แกะรอยรวบบัญชีม้า คดีหลอกลงทุนคริปโต ผู้เสียหายสูญเงิน 1.4 ล้านบาท
แกะรอยรวบบัญชีม้า คดีหลอกลงทุนคริปโต ผู้เสียหายสูญเงิน 1.4 ล้านบาท
กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อม
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นางสาวยา (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลศาลอาญามีนบุรีลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 โดยต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือบัญชีเงิน อิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้ เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่จะรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด” สถานที่จับกุม บริเวณภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หมู่ที่ 5 ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
ผู้เสียหายให้การว่า ขณะใช้งานแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ได้มีบัญชีเฟซบุ๊กส่งข้อความเข้ามาตีสนิท ก่อนพูดคุยกันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน จนเกิดความไว้วางใจ จากนั้นบัญชีดังกล่าวได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทยอยโอนเงินเข้าลงทุนหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 1,400,000 บาท
ต่อมาเมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินออกจากระบบ กลับถูกผู้ดูแลแพลตฟอร์มแจ้งให้โอนเงินเพิ่มเติม โดยอ้างว่าเป็นค่าดำเนินการหรือเงื่อนไขในการปลดล็อกการถอนเงิน ผู้เสียหายปฏิเสธการโอนเงินเพิ่ม ส่งผลให้ไม่สามารถถอนเงินลงทุนออกมาได้ จึงเชื่อว่าตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมารับโทษต่อไป
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบและสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวได้ ทราบชื่อภายหลังคือ นางสาวยา (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี โดยจากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมา ประสบปัญหาทางการเงิน จึงสมัครใช้บริการแอปพลิเคชันปล่อยกู้เงินด่วน โดยได้ส่งข้อมูลส่วนตัวรวมทั้งหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน และมอบสมุดบัญชีธนาคารให้กับผู้ให้บริการ เพื่อใช้ประกอบการขอกู้เงิน ก่อนจะได้รับเงินจำนวน 3,000 บาท ผู้ต้องหาอ้างว่า หลังจากได้รับเงินแล้ว ไม่ทราบว่าบัญชีธนาคารของตนจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด และเพิ่งทราบว่าตนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทราบ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป