โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"หุ้นไทย" เจอแรงกดดัน 4 มรสุม พลิกฟันด์โฟลว์ แนะปรับพอร์ตตั้งรับ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“หุ้นไทย” เจอแรงกดดัน 4 มรสุม พลิกฟันด์โฟลว์ แนะปรับพอร์ตตั้งรับ เก็บหุ้นปันผล-ทองคำ

บทวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ชี้ตลาดหุ้นเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องหลังเจอกลุ่มเมฆหมอกมรสุมความไม่แน่นอน (Uncertainties) 4 ด้านหลัก ทั้งศึกตะวันออกกลางและค่าธรรมเนียมช่องแคบฮอร์มุซ, ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในสหรัฐฯ, สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และศึกค่าเงินจากการคลายสถานะ Yen Carry Trade

ส่งผลให้กระแสเงินทุนต่างชาติชะลอการไหลเข้าและเทขายหุ้นไทยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมากว่า 886 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยแนะปรับพอร์ตเน้นตั้งรับด้วยกลุ่ม Defensive, Value Dividend สูง และกลุ่มพลังงานป้องกันความเสี่ยง ควบคู่กับการถือครองสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำเพื่อพยุงพอร์ต

เจาะลึก 4 มรสุมความไม่แน่นอน ตัวแปรหลักขับเคลื่อนทิศทางตลาดทุนโลก บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ปัจจัยแวดล้อมทางมหภาคในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ และส่งผลกระทบต่อเนื่องสะท้อนผ่านความผันผวนของราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตลอดจนทิศทางกระแสเงินทุนหมุนเวียน (Fund Flow) ทั่วโลก โดยสามารถจำแนกออกเป็น 4 ปัจจัยหลัก (4 Uncertainties) ดังนี้:

ศึกภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและวิกฤตราคาน้ำมันดิบ: สถานการณ์ความตึงเครียดกลับมาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ล่าสุดทางการอิหร่านเสนอเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในอัตรา 57% ของมูลค่าสินค้า ขณะที่โอมานเสนอที่ 3% และฝั่งสหรัฐฯ พยายามเจรจาขอเว้นค่าผ่านทางชั่วคราวเป็นเวลา 60 วัน อย่างไรก็ดี อิหร่านย้ำชัดว่าจะยอมเปิดช่องแคบก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในอ่าวอาหรับหากเกิดการโจมตีทางทหารอีกครั้ง ความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันที่ค้างคาดันราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแรง 3.8% ยืนเหนือ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเป็นเวลานาน

ภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyberwar): เกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์อย่างรุนแรงพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานอย่างระบบน้ำประปาและระบบบำบัดน้ำเสียในสหรัฐฯ ความเสียหายได้ขยายวงกว้างไปแล้วอย่างน้อย 12 รัฐ โดยพบความผิดปกติที่เด่นชัดในรัฐมินนิโซตากว่า 30 แห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กำลังเร่งสืบสวนและสงสัยว่าอาจเป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์จากอิหร่าน

สงครามการค้า (Trade War) ด้านซัพพลายเชนเทคโนโลยี: สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าแบนและขึ้นภาษีนำเข้ากับสินค้าเทคโนโลยีจากประเทศจีนอย่างเข้มงวด ทั้งกลุ่มโดรน แผงโซลาร์เซลล์ และชิปเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมขึ้นบัญชีดำบริษัทสัญชาติจีนเพิ่มอีกกว่า 40 แห่ง ขณะที่ฝั่งจีนได้ประกาศแบนและจำกัดสิทธิ์การดำเนินธุรกิจของบริษัทสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้เช่นเดียวกัน

ศึกค่าเงินและการปิดสถานะเก็งกำไรเยน (Unwind Yen Carry Trade): การแข็งค่าอย่างรวดเร็วของสกุลเงินเยน กดดันให้นักลงทุนทั่วโลกที่เคยใช้กลยุทธ์กู้เงินเยนในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อมาซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ (Carry Trade) จำเป็นต้องเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเหล่านั้นออกอย่างรวดเร็วเพื่อนำเงินสดไปซื้อเยนคืนและปิดสถานะความเสี่ยง (Unwind) ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพและกระแสเงินทุนของดัชนีหุ้นเอเชียและไทย

ตลาดหุ้นไทยชะลอตัว 2 สัปดาห์ซ้อน ต่างชาติพลิกขาย 886 ล้านบาท กดดันเงินบาทอ่อน มรสุมทั้ง 4 ด้านที่กดกร่อนจิตวิทยาการลงทุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยเผชิญการชะลอตัวต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา (16 มิ.ย. 5 ส.ค. 2569) ให้ผลตอบแทนรายสัปดาห์ติดลบต่อเนื่องที่ -0.20% และ -0.85% ตามลำดับ ขณะเดียวกัน เริ่มเห็นแนวโน้มกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ชะลอตัวและพลิกกลับมาเทขายสุทธิหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องสะสมกว่า 886 ล้านบาทในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุด ซึ่งทิศทางการเร่งตัวของแรงขายนี้อาจเป็นตัวเร่งให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงชั่วคราวในระยะสั้น

ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ย่อตัวลงราว -0.1% ถึง -0.9% สวนทางกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Bond Yield) ที่ดีดขึ้นแตะระดับ 4.7% โดยตลาดกำลังเฝ้ารอติดตามข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญในคืนนี้ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานเดือน ก.ค. 2569 (คาดเพิ่มขึ้น 80,000 ตำแหน่ง) และอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า (คาดทรงตัวที่ระดับ 3.5% YoY) ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะเป็นดัชนีชี้วัดทิศทางดอกเบี้ยของ FED และบอนด์ยีลด์ในระยะถัดไป

