‘ยิ่งชีพ’ ตอบ ‘สว.อำนาจเจริญ’ อยากดูมากคำสั่ง กกต.ตีตกปมคุณสมบัติ แต่มันอยู่ไหน
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณี 2 สว. จ.อำนาจเจริญ เตรียมแจ้งความดำเนินคดีนายยิ่งชีพ ฐานกล่าวหาขาดคุณสมบัติ พร้อมให้ไปดูคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ตีตกคำร้องเรื่องคุณสมบัติแล้ว ว่า ทำไมท่าน สว. ถึงไล่ผมไปดูคำสั่ง กกต. ผมอยากดูมากกกกกก แต่มันอยู่ไหนนะครับ
ผมเคยยื่นข้อเรียกร้องต่อ กกต. ให้เปิดเผยเรื่องร้องเรียนและข้อวินิจฉัยทั้งหมดแล้ว แต่เค้ายังไม่ได้ตอบรับ ถ้าท่านมีเอกสารนั้น ที่แสดงว่าท่านไม่ผิด ถ้าข้อเท็จจริงทุกอย่างถูกพิสูจน์แล้ว รบกวนโพสต์เลยครับท่านครับ เอาแบบละเอียดเลยนะครับ ตั้งแต่ข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานทั้งหมดที่ท่านนำเสนอ สังคมจะได้เชื่อถือท่าน จะได้รู้ความจริงทั่วกัน ไม่ใช่เพียงแค่ผมไปค้นดูคนเดียว
ทั้งนี้นายยิ่งชีพ โพสต์ในช่องคอมเมนต์ว่า “หาเจอแล้วววววววว ขอบคุณคนที่ส่งมาให้ครับ”
ต่อมานายยิ่งชีพ โพสต์แชร์ข้อความจากเพจ iLaw หัวข้อ ทำไมถึงไม่เริ่ด? สรุป 6 ข้อ ปัญหาระบบการเลือก สว. พร้อมระบุข้อความว่า ในกระบวนการเลือก สว. ออกแบบมาให้แบ่งกลุ่มกันตามอาชีพ เหมือนเป็นความฝันของใครก็ไม่รู้ว่าถ้าแบ่งตามอาชีพจะได้ความหลากหลายและครอบคลุมประชากร แต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นเพราะอาชีพที่แท้จริงมีความหลากหลายและซับซ้อน เกินกว่าจะแบ่งกลุ่มได้ บางคนทำงานหลายอย่างไปพร้อมกัน บางคนทำงานที่ไม่สามารถจัดเป็นกลุ่มได้
ผลของการแบ่งกลุ่มก็คือเกิดความไม่ลงตัวมากมาย เช่น นายจ้างมีตัวแทน 3 กลุ่มรวม 30 คน คือ กลุ่ม 9 10 และ 12 ขณะที่ลูกจ้างมีกลุ่ม 7 มีกลุ่มเดียว มีตัวแทนแค่ 10 คน หรือกรณีของกลุ่มที่ 8 ที่รวมเอาคนทำงานด้านสิ่งแวดล้อม อสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน มาอยู่ด้วยกัน ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย แทบจะเป็นศัตรูกันด้วยซ้ำ ส่วนคนทำอสังหาริมทรัพย์ที่ลงกลุ่มนี้ก็คือนายจ้างอีกกลุ่มหนึ่งนั่นเอง จึงมีแต่นายจ้างเดินว่อนกันเต็มสภา
นายยิ่งชีพ ระบุต่อว่า แถมยังมีกลุ่ม 14 กลุ่มสตรีคือไม่เกี่ยวกับอาชีพ กลุ่ม 15 กลุ่มผู้สูงอายุ ก็ไม่เกี่ยวกับอาชีพอีก มีอีกหลายกลุ่มที่นิยามไม่ชัดเจนว่าต้องทำงานอะไรมาถึงอยู่กลุ่มนี้ เช่น กลุ่ม 19 ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งคนที่สมัครก็คือเจ้าของธุรกิจที่ควรจะลงกลุ่ม 9 กลายเป็นกลุ่มนายจ้างไปอีกกลุ่มหนึ่ง และกลุ่ม 17 ประชาสังคม ที่เต็มไปด้วยคุณครูเกษียณ มูลนิธิกู้ภัย และอสม. ระบบการแบ่งกลุ่มอาชีพเพื่อให้ได้ความหลากหลายจึงล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ยังไม่ต้องนับว่ามีคนสมัครผิดกลุ่มและถูกตรวจสอบมากมายขนาดไหน
นายยิ่งชีพ ระบุอีกว่า การออกแบบให้คนหนึ่งคนลงสมัครได้หลายกลุ่มก็เหมือนจะดี เช่น คุณครูหญิงที่เกษียณและเปิดสอนพิเศษไปด้วย สมัครได้ทั้ง กลุ่ม 1 ข้าราชการ กลุ่ม 3 การศึกษา กลุ่ม 9 เอสเอ็มอี กลุ่ม 14 สตรี กลุ่ม 15 ผู้สูงอายุ กลุ่ม 19 อาชีพอิสระ และกลุ่ม 20 อื่นๆ ระบบแบบนี้ทำให้การเลือกลงสมัครแต่ละกลุ่มเป็นการเลือกด้วยยุทธศาสตร์ทางการเมือง ว่าต้องสมัครอะไรบ้างถึงจะมีเสียงครบ และต้องหาคนแบบไหนที่พอจะไถลงกลุ่มไหนบ้าง ใครพอมีประวัติอะไรนิดหน่อยก็จะมีค่าตัวแพงมากขึ้น การเลือกว่าจะสมัครกลุ่มไหนและสมัครอำเภอไหนจึงกลายเป็นเกมการเมือง ที่อาศัยการออกแบบอย่างแยบยล ใครเพื่อนมากก็มีโอกาสมาก
เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือถ้าใครไม่มีเส้นสายใน กกต.การสมัครผิดกลุ่มก็กลัวถูกดำเนินคดีตามหลัง เค้าจะต้องสมัครให้ตรงกลุ่ม แล้วก็จะไปเบียดกันอยู่ในกลุ่มหนึ่ง สอง สาม สี่ ส่วนคนที่รู้อยู่แล้วว่ายังไงเสียก็จะไม่โดนเล่นงานเพราะว่ามีเส้นใหญ่ ก็จะไปเบียดกันอยู่กลุ่มที่มีคนทำอาชีพนั้นไม่มาก เช่น 10 11 12 13 17 18 ดังที่เราเคยเห็นว่า มีช่างไฟฟ้าไปสมัครกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมี พิธีกรงานแต่งไปสมัครกลุ่มนักข่าวสื่อมวลชน ระบบนี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขและถ้าให้ดีต้องยกเลิกครับ