ปมยิงจาก ฮ. ส่อไม่ตรงแผล! TAF วิเคราะห์ผู้บาดเจ็บนราธิวาส ชี้โอกาสยิงจาก ฮ.เพียง 5%
วันนี้ 24 ส.ค.69 เพจ “thaiarmedforce.com” ออกมาเปิดเผยข้อมูลของ นายแพทย์ พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของผู้บาดเจ็บที่มีประเด็นว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ว่า กระสุนเข้าบริเวณสะดือแล้วออกทางด้านหลังเฉียงลงไป รู้เข้าราวๆ 1 เซนติเมตรรูออกราวๆ 2-3 เซนติเมตร คาดว่าน่าจะเกิดจากอาวุธที่มีอนุภาคไม่ร้ายแรงแต่ไม่ทราบว่าเป็นอาวุธอะไร โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลให้ข้อมูลโดยไม่ได้ฟันธงว่า เหตุการณ์ยิงจากเฮลิคอปเตอร์เกิดขึ้นหรือไม่แต่ให้ข้อมูลเฉพาะในเรื่องการรักษาซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับแพทย์ ถือเป็นการปฏิบัติตามจรรยาบรรณของแพทย์อย่างเหมาะสมแล้ว วัดจากองศาของแนวแผลของผู้บาดเจ็บซึ่งมีองศาราว 30 องศาเฉียงขึ้น ถ้าคิดว่าเป็นการยิงด้วยอาวุธสงครามคือ M16A2 ซึ่งมีระยะยิงหวังผล 550 เมตร ใช้ตรีโกณมิติคำนวณแล้วเฮลิคอปเตอร์ควรจะอยู่สูงราวๆ 900 ฟุตหรือราว 300 เมตร ระยะห่างจากเป้าหมาย 476 เมตร หรือพูดง่ายๆ คือเฮลิคอปเตอร์ต้องบินสูงพอๆ กับความสูงของตึกคิงพาวเวอร์มหานคร หรือถ้าจะอยู่ต่ำกว่านั้นก็ต้องเข้ามาใกล้กว่านั้น แต่ถ้าเราจะตีความจากลักษณะของแผลที่ผู้อำนวยการบรรยาย ค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ได้เกิดจากอาวุธสงครามเช่นอาวุธที่ใช้กระสุน 7.62 หรือ 5.56 และการบรรยายลักษณะของแผลค่อนข้างเชื่อได้ว่าเป็นอาวุธปืนพกหรือปืนสั้นมากกว่า อย่างที่เราบอกก็คือการยิงปืนสั้นจากเฮลิคอปเตอร์ให้โดนเป้าหมายถือเกิดขึ้นได้ยาก เพราะระยะยิงหวังผลของปืนสั้นอยู่ไม่เกิน 100 เมตร ถ้าจะยิงให้โดนตั้งแต่นัดเดียวต้องโชคดีมากระดับเดียวกับโพยฮั้ว สว. มิฉะนั้นจะต้องยิงเป็นกลุ่มกระสุนจำนวนมากซึ่งก็จะขัดกับคำให้การของผู้บาดเจ็บว่ามีการยิงเข้ามาไม่กี่นัด แต่ถ้าเป็นกรณีทำปืนลั่นใส่จากพื้นดิน ประมาณการความสูงของผู้บาดเจ็บที่ราว 165 ซม. ปกติแล้วการชักปืนจากเอวแล้วลั่นใส่คนมักจะลั่นราวๆ ระยะข้อศอกซึ่งก็คือความสูงราว 60% ของความสูงตัวคน ถ้าคำนวณแล้วให้ปืนลั่นที่ความสูง 100 ซม. จะได้ระยะปืนลั่นที่ระยะห่าง 1.9 เมตร กระสุนจะลงกระทบพื้นพอดี แต่ถ้ากระสุนเข้าบริเวณสะดือน่าจะแปลว่าปืนลั่นในระยะที่ประชิดกว่านี้ ซึ่งก็จะเข้ากับข้อเท็จจริงที่ผู้บาดเจ็บให้สัมภาษณ์ว่าอยู่บนมอเตอร์ไซค์มากกว่า หรือถ้าเป็นตัวเองชักปืนออกมาแล้วทำลั่นใส่ตัวเอง อันนี้ดูจากบาดแผลและมุมยิงแล้ว เผลอ ๆ น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด สรุปโอกาสความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามความเห็นของ TAF คือ - 70% ผู้บาดเจ็บชักปืนออกมาจากเอวตัวเองแล้วปืนลั่น - 25% บุคคลข้างเคียงทำปืนลั่นใส่หรือยิงใส่ด้วยความตั้งใจ - 5% ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ด้วยปืนพก เอาจริงๆไม่อยากพูดอย่างนี้ แต่ฟังคำให้การของผู้บาดเจ็บแล้วยิ่งค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ได้เกิดจากการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ เพราะสิ่งที่ผู้บาดเจ็บบรรยายมาผิดหลักยุทธวิธีที่ปกติเจ้าหน้าที่จะใช้ทั้งหมด แต่ของไม่ลงรายละเอียด ณ ที่นี้ อย่างไรก็ตาม เป็นหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 4 และ กอ.รมน. ภาค 4 สน. ที่ต้องสร้างความมั่นใจและอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจโดยหลักวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ การพูดแค่ว่าถ้ายิงจริงมีคนตายไปเยอะแล้ว ในฐานะผู้นำองค์กรที่มีต้นทุนสูงกว่าคนอื่นก็ไม่เหมาะสมนักที่จะพูด (คนอื่นพูดไม่มีต้นทุนเพราะไม่ใช่ผู้รับผิดชอบในการสร้างมวลชน) หรือแค่ปฏิเสธเฉยๆไม่แสดงหลักฐานอะไร มันไม่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ชาวบ้านและยิ่งกระพือข่าวลือเข้าไปอีก ก็หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะชี้แจงและสร้างความมั่นใจให้โดยเร็วครับ ดูน้อยลง