โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ARDA ผนึกสมาคมทุเรียนไทย ยกระดับ “คุณภาพ–มาตรฐาน” ทุเรียนไทย สร้างความเชื่อมั่นตลาดโลก

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ARDA ผนึกสมาคมทุเรียนไทย ยกระดับ “คุณภาพ–มาตรฐาน” ทุเรียนไทย สร้างความเชื่อมั่นตลาดโลก สานต่องานวิจัยอีก 5 ปี จากสวนถึงส่งออก เร่งเทคโนโลยีตรวจคุณภาพ–รับมาตรฐานตลาดคู่ค้า

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA นำโดย ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และ สมาคมทุเรียนไทย นำโดย นายกฤติเดช อยู่รอด นายกสมาคมทุเรียนไทย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาทุเรียนไทยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทุเรียนสู่การใช้ประโยชน์” เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมอีก 5 ปี มุ่งเชื่อมโยงโจทย์จากเกษตรกร ผู้ประกอบการ

และภาคการส่งออกเข้าสู่กระบวนการวิจัย พร้อมขยายการพัฒนาเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และขีดความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนไทยในตลาดโลก โดยมีคณะผู้บริหารและผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงแรมมณีจันท์รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

ความร่วมมือครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคการเกษตรและเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากทุเรียนเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญของไทย โดยข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ปี 2568 ไทยส่งออกทุเรียนสดสู่ตลาดโลก 979,045 ตัน มูลค่ากว่า 125,737 ล้านบาท ขณะที่ช่วงวันที่ 1 มกราคม – 19 กรกฎาคม 2569 ไทยส่งออกทุเรียนสดไปยังจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักแล้วกว่า 1 ล้านตัน มูลค่ากว่า 114,818 ล้านบาท สะท้อนถึงความสำคัญทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมทุเรียน และความจำเป็นในการรักษาคุณภาพ มาตรฐาน และความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า ขณะที่ จังหวัดจันทบุรีถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตทุเรียนสำคัญของประเทศ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรประเมินว่า ฤดูกาลผลิตปี 2569 จันทบุรีจะมีผลผลิตทุเรียนประมาณ 683,027 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.66 จากปีก่อน การลงนามความร่วมมือที่จังหวัดจันทบุรีครั้งนี้จึงเกิดขึ้นท่ามกลางบริบทของพื้นที่ฐานการผลิตสำคัญ ซึ่งมีโจทย์ตั้งแต่การจัดการสวน คุณภาพผลผลิต ไปจนถึงมาตรฐานและการส่งออก

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่าง ARDA และสมาคมทุเรียนไทย ในการเชื่อมโจทย์จากเกษตรกรและภาคการส่งออกเข้าสู่กระบวนการวิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สามารถนำไป “แก้ปัญหาจากพื้นที่จริง” ตั้งแต่การจัดการแปลงปลูก การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการรองรับข้อกำหนดและมาตรฐานของตลาดส่งออก พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจาก MOU ฉบับแรกที่ทั้งสองหน่วยงานร่วมดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2564 และครบกำหนดระยะเวลา 5 ปี

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 โดยที่ผ่านมาได้ร่วมกันผลักดันงานวิจัยที่ครอบคลุมโจทย์สำคัญของการผลิตทุเรียน ตั้งแต่ การติดตามสุขภาพดินและการจัดการดอก–ผล การให้น้ำอย่างแม่นยำ การวิเคราะห์ดินและพืชเพื่อสนับสนุนการจัดการปุ๋ย ตลอดจนการศึกษาการผลิต คุณภาพ และการสะสม–สูญเสียธาตุอาหารในระบบการผลิตทุเรียนหมอนทอง เพื่อสร้างองค์ความรู้สำหรับการบริหารจัดการสวนอย่างแม่นยำและเหมาะสมกับความต้องการของพืช องค์ความรู้เหล่านี้ถือเป็นฐานสำคัญในการยกระดับการจัดการสวนจากการอาศัยประสบการณ์ ไปสู่การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสนับสนุนการตัดสินใจ ช่วยให้เกษตรกรบริหารจัดการปัจจัยการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมคุณภาพผลผลิตได้สม่ำเสมอมากขึ้น

