและวันลาพักร้อนโดยได้รับค่าจ้าง

แม้สัญญาจะระบุว่าเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ แต่เมื่อเปิดแอปและพร้อมรับงาน คนขับก็อยู่ภายใต้การควบคุมและเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม

แต่ในอีกคดีหนึ่งของ Deliveroo เมื่อปี 2560 ศาลวินิจฉัยว่าไรเดอร์เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ เนื่องจากสามารถส่งงานต่อให้ผู้อื่น ปฏิเสธงาน และกำหนดเวลาทำงานได้อย่างอิสระ

ข้อดีของแนวทางนี้คือ ศาลสามารถพิจารณาตามลักษณะการทำงานจริงของแต่ละแพลตฟอร์ม แต่ข้อจำกัดคือ แรงงานต้องมีข้อพิพาทและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งใช้เวลา มีค่าใช้จ่าย และแรงงานอาจเสียเปรียบผู้ประกอบการ

อีกแนวทางคือ ออกกฎหมายเฉพาะสำหรับแรงงานแพลตฟอร์ม อย่างสเปนที่ออก Rider Law ในปี 2564 กำหนดให้ไรเดอร์มีสถานะเป็นลูกจ้างโดยสันนิษฐาน เว้นแต่แพลตฟอร์มจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นอย่างอื่น และยังกำหนดให้แพลตฟอร์มเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอัลกอริทึมที่ใช้จัดสรรงานและประเมินผล เพื่อเพิ่มความโปร่งใส

ส่วนอิตาลีเลือกอีกทาง โดยยังให้ไรเดอร์เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ แต่มีมาตรการคุ้มครองเฉพาะผ่าน Riders Decree เช่น การคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงาน

สะท้อนว่า การคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มไม่จำเป็นต้องใช้คำตอบเดียวกันทุกประเทศ และไม่จำเป็นต้องกำหนดให้ทุกคนเป็น “ลูกจ้าง” เสมอไป

เมื่อโลกกำลังวางมาตรฐานใหม่

ล่าสุด องค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO ได้รับรองอนุสัญญาฉบับที่ 193 ว่าด้วย “งานที่มีคุณค่าในระบบเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม” หรือ Decent Work in the Platform Economy เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569

หลักสำคัญคือ การพิจารณาสถานะการจ้างงานควรดูจาก “ลักษณะการทำงานจริง” มากกว่าสถานะที่เขียนไว้ในสัญญา

พร้อมวางหลักการคุ้มครองในหลายด้าน ทั้งค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ความปลอดภัยในการทำงาน การเข้าถึงประกันสังคม สิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง การคุ้มครองจากการเลือกปฏิบัติ รวมถึงการกำกับดูแลการบริหารแรงงานผ่านอัลกอริทึมและ AI

อย่างไรก็ตาม อนุสัญญาดังกล่าวต้องผ่านกระบวนการให้สัตยาบันของแต่ละประเทศก่อน จึงจะมีผลผูกพันทางกฎหมาย

สำหรับประเทศไทย จึงสามารถใช้เป็นกรอบในการพัฒนาระบบคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะการกำหนดหน้าที่ของแพลตฟอร์ม เช่น ต้องเปิดเผยข้อมูลอัลกอริทึม และต้องแจ้งล่วงหน้าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการทำงานที่กระทบแรงงาน

รวมถึงควรเร่งทบทวนและผลักดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองผู้ประกอบอาชีพอิสระให้เหมาะสมและมีผลบังคับใช้โดยเร็ว พร้อมส่งเสริมให้แรงงานแพลตฟอร์มสามารถรวมตัวหรือจัดตั้งองค์กรผู้แทนแรงงานที่ได้รับการรับรอง เพื่อเป็นช่องทางสะท้อนปัญหาและร่วมกำหนดมาตรการคุ้มครองในอนาคต

หรือทางออกอาจไม่ใช่แค่ “ลูกจ้างหรือไม่ใช่ลูกจ้าง”

อีกแนวคิดที่เริ่มได้รับความสนใจในหลายประเทศ คือ “Platform Coop” หรือการนำแพลตฟอร์มดิจิทัลมาผสานกับหลักการสหกรณ์

หัวใจสำคัญคือ ให้ผู้ปฏิบัติงานมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม และได้รับประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม

ตัวอย่างเช่น The Drivers Cooperative ในสหรัฐฯ แพลตฟอร์มเรียกรถในมหานครนิวยอร์กที่ดำเนินงานในรูปแบบสหกรณ์ กำหนดรายได้ขั้นต่ำให้คนขับ 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง และเก็บค่าธรรมเนียมเพียง 15% ต่ำกว่าแพลตฟอร์มใหญ่ที่เก็บประมาณ 25-30%

กำไรส่วนใหญ่ถูกจัดสรรคืนให้สมาชิก และยังร่วมมือกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเพื่อให้บริการทางการเงินและช่วยลดภาระหนี้รถยนต์ของสมาชิก

ฝั่งแคนาดามี Stocksy United สหกรณ์แพลตฟอร์มซื้อขายภาพและวิดีโอสต็อก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจแพลตฟอร์มสามารถเติบโตและทำกำไรไปพร้อมกับการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม โดยสมาชิกได้รับค่าลิขสิทธิ์ 50-75% รวมถึงส่วนแบ่งกำไรและการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง

ส่วนประเทศไทยก็มีตัวอย่างอย่าง “ตามสั่ง-ตามส่ง” แพลตฟอร์มส่งอาหารและพัสดุที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างวินมอเตอร์ไซค์ซอยลาดพร้าว 101 กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รับการสนับสนุนจาก สสส.

แพลตฟอร์มคิดค่าบริการตามต้นทุนจริงของอาหารและค่าโดยสาร และคิดค่าบริการเพิ่มเติมเพียง 5-10 บาท ปัจจุบันขยายการดำเนินงานไปยังหลายพื้นที่ชุมชน และเป็นตัวอย่างการใช้แพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน

สุดท้ายแล้ว แรงงานแพลตฟอร์มอาจเป็นภาพสะท้อนสำคัญของตลาดแรงงานยุคใหม่ เพราะเทคโนโลยีทำให้คนทำงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้นก็จริง แต่ในอีกด้านหนึ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รพ.พญาไท 2 ชูความเชี่ยวชาญ Advanced GI Care สู่การรักษาโรคทางเดินอาหารและตับเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าสำ…

ประกันสังคมเตรียมประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 12 ล้านคน 28 ส.ค. 69

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความสะดวกของเรา อาจแลกมาด้วยความไม่มั่นคงของ “ไรเดอร์”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...