โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลเร่งปิดดีลการค้าสหรัฐฯ “ศุภจี” ถก USTR รักษาตลาดส่งออกอันดับ 1 มูลค่า 2.37 ล้านล้าน

Manager Online

อัพเดต 5 กันยายน 2569 เวลา 3.03 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

รองโฆษกรัฐบาล เผย รัฐบาลเร่งปิดดีลการค้าไทย-สหรัฐฯ“ศุภจี”ถกUSTRได้ข้อสรุปสาระสำคัญรักษาตลาดส่งออกอันดับ1มูลค่า2.37ล้านล้านบาท ย้ำเป้าหมาย คือ ทำให้ไทยได้รับอัตราภาษีที่เป็นธรรมและแข่งขันได้กับประเทศอื่นในภูมิภาค

วันนี้(4ก.ย.)นางสาวลลิดาเพริศวิวัฒนารองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่ารัฐบาลเร่งเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐฯ(AgreementonReciprocalTrade:ART)เพื่อปกป้องความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ1ของไทยมูลค่ากว่า2.37ล้านล้านบาทและเกี่ยวข้องกับการจ้างงานภายในประเทศกว่า400,000ตำแหน่งล่าสุดนางศุภจีสุธรรมพันธุ์รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้หารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ(USTR)และสามารถหาข้อสรุปร่วมกันในสาระสำคัญได้แล้วเหลือเพียงประเด็นทางเทคนิคที่ทั้งสองฝ่ายจะเร่งสรุปให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

นางศุภจี ได้หารือกับนายJamiesonGreerผู้แทนการค้าสหรัฐฯและ นายRickSwitzerรองผู้แทนการค้าสหรัฐฯเมื่อวันที่1กันยายน2569ณกรุงวอชิงตันดี.ซี.โดยการหารือมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมก่อนที่สหรัฐฯจะประกาศผลการไต่สวนภายใต้มาตรา301กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯให้ความมั่นใจว่าไทยจะได้รับอัตราภาษีจากผลการไต่สวนดังกล่าวในระดับที่เป็นธรรมและสามารถแข่งขันได้

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งเจรจาARTเพราะโจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงการรักษาตัวเลขส่งออกแต่ต้องป้องกันไม่ให้สินค้าไทยเสียเปรียบคู่แข่งจากมาตรการภาษีซึ่งอาจกระทบต่อคำสั่งซื้อฐานการผลิตการจ้างงานและรายได้ของประชาชนโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมภาคเกษตรและธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่การส่งออกไปสหรัฐฯ

ที่ผ่านมาไทยเคยถูกเรียกเก็บภาษีต่างตอบแทน(ReciprocalTariff)ภายใต้กฎหมายIEEPAในอัตราร้อยละ36ก่อนลดลงเหลือร้อยละ19ภายหลังไทยจัดทำแถลงการณ์ร่วมกับสหรัฐฯและนำไปสู่การประกาศกรอบความตกลงARTเมื่อวันที่26ตุลาคม2568ต่อมาแม้ศาลสูงสุดสหรัฐฯจะมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีภายใต้IEEPAในเดือนกุมภาพันธ์2569แต่สหรัฐฯได้ใช้มาตรา122จัดเก็บภาษีร้อยละ10จากทุกประเทศแทน

ขณะเดียวกันสหรัฐฯเปิดการไต่สวนภายใต้มาตรา301เพิ่มเติมอีก2กรณีที่ครอบคลุมไทยได้แก่กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างและกรณีการไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับทำให้รัฐบาลเร่งใช้การเจรจาARTเป็นกลไกลดความเสี่ยงทางการค้าและผลักดันให้ไทยได้รับเงื่อนไขทางภาษีที่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นในภูมิภาคได้

สำหรับกรณีการไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับสหรัฐฯกำหนดอัตราภาษีร้อยละ12.5สำหรับประเทศที่ไม่มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับและร้อยละ10สำหรับประเทศที่มีกฎหมายดังกล่าวหรือสามารถสรุปความตกลงARTกับสหรัฐฯได้แล้วส่วนกรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้างยังอยู่ระหว่างการพิจารณาผลโดยฝ่ายสหรัฐฯแสดงความตั้งใจที่จะเร่งพิจารณาอัตราภาษีควบคู่ไปกับความคืบหน้าของการเจรจาART

นางสาวลลิดากล่าวว่ารัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องโดยก่อนการหารือที่กรุงวอชิงตันนางศุภจี ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายGreerเมื่อวันที่27สิงหาคม2569เพื่อยืนยันความตั้งใจของไทยที่จะเร่งหาข้อสรุปขณะที่ทีมประเทศไทยได้เจรจากับฝ่ายสหรัฐฯอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา4วันเพื่อคลี่คลายประเด็นทางเทคนิคที่ยังมีความเห็นแตกต่างกันจนนำไปสู่การได้ข้อสรุปในสาระสำคัญครั้งนี้

“รัฐบาลกำลังเร่งทำงานเพื่อรักษาตลาดส่งออกอันดับ1ของไทยและป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการไทยเสียความสามารถในการแข่งขันจากมาตรการภาษีความคืบหน้าครั้งนี้จึงมีความสำคัญเพราะไม่ใช่เพียงเรื่องการค้าระหว่างสองประเทศแต่หมายถึงการรักษาคำสั่งซื้อฐานการผลิตงานและรายได้ของคนไทยกว่า400,000ตำแหน่งเป้าหมายคือทำให้ไทยได้รับอัตราภาษีที่เป็นธรรมและแข่งขันได้กับประเทศอื่นในภูมิภาค”นางสาวลลิดากล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่าความตกลงARTครอบคลุมประเด็นสำคัญอาทิการจัดการอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษีการค้าดิจิทัลและโอกาสเชิงพาณิชย์โดยทั้งสองฝ่ายจะให้ทีมเจรจาระดับเทคนิคเร่งสรุปรายละเอียดที่เหลือเพื่อเดินหน้าสู่ข้อสรุปที่รักษาผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ในปี2568สหรัฐฯเป็นคู่ค้าอันดับ2ของไทยมีมูลค่าการค้ารวมกว่า3ล้านล้านบาทโดยไทยส่งออกไปสหรัฐฯมูลค่า2.37ล้านล้านบาทนำเข้าจากสหรัฐฯประมาณ7แสนล้านบาทและไทยได้ดุลการค้าประมาณ1.68ล้านล้านบาทการเร่งหาข้อสรุปARTจึงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของรัฐบาลในการรักษาตลาดส่งออกหลักสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจและนักลงทุนและปกป้องการจ้างงานและรายได้ของประชาชนไทย

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...