สำหรับความร่วมมือในระยะ 5 ปีต่อจากนี้ ARDA และสมาคมทุเรียนไทยจะขยายโจทย์วิจัยจากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในสวน สู่การแก้ปัญหาตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การเก็บเกี่ยว การตรวจสอบและคัดแยกคุณภาพ ความปลอดภัยของผลผลิต ไปจนถึงมาตรฐานและข้อกำหนดด้านการส่งออก ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนไทยในตลาดโลก หนึ่งในเทคโนโลยีที่จะเร่งต่อยอดคือ การใช้เทคโนโลยี CT Scan ทุเรียน เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพภายในโดยไม่ทำลายผลผลิต โดย ARDA จะเชื่อมความร่วมมือระหว่างสมาคมทุเรียนไทย นักวิจัย และภาคเอกชน เพื่อผลักดันเทคโนโลยีจากงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง

ในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการตรวจสอบทุเรียนอ่อน–แก่ และการตรวจพบหนอนภายในผล ซึ่งมีผลโดยตรงต่อคุณภาพสินค้าและความเชื่อมั่นของตลาดอีกโจทย์สำคัญคือการพัฒนาข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องและแนวทางจัดการความเสี่ยงจาก การปนเปื้อนแคดเมียมในผลผลิตเพื่อการส่งออก เพื่อวางแนวทางจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ลดความเสี่ยงต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการ และรองรับมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารของประเทศคู่ค้า นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการวิจัยด้านเทคโนโลยีก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดการใช้สารเคมีและผลกระทบต่อแรงงาน การยืดอายุการเก็บรักษาผลไม้เขตร้อน ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีตรวจสอบและคัดแยกคุณภาพ เพื่อช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มมูลค่าผลผลิตตลอดห่วงโซ่

ด้านนายกฤติเดช อยู่รอด นายกสมาคมทุเรียนไทย กล่าวว่า การแข่งขันของอุตสาหกรรมทุเรียนในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ปริมาณผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่คุณภาพ ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามมาตรฐานของประเทศคู่ค้า ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาตลาดส่งออก ความร่วมมือกับ ARDA จึงเป็นโอกาสในการนำปัญหาที่เกิดขึ้นจริงจากเกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคการส่งออก

การต่อยอดมาพัฒนาเป็นโจทย์วิจัยและเทคโนโลยีที่ตอบความต้องการของอุตสาหกรรม ตั้งแต่การบริหารจัดการสวน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งออก เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุเรียนไทยในตลาดต่างประเทศ

“5 ปีที่ผ่านมาเราเห็นแล้วว่างานวิจัยสามารถเข้ามาช่วยตอบโจทย์การผลิตทุเรียนได้หลายด้าน และความร่วมมืออีก 5 ปีจากนี้เราจะต้องก้าวไปอีกขั้น ด้วยการนำโจทย์ใหม่ของภาคการผลิตและการส่งออกมาพัฒนาเป็นงานวิจัย และเร่งนำเทคโนโลยีที่พร้อมไปใช้จริง เป้าหมายไม่ใช่เพียงทำให้เกษตรกรผลิตทุเรียนได้ดีขึ้น แต่ต้องทำให้ทุเรียนไทยมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และรักษาความเชื่อมั่นของตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง” นายกฤติเดช กล่าว

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวปิดท้ายว่า การสานต่อความร่วมมืออีก 5 ปีในครั้งนี้ จะเป็นการต่อยอดจากฐานงานวิจัยเดิมไปสู่ความท้าทายใหม่ของอุตสาหกรรมทุเรียน โดยเชื่อมปัญหาจากพื้นที่เข้ากับงานวิจัย เทคโนโลยี มาตรฐาน และความต้องการของตลาด เพื่อให้องค์ความรู้และนวัตกรรมสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสี่ยง ยกระดับคุณภาพ และเพิ่มมูลค่าผลผลิต เป้าหมายสำคัญคือทำให้งานวิจัยตอบโจทย์เกษตรกรและภาคการส่งออกอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ทุเรียนไทยไม่เพียงผลิตได้อย่างมีคุณภาพ แต่ต้องได้มาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่น และแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...