โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยเร่งขึ้นแท่นฐานผลิตเทคโนโลยี หลังบิ๊กเทคจีนอัดลงทุนกว่า 7 หมื่นล้านบาท

THE STANDARD

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ไทยเร่งขึ้นแท่นฐานผลิตเทคโนโลยี หลังบิ๊กเทคจีนอัดลงทุนกว่า 7 หมื่นล้านบาท

วันนี้ (19 กรกฎาคม) เวลาประมาณ 15.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางโดยเครื่องบินโดยสารจากนครเฉิงตูมายังกรุงปักกิ่ง โดยเปิดเผยถึงความสำเร็จภายหลังการนำคณะทีมไทยแลนด์หารือกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน 4 บริษัท เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า กลุ่มนักลงทุนจีน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง มีความมั่นใจอย่างยิ่งในการเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเป้าหมายและพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ

การหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำ 4 แห่ง ได้รับการยืนยันว่ามีแผนการลงทุนในประเทศไทย มูลค่ารวมกว่า 70,000 ล้านบาท ภายในปีนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่ต้องใช้ความแม่นยำและเทคโนโลยีขั้นสูง (Precision Technology) เช่น อุปกรณ์รับส่งสัญญาณทางแสง (Optical Transceiver) เพื่อรองรับธุรกิจ Data Center เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และไมโครชิปสำหรับการสื่อสารความเร็วสูง รวมถึงการขยายกำลังการผลิตในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างต่อเนื่อง

การลงทุนมหาศาลครั้งนี้คาดว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นคน โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะ (Upskilling) ซึ่งแรงงานไทยจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่จากบริษัทชั้นนำเหล่านี้โดยตรง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า สาเหตุสำคัญที่นักลงทุนจีนเลือกไทยเป็นลำดับต้น ๆ เนื่องจากความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบขนส่งและสาธารณูปโภคที่เอื้อต่อการเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ นอกประเทศจีน เพื่อรับมือกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนสานต่ออย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความมั่นใจ โดยปัจจุบันมีนโยบาย ‘Thailand FastPass’ ของ BOI ซึ่งจะเป็นจุดบริการเบ็ดเสร็จ (One-stop Service) เพื่อเร่งรัดกระบวนการอนุมัติและอนุญาตให้รวดเร็วขึ้น

“นักลงทุนชื่นชมความสะดวกและความโปร่งใส โดยเฉพาะการที่ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์หรือค่าน้ำร้อนน้ำชาเหมือนในอดีต รวมถึงไม่ต้องติดต่อหลายหน่วยงานให้ยุ่งยาก เพราะ BOI จะเป็นผู้ประสานงานและขจัดอุปสรรคทั้งหมดให้ผ่านจุดบริการเพียงแห่งเดียว” อนุทินกล่าว

เมื่อถามว่านักธุรกิจไทยที่มาลงทุนในจีนมีข้อเสนอที่ฝากนายกฯ ไปหารือกับนายกรัฐมนตรีของจีนในวันพรุ่งนี้ (20 กรกฎาคม) หรือไม่ อนุทินระบุว่า ส่วนใหญ่ธุรกิจไทยที่มาประกอบกิจการในจีนอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร อาหาร โรงไฟฟ้า และธุรกิจบริการ เช่น เครือโรงแรมต่าง ๆ ซึ่งจากการพบปะกับผู้บริหารและเจ้าของกิจการหลายสิบรายที่ดำเนินธุรกิจในจีน ต่างยืนยันว่าได้รับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจจากรัฐบาลจีนเป็นอย่างดีเช่นกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนและปรับปรุงเงื่อนไขต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีแห่งอนาคตของภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...