กำหนดการฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569 ก่อนพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน
ร่วมชมความงดงามของริ้วขบวนเรือพระราชพิธีริมแม่น้ำเจ้าพระยา โอกาสพิเศษสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวก่อนวันสำคัญ 6 พฤศจิกายนนี้
กองทัพเรือประกาศกำหนดการฝึกซ้อมและการจัดรูปกระบวนขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เพื่อเตรียมความพร้อมในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 ณ วัดอรุณราชวราราม พระราชพิธีครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ของพระราชพิธีไทย และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมเป็นสักขีพยานในความงดงามเหนือกาลเวลาของริ้วขบวนเรือพระราชพิธีบนสายน้ำเจ้าพระยา
กำหนดการฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค 2569
ก่อนถึงวันพระราชพิธีจริงกองทัพเรือได้วางแผนการฝึกซ้อมอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้ริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ
การฝึกซ้อมแบ่งออกเป็นสองช่วงสำคัญ — ซ้อมย่อย และ ซ้อมใหญ่
ซ้อมย่อย จัดขึ้นทั้งหมด 10 ครั้ง ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม ได้แก่ วันที่ 17, 20 และ 27 สิงหาคม / 3, 8, 17 และ 23 กันยายน / 2, 8 และ 15 ตุลาคม โดยจะจัดขบวนเหมือนวันจริง แต่ยังคงใช้เครื่องแต่งกายสำหรับการฝึกซ้อม
ซ้อมใหญ่ มี 2 ครั้ง ในวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม ซึ่งจะเป็นการจำลองรูปแบบจริงอย่างใกล้เคียงที่สุด ก่อนเข้าสู่พระราชพิธีจริงในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569
นอกจากนี้ กองทัพเรือยังได้ทยอยอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำระหว่างวันที่ 5–8 สิงหาคม วันละ 1 ลำ รวม 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์, เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9, เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มการฝึกซ้อมจริง
วันพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินฯ
วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 จะเป็นวันที่ริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเคลื่อนผ่านสายน้ำเจ้าพระยาอย่างสง่างาม กองทัพเรือระดมกำลังพลกว่า 2,200 นายจากหน่วยต่าง ๆ ประจำเรือพระราชพิธีจำนวน 52 ลำ จัดเรียงเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ขบวนยาวกว่า 1,280 เมตร และกว้างถึง 90 เมตร สะท้อนความยิ่งใหญ่และความประณีตของพระราชพิธีไทยที่หาชมได้ยากนัก
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ หนึ่งในสัญลักษณ์แห่งความสง่างามของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีความยาวตลอดลำ 44.90 เมตร กว้าง 7.17 เมตร และลึก 0.94 เมตร ใช้กำลังพลรวม 71 นาย โดยแบ่งเป็นกำลังพลประจำเรือ 64 นาย ประกอบด้วยนายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย ฝีพาย 50 นาย คนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนขานยาว 1 นาย และคนถือฉัตร 7 นาย พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังอีก 7 นาย
ความวิจิตรตระการตาของสุพรรณหงส์ไม่เพียงสะท้อนฝีมือช่างไทยที่ละเอียดอ่อน แต่ยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เมื่อองค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักรมอบรางวัล The World Ship Trust Heritage Award “Suphannahong Royal Barge” ให้แก่เรือลำนี้ในปี พ.ศ. 2535 รางวัลนี้ตอกย้ำสถานะของสุพรรณหงส์ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า และเป็นภาพที่หาชมได้ยากบนสายน้ำเจ้าพระยา
อยากไปสัมผัสบรรยากาศการฝึกซ้อมต้องทำอย่างไร
ประชาชนสามารถร่วมชมบรรยากาศการฝึกซ้อมและรอรับเสด็จฯ ได้ฟรีตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีไปจนถึงวัดอรุณราชวราราม เส้นทางหลักที่ขบวนเรือพระราชพิธีจะเคลื่อนผ่านทั้งในวันซ้อมและวันจริง ใครที่อยู่ใกล้เส้นทางนี้ลองวางแผนออกไปจับภาพความทรงจำริมเจ้าพระยา
ข้อควรรู้ก่อนออกไปชมขบวนเรือพระราชพิธี
การเดินทางและการจราจร ในวันซ้อมใหญ่และวันพระราชพิธีจริง ตั้งแต่เวลา 12.00 น. จนกว่าจะเสร็จสิ้น จะมีการปิดการเดินเรือทุกชนิดในพื้นที่ควบคุม ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า รวมถึงปากคลองบางกอกน้อยและวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร ส่วนเรือด่วนเจ้าพระยาและเรือไฟฟ้ายังคงให้บริการ โดยฝั่งเหนือเปิดรับ-ส่งผู้โดยสารตั้งแต่ท่าเรือพายัพขึ้นไป และฝั่งใต้ให้บริการตั้งแต่ท่าเรือราชวงศ์ลงไป ขณะเดียวกัน บริเวณวัดอรุณราชวรารามและพื้นที่ใกล้เคียงอาจมีการจัดระเบียบการจราจรและเส้นทางเดินเท้า ควรเผื่อเวลาเดินทางและติดตามประกาศปิดถนนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การเลือกทำเลชมวิว ช่วงซ้อมใหญ่ในวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม 2569 มักมีผู้คนมารอชมหนาแน่นกว่าซ้อมย่อย เพราะรูปแบบใกล้เคียงกับวันจริงที่สุด หากอยากได้มุมชมวิวดี ๆ ควรไปถึงพื้นที่ตั้งแต่เนิ่น ๆ เลือกทำเลริมแม่น้ำที่มีร่มเงาหรือทางเดินเลียบเจ้าพระยา เพื่อให้รอชมได้สบายขึ้น
สิ่งที่ควรเตรียมไปด้วย เพราะต้องยืนรอกลางแจ้งเป็นเวลานาน ควรเตรียมร่ม หมวก และน้ำดื่มติดตัวไว้ จะช่วยให้รอชมได้อย่างไม่เหนื่อยล้า
การแต่งกายและมารยาท ผู้ที่มารอชมควรแต่งกายสุภาพเหมาะสมกับการร่วมรับเสด็จฯ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อให้บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อยและงดงาม
หากคุณมีโอกาสอยู่ในกรุงเทพฯ ระหว่างการฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค พ.ศ. 2569 อย่าปล่อยให้ช่วงเวลานี้ผ่านไปอย่างไร้ความหมาย เพราะนี่คือโอกาสพิเศษที่จะได้สัมผัสความงดงามเหนือกาลเวลาของริ้วขบวนเรือพระราชพิธีที่หาได้ยาก บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะอบอวลไปด้วยความสง่างามและคุณค่าทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า เก็บภาพแห่งประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตคุณควรได้เห็นและจดจำ