โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แกะรอยรวบบัญชีม้า คดีหลอกลงทุนคริปโต ผู้เสียหายสูญเงิน 1.4 ล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

แกะรอยรวบบัญชีม้า คดีหลอกลงทุนคริปโต ผู้เสียหายสูญเงิน 1.4 ล้านบาท

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อม
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นางสาวยา (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลศาลอาญามีนบุรีลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 โดยต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือบัญชีเงิน อิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้ เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่จะรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด” สถานที่จับกุม บริเวณภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หมู่ที่ 5 ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

ผู้เสียหายให้การว่า ขณะใช้งานแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ได้มีบัญชีเฟซบุ๊กส่งข้อความเข้ามาตีสนิท ก่อนพูดคุยกันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน จนเกิดความไว้วางใจ จากนั้นบัญชีดังกล่าวได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทยอยโอนเงินเข้าลงทุนหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 1,400,000 บาท

ต่อมาเมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินออกจากระบบ กลับถูกผู้ดูแลแพลตฟอร์มแจ้งให้โอนเงินเพิ่มเติม โดยอ้างว่าเป็นค่าดำเนินการหรือเงื่อนไขในการปลดล็อกการถอนเงิน ผู้เสียหายปฏิเสธการโอนเงินเพิ่ม ส่งผลให้ไม่สามารถถอนเงินลงทุนออกมาได้ จึงเชื่อว่าตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมารับโทษต่อไป

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบและสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวได้ ทราบชื่อภายหลังคือ นางสาวยา (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี โดยจากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมา ประสบปัญหาทางการเงิน จึงสมัครใช้บริการแอปพลิเคชันปล่อยกู้เงินด่วน โดยได้ส่งข้อมูลส่วนตัวรวมทั้งหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน และมอบสมุดบัญชีธนาคารให้กับผู้ให้บริการ เพื่อใช้ประกอบการขอกู้เงิน ก่อนจะได้รับเงินจำนวน 3,000 บาท ผู้ต้องหาอ้างว่า หลังจากได้รับเงินแล้ว ไม่ทราบว่าบัญชีธนาคารของตนจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด และเพิ่งทราบว่าตนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทราบ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...