‘กิ๊ก สุวัจนี’ งอนแรงครอบครัวไม่ซัพพอร์ตผลงาน-เผยวิธีสอนลูกเอาตัวรอดในสถานการณ์อันตราย
หวนคืนวงการการแสดงแบบเต็มตัวให้แฟนๆ หายคิดถึง สำหรับนางเอกและนักแสดงเจ้าบทบาทตัวแม่ “กิ๊ก-สุวัจนี พานิชชีวะ” ที่ล่าสุดเดินทางมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ดราม่าพีเรียดเรื่อง "แดง ไบเล่ย์" รอบปฐมทัศน์ พร้อมเปิดอกพูดคุยถึงบรรยากาศการทำงานกับเหล่านักแสดงรุ่นใหม่ การรับมือกับตำแหน่ง "พี่กิ๊ก" ในกองถ่าย ตลอดจนเปิดเผยถึงมุมมองการเป็นแม่ การสอนลูกให้เอาตัวรอดในสังคม และความน้อยใจสุดน่ารักที่สามีและลูกๆ ไม่ยอมชมผลงานการแสดง
กลับมารับงานแสดงรอบนี้ การทำงานกับนักแสดงรุ่นใหม่กิ๊ก สุวัจนี เผยว่า
"กลับมาทำงานรอบนี้ ไม่ค่อยเจอเพื่อนตัวเองเลย เจอแต่เด็กๆ แล้วก็เป็นเด็กรุ่นใหม่ เจอไปก็สวัสดีค่ะพี่กิ๊ก ไหว้พี่กิ๊กทุกคนเลย บางทีเราก็ไม่ได้อยากรับไหว้นะ เพราะเราคือเหมือนว่าอยากทักทายสบายๆ แต่ไม่ใช่เพราะเราโตแล้ว เราอาจจะแบบอยู่มาตั้งแต่เด็กไง แล้วเราก็รู้สึกว่าเราต้องไหว้คนอื่นเขา แต่วันหนึ่งเนี่ยคนอื่นมาไหว้เรา เราก็รู้สึกแปลกๆ นะ เพราะเราหยุดไปนานไง ทุกวันนี้ผู้กำกับบางทีอายุน้อยกว่าเรา แล้วชิงไหว้ก่อนแล้วสวัสดีค่ะ เราเรียกพี่ทุกคำ ทั้งๆ ที่เขาอายุน้อยกว่าเรา เรารู้สึกว่าเราสดชื่นถ้าเราเรียกเขาว่าพี่ อายุน้อยกว่าพี่กิ๊กก็เรียกพี่หมดเลย ชิงเรียกก่อนเลย"
"นักแสดงบางคนแบบเจอพี่กิ๊กแรกๆ เขาก็เกร็งนะ แบบหน้านิ่งๆ จะเข้าไปคุยยังไงดีอะไรเงี้ย บางทีเราก็รู้สึกว่าเราใจดี เราใจดีเราต้องเริ่มก่อน เราก็บอกว่าพี่กิ๊กใจดีนะ คุยได้เลย นู่นนี่นำเสนอตัวเองว่าอย่ากดดันเวลาอยู่กับพี่กิ๊ก"
เรื่องบทบาทการแสดงและความรู้สึกของลูกๆ ต่อผลงานของคุณแม่ กิ๊ก สุวัจนี เผยว่า
"ถ้าต้องเล่นละครแบบจิกหัว คิดว่าลูกๆ ต้องรับได้นะ มันเป็นบทบาทเราเป็นแม่เขา พี่ว่าละครซีรีส์สมัยนี้จะจิกตบมันต้องมีเหตุผลไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็ทำ ลูกพี่ไม่ดูละครพี่เลย พี่คิดว่าส่วนใหญ่เด็กสมัยนี้จะชอบดูในสิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่ได้เปิดใจที่จะดูแบบละครแม่นะ มีทีเซอร์บอกให้เขาดู เขาก็ดูแค่ตรงนั้นตัวเขาก็ไม่ได้ดู เราก็เศร้ามากเลยลูกไม่ดูไม่ส่งเสริมกันเลย สามีก็ไม่ดูลูกก็ไม่ดู น้อยใจมาก เออเรื่องนี้จะจับให้ดูแล้วนะ"
"อยากให้ลูกดูผลงานชิ้นล่าสุดเพราะว่าเรื่องนี้มันแบบคือ มันสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นครอบครัวจริงๆ คือเขาเรียกว่าความผูกพันระหว่างแม่กับลูกมันเป็นอะไรที่แบบลึกซึ้งมาก เป็นความรักที่แบบแม่ทุ่มเททุกอย่างให้กับลูก"
วิธีการสอนลูกให้เอาตัวรอดจากเหตุการณ์ร้ายๆ หรือการใช้โซเชียลกิ๊ก สุวัจนี เผยว่า
