โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครั้งแรกในอาเซียน! ซันโทรี่เตรียมใช้ FtoP ในไทย ผลิตขวด PET รีไซเคิล 100%

เดลินิวส์

อัพเดต 24 สิงหาคม 2569 เวลา 23.48 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ซันโทรี่เตรียมใช้เทคโนโลยี FtoP ในไทยปี 2571 ผลิตพรีฟอร์มจากเกล็ด PET รีไซเคิล สู่ขวด PET รีไซเคิล 100% เป็นครั้งแรกในอาเซียน

ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ (Suntory Holdings) เตรียมนำเทคโนโลยีรีไซเคิลจากเกล็ดพลาสติกสู่พรีฟอร์ม (Flake-to-Preform) หรือ ‘FtoP’ มาใช้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2571 เพื่อผลิตพรีฟอร์มสำหรับขวด PET รีไซเคิล 100% โดยตั้งเป้าเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ผ่านบริษัท อินโดวิดา (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) และบริษัท อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

บริษัท อินโดวิดา (ไทยแลนด์) จำกัด จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 และคาดว่าจะมีกำลังการผลิตพรีฟอร์มอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านชิ้นต่อปี โดยใช้เกล็ดพลาสติกส่วนใหญ่จากอินโดรามา เวนเจอร์ส ขณะที่บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด มีแผนจัดซื้อพรีฟอร์มที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี FtoP เพื่อนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป

ซันโทรี่ระบุว่า โครงการนี้เป็นการนำเทคโนโลยี FtoP มาใช้เชิงพาณิชย์เพื่อผลิตขวด PET ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ลดขั้นตอน ลดคาร์บอน

เทคโนโลยี FtoP พัฒนาร่วมกันระหว่างซันโทรี่และพันธมิตรอีก 3 บริษัท รวมถึงเคียวเอ อินดัสทรี (Kyoei Industry Co., Ltd.) บริษัทรีไซเคิลจากญี่ปุ่น โดยออกแบบให้สามารถนำเกล็ด PET ที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลมาผลิตเป็นพรีฟอร์มได้โดยตรง

กระบวนการดังกล่าวลดขั้นตอนบางส่วนที่มีอยู่ในระบบเดิม เช่น การตกผลึกและการอบแห้ง ทำให้ซันโทรี่ประเมินว่า สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 70% เมื่อเทียบกับการผลิตขวดพลาสติกใหม่จากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยซันโทรี่เริ่มใช้เทคโนโลยีนี้ผลิตขวด PET สำหรับเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2561

ปรับระบบรับขวดใช้แล้ว

เดิมทีการใช้เทคโนโลยี FtoP ต้องอาศัยขวด PET ใช้แล้วที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ ทำให้การนำไปใช้ในประเทศอื่นมีข้อจำกัด เพราะระบบเก็บรวบรวมและรีไซเคิลของแต่ละประเทศแตกต่างกัน

สำหรับประเทศไทย ซันโทรี่ร่วมกับผู้ผลิตเครื่องจักร ได้แก่ เอ็นจีอาร์ (Next Generation Recyclingmaschinen GmbH) และฮัสกี้ เทคโนโลยีส์ (Husky Technologies) ปรับเกณฑ์คัดเลือกขวด PET และกระบวนการกำจัดสิ่งปนเปื้อน เพื่อให้รองรับขวดใช้แล้วที่มีคุณภาพแตกต่างกันได้ การปรับกระบวนการดังกล่าวทำให้สามารถนำเกล็ด PET ใช้แล้วมาผลิตเป็นพรีฟอร์มได้โดยตรง ขณะที่ยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยในระดับเดียวกับกระบวนการที่ใช้ในญี่ปุ่น

ร่วมทุนสร้างระบบหมุนเวียน

‘อาลก โลเฮีย’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยโครงการนี้เป็นการนำความเชี่ยวชาญของซันโทรี่ กรุ๊ป อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น และอินโดรามา เวนเจอร์ส มาร่วมกัน เพื่อผลักดันการผลิตพลาสติก PET แบบหมุนเวียนในระดับพาณิชย์ในประเทศไทย

ด้าน ‘เคนจิ โมโตโอริ’ ผู้อำนวยการ กรรมการบริหารอาวุโส และกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจวัสดุ บริษัท อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทจะสนับสนุนการจัดหาพรีฟอร์มจากพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทำงานร่วมกับอินโดรามา เวนเจอร์สและพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง

ซันโทรี่ กรุ๊ป จะเริ่มใช้เทคโนโลยี FtoP ในประเทศไทยในปี 2571 พร้อมสำรวจโอกาสขยายการใช้งานไปยังประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

‘จุน อาซากิ’ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืน บริษัท ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า การนำเทคโนโลยี FtoP มาใช้ในประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์ของกลุ่มบริษัท

ทั้งนี้ ภายใต้นโยบายด้านพลาสติกที่ประกาศในปี 2562 ซันโทรี่ กรุ๊ป ตั้งเป้าให้ขวด PET ที่ใช้ทั่วโลกผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุชีวภาพภายในปี 2573 พร้อมยกเลิกการใช้พลาสติกใหม่จากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยดำเนินงานตามกลยุทธ์ 2R+B ซึ่งประกอบด้วยการลดการใช้วัสดุ การรีไซเคิล และการใช้วัสดุชีวภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...