โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘กรณ์’ ดักคอรัฐบาลตีเช็คเปล่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้แม้ ‘ไม่ขัด รธน. ไม่ได้แปลว่าควรทำ’ เตือนระเบิดเวลาการคลัง

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้ (26 ส.ค.2569) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายเพื่อชี้ให้เห็นว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติ 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่าการออก พ.ร.ก. ดังกล่าวไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่หน้าที่ในการไตร่ตรองความเหมาะสมและความคุ้มค่านั้นเป็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน

“คำวินิจฉัยว่าการกู้ด้วยการออก พ.ร.ก. นั้นทำได้ แต่ว่าอำนาจและหน้าที่ในการที่จะพิจารณาว่า ‘ควรทำหรือไม่’ นั้น อยู่กับพวกเราทุกคนในห้องนี้” นายกรณ์ กล่าว

พร้อมกับให้ย้อนกลับไปดูผลสรุปคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา จะพบข้อเท็จจริงว่า บรรดาผู้เชี่ยวชาญทั้ง 6 คนที่ศาลเชิญมาให้ความเห็น ตั้งแต่อดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตลอดจนนักวิชาการด้านกฎหมายและเศรษฐศาสตร์ ทั้ง ศ.ดร.อรพิน ผลสุวรรณ์ สบายรูป รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด รศ.ดร.เอื้ออารีย์ อิ้งจะนิล และ ดร.สมชัย จิตสุชน ไม่มีใครเห็นชอบกับการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ เนื่องจากมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นวิกฤตความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โครงการขาดความชัดเจน และสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดวินัยการเงินการคลังตามมาตรา 62 ของรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้นายกรณ์ได้ตั้ง 4 คำถามสำคัญเพื่อให้รัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งสติ คือ

1. ประเทศชาติวิกฤตจริงหรือไม่ โดยพิจารณาจากวิกฤตในอดีต ตั้งแต่ต้มยำกุ้ง ปี 2540 วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551 วิกฤติโควิด-19 ทุกครั้งล้วนมีความจำเป็นฉุกเฉินชัดเจน แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจเพียงชะลอตัว อีกทั้งการกู้ผ่าน พ.ร.ก. ยังหลีกเลี่ยงการตรวจสอบที่เข้มข้นเหมือนงบประมาณรายจ่ายประจำปี

2. ตอบโจทย์ปัญหาปากท้องหรือไม่ ประเทศไทยกำลังเผชิญ 4 ปัญหาหลัก คือ GDP โตต่ำ (ไตรมาส 2 โตเพียง 1.9%) ปัญหาขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด รายได้แท้จริงของประชาชนติดลบเกือบ 3% และปัญหาสินค้าราคาแพงจากค่าน้ำมัน ซึ่งการกู้เงินมาแจกหรือพยุงชั่วคราวไม่สามารถแก้ปัญหาโครงสร้างได้จริง

3.ความเร่งด่วนตามเงื่อนไขมาตรา 172 จริงหรือไม่ จากข้ออ้างโครงการติดตั้ง Solar Rooftop 500,000 ถึง 1 ล้านครัวเรือนนั้น ไม่สามารถเป็นไปได้ในทางปฏิบัติที่จะทำเสร็จก่อน พ.ร.ก. หมดอายุในวันที่ 30 ก.ย. 2570 เพราะกำลังการติดตั้งจริงของประเทศทำได้เพียงปีละ 1–2 แสนครัวเรือน ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 5 ปี และกฎหมายไม่อนุญาตให้กู้เงินมากองไว้ล่วงหน้าให้เกิดภาระดอกเบี้ย

4. กระทบต่อวินัยการคลังและหนี้สาธารณะอย่างไร ปัจจุบันหนี้สาธารณะแตะ 67% ของ GDP หากรวมการกู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณปี 2569–2570 และเงินกู้ พ.ร.ก. อีก 4 แสนล้านบาท หนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 1.8–1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งจะดันให้หนี้สาธารณะทะลุเพดาน 70% ทันที ส่งผลให้รัฐบาลปี 2571 จะไม่เหลือพื้นที่ทางการคลังในการจัดสรรงบลงทุน 20% ตามที่กฎหมายบังคับ

“การกู้เงินมาแจก แน่นอนที่สุดมีคนชอบ แน่นอนที่สุดมีผลต่อเศรษฐกิจชั่ววูบ แต่ถามว่าสามารถที่จะแก้ 4 ปัญหาหลักของประเทศ ของพี่น้องประชาชนวันนี้ได้หรือไม่ ผมว่าไม่ใช่” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า ภาระหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่การอนุมัติเพียงแค่ทำตามที่รัฐบาลเสนอ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่ต้องคำนึงถึงความถูกต้องและประโยชน์สูงสุดของประชาชน ซึ่ง พ.ร.ก. กู้เงินฉบับนี้ไม่ใช่คำตอบในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ตน สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมฝ่ายค้าน จึงไม่อาจให้ความเห็นชอบกับการตรา พ.ร.ก. ฉบับนี้ได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...