"การสอนลูกให้เอาตัวรอดจากเหตุการณ์ร้ายๆ ในโรงเรียน จริงๆ มันก็แอบกังวลลึกๆ นะ แต่มั่นใจในสถาบันที่ส่งลูกไปเรียน มั่นใจว่าทุกโรงเรียนจะมีกฎเกณฑ์ข้อบังคับต่างๆ อยู่แล้ว สิ่งที่เราจะทำได้ในฐานะที่เป็นแม่ พี่กิ๊กจะสอนลูกมากกว่าว่าเราเนี่ยจะหลบเลี่ยงสิ่งพวกนี้ยังไง หมายถึงว่าถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นลูกจะทำยังไง อย่างเหตุการณ์ล่าสุดเราก็ถามลูกว่าถ้าลูกเป็นอย่างนี้ทำยังไง ลูกบอกโอ้ก็วิ่งหนีวิ่งหนี แล้ววิ่งไปไหน คือเราน่าจะเป็นคนอธิบายให้ลูกฟังมากกว่าว่าหากเจอเรื่องแบบนี้จะทำยังไง"
"วิธีการสอนลูกมีอะไรเกิดขึ้นปุ๊บ พี่กิ๊กจะเอาเคสพวกนี้มาอธิบายให้ลูกฟังว่าถ้าเป็นแบบนี้ลูกจะทำยังไง แล้วลูกต้องรู้จักดูแลตัวเอง พยายามบอกลูกว่าทุกเหตุการณ์เกิดขึ้นเนี่ย ลูกต้องพยายามอย่ามีศัตรู 1 คือสำคัญเรื่องนี้ 2 แล้วลูกต้องพยายามมองรอบด้าน ไม่ใช่ว่าเวลาเดินไปเดินมาก็ดูแต่โทรศัพท์คืออะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่รู้เรื่อง พี่กิ๊กว่าอะไรแบบนี้เป็นสิ่งที่เด็กสมัยนี้ละเลย อยากให้ดูแลตัวเองและเอาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย"
"ลิมิตในการเล่นโซเชียล พี่กิ๊กคงห้ามเขาไม่ได้หรอก เพราะลูกพี่กิ๊กโตหมดแล้ว สิ่งที่พี่กิ๊กจะสอนได้ก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่า เราก็จะเอาเหตุการณ์ร้ายๆ นั้นมาสอนลูก หรือแม้กระทั่งสมมุติเราไปอ่านเจออะไรมาปุ๊บเนี่ยเรานึกได้เราก็จะโพสต์ไปในกลุ่มของลูกใน Line ว่าเนี่ยถ้าเป็นแบบเนี้ยลูกต้องระวังนะ"
"ลูกพี่กิ๊กไม่มีความรู้สึกกังวลเลย ก็ยังใช้ชีวิตกันปกติมากๆ เลย แต่ตัวเราห่วง เรารู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน บางทีเขาก็มาสอนแม่ด้วยนะ อย่าคิดด้านลบได้ไหม จะพูดถึงคำนี้กับเรานะ เราก็บอกว่าโลกมันไม่ได้สวยงาม เพราะฉะนั้นเนี่ยเราควรจะแบบคืออย่ามองโลกสวย ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นได้ตลอด ถ้าเรารู้จักว่าเราเนี่ยจะทำยังไงต่อไปเนี่ย มันเป็นสิ่งที่ดีกว่า"
"สถาบันครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่ว่าพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวจะดูแลลูกไม่ได้ มันเกี่ยวกับว่าเราใช้เวลาอย่างมีค่ากับลูกมากกว่า อันเนี้ยสำคัญที่สุด คือ คุณภาพในการอยู่กับลูก วันหนึ่ง 30 นาที เชื่อไหมว่าลูกจะได้อะไรจากคุณเยอะมากเลย จากที่ไม่เคยคุยกันเลย แต่ 30 นาทีวางโทรศัพท์ไปนั่งคุยกันเนี่ย ได้อะไรจากวันละ 30 มันก็สะสมไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วเนี่ยเราควรจะมี Deep Talk กับลูก ต้องมีการเปิดใจคุยในบางจุดกับลูกบ้าง"