ปลดล็อกโอกาสผ่าน Global Gems: สอย ZIJIN80 รับทองคำ-ทองแดงพุ่งแรง และส่องของเล่นญี่ปุ่นฟื้น แม้ภาพรวมตลาดจะผันผวน แต่ บล.เอเซีย พลัส ชี้ให้เห็นถึงธีมการลงทุนในตลาดต่างประเทศที่ยังคงเติบโตโดดเด่น:

ราคาทองแดงทำนิวไฮรอบประวัติศาสตร์ รับธีม AI & Data Center: ราคาทองแดงล่วงหน้าปรับตัวขึ้นทะยานสู่จุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์อย่างแข็งแกร่ง ได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายการลงทุนอย่างมหาศาลในระบบโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเฉพาะการจัดตั้งและสร้างสถานี Data Center ซึ่งต้องใช้ทองแดงเป็นปริมาณมากในระบบสายไฟแรงสูง หม้อแปลงไฟฟ้า และระบบจ่ายพลังงาน รวมถึงความต้องการทองแดงในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาด (Clean Energy) ประกอบกับราคาทองคำมีสัญญาณเทคนิคการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งจากการ Breakout ทะลุกรอบแนวโน้มขาลงเดิม ท่ามกลางทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนตัวลง

แนะนำเก็งกำไรใน DR: ZIJIN80 ซึ่งเป็นตราสารแสดงสิทธิอ้างอิงหุ้น Zijin Mining Group ยักษ์ใหญ่เหมืองแร่ทองคำ และทองแดงอันดับ 1 ของจีนและติดอันดับ Top 5 ของโลก โดยโครงสร้างกำไรของบริษัทมาจากทองคำ 41% และทองแดง 34% ซึ่งได้รับอานิสงส์ทางตรงจากการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งสองชนิด

กระแสของสะสมญี่ปุ่นมาแรงเกินคาด หนุน BANDAI NUMCO: บริษัทของเล่นยักษ์ใหญ่อย่าง Bandai Namco (7832 JT) เจ้าของลิขสิทธิ์อมตะอย่าง Gundam, Kamen Rider และ One Piece ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ดีกว่าตลาดคาดมาก โดยมีรายได้รวม 328.5 แสนล้านเยน (+9% YoY) และกำไรต่อหุ้น (EPS) พุ่งแรงถึง 79.7 เยน (+35% YoY) ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 61% สะท้อนกระแสการกลับมานิยมสะสม Figure และ Art Toy ของวัยรุ่นยุคนี้ที่ไม่ใช่เพียงเทรนด์ระยะสั้น

แนะนำเก็งกำไรใน DR: JPANIME24 ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่รวบรวมหุ้นกลุ่มของเล่น ความบันเทิง และเกมชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น อาทิ Bandai Namco, Sony Group และ Nintendo

กลยุทธ์ฝ่าวิกฤตหุ้นไทย: ลดหุ้น Valuation สูง เน้นตั้งรับ Selective Growth คู่กับทองคำป้องกันความเสี่ยง ภายใต้การกดดันของ 4 มรสุมความไม่แน่นอน บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้นักลงทุนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มาเน้นความปลอดภัย ลดน้ำหนักหุ้นที่มีมูลค่า (Valuation) ตึงตัวสูง และให้หันมาจัดพอร์ตใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่:

หุ้นไทยกลุ่มคุณค่าและปลอดภัย (Defensive & Value):

กลุ่มผันผวนต่ำ (Defensive): เลือก BDMS ที่มีความแข็งแกร่งและทนทานสูงต่อแรงขายต่างชาติ

กลุ่มคุณค่าปันผลสูง (Value & High Dividend): เลือก BBL คาดได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยที่คาดว่าทรงตัวระดับสูงต่อเนื่อง (Higher for Longer) ช่วยรักษาระดับรายได้ดอกเบี้ย ขณะที่ระดับราคาซื้อขายยังถูกมากด้วย PBV เพียง 0.6 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.2 เท่า)

กลุ่มล้าหลังตลาด (Laggard Play ในประเทศ): เลือก CPALL ที่ราคาลงลึกและได้ประโยชน์จากกำลังซื้อภายในประเทศ

กลุ่มป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Oil Hedge): เลือก PTTEP และ PTT รับผลบวกจากทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนเป็นขาขึ้นตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดย PTT เป็นหุ้นกลุ่ม Laggard ในสายพลังงานที่ขึ้นช้ากว่ากลุ่มแต่มีจุดเด่นเรื่องการจ่ายปันผลสูงสม่ำเสมอ

กลุ่มที่ได้ Sentiment เชิงบวกจากการฟื้นตัวในภูมิภาค: เลือก PR9 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยในกลุ่มตะวันออกกลาง และราคาหุ้นยังมีช่องว่างปรับขึ้น (Upside) ค่อนข้างดี

สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงพอร์ต (Tactical Hedging): แนะนำกระจายเงินลงทุนเข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อพยุงฐานะทางการเงินและปิดความเสี่ยง ได้แก่ การลงทุนในทองคำผ่าน GOLDUS80 หรือ ZIJIN80 ร่วมกับการพิจารณาทำสถานะ Short ในเงินสกุลดอลลาร์/เยน (USDJPYU26) เพื่อป้องกันความผันผวนด้านค่าเงิน และเพิ่มการถือครองสัดส่วนของเงินสด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...