พาณิชย์เร่งปั้น SMEs ติด T Mark เปลี่ยนสินค้าไทยเป็นแบรนด์โลก เพิ่มมูลค่าการส่งออก
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิเผยว่าได้ดำเนินการยกระดับผู้ประกอบการให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และแข่งขันได้ในระดับสากล โดยผ่านโครงการตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark (T Mark) ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ที่โปร่งใส
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้วางแนวทางการสร้างสมดุลการส่งออกผ่าน 3 มิติ เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโต
- มิติผู้ประกอบการ มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพให้กลุ่ม SMEs สามารถเข้าถึงและเติบโตในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- มิติการตลาด เดินหน้ารักษาฐานตลาดเดิมควบคู่ไปกับการบุกเบิกตลาดใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยงทางการค้าในภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง
- มิติสินค้า ส่งเสริมการใช้ Local Content หรือวัตถุดิบภายในประเทศมาสร้างมูลค่าเพิ่ม (High Value) เพื่อเปลี่ยนจากการส่งออกสินค้าทั่วไป เป็นการส่งออก "แบรนด์ประเทศไทย" ที่มีความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของโลก
โดย T Mark จะมีเกณฑ์การพิจารณาสำคัญ 4 มิติหลัก ที่สินค้าและบริการจะต้องผ่านการประเมินมาตรฐานที่ครอบคลุม ประกอบด้วย
มาตรฐานสากล กระบวนการผลิตหรือบริการที่มีคุณภาพตามหลักสากล
แรงงานที่เป็นธรรม มีการใช้แรงงานถูกต้องตามกฎหมายและไม่เอาเปรียบ (Fair Labour)
รักษาสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น อุตสาหกรรมสีเขียว (Environmental Concern)
ความรับผิดชอบต่อสังคม การดำเนินธุรกิจที่มีคุณธรรมและใส่ใจสังคม (CSR) รวมถึงคุณภาพที่ทำด้วยใจ (Heartmade Quality)
“กรมฯเชื่อว่า T Mark จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สินค้าไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน กรมฯจึงได้ริเริ่มตราสัญลักษณ์ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า สินค้าและบริการมีคุณภาพ”
รับ T Mark เพิ่ม 22 บริษัท
อย่างไรก็ดี ล่าสุดมีผู้ประกอบการ 22 บริษัท จากหลากหลายอุตสาหกรรมที่ได้รับตราสัญลักษณ์ เช่น บริษัท ผึ้งหลวง สไปซ์ จำกัด, บริษัท โปรลอก ไทเทเนียม คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท เทวกรรมโอสถ จำกัด เป็นต้น
ปัจจุบัน มีบริษัทที่ได้รับตรา T Mark แล้วกว่า 274 บริษัท, 1,007 แบรนด์ และ มีสินค้ามากกว่า 8,316 รายการ ครอบคลุม 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เกษตร, อาหารและเครื่องดื่ม, อุตสาหกรรม, สุขภาพและความงาม, ไลฟ์สไตล์, แฟชั่น และธุรกิจบริการ