โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บี้รายวัน! พริษฐ์จี้ กกต.ต้องส่งฟ้องศาลคดีฮั้ว สว.ทั้ง 229 คน

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 กันยายน 2569 เวลา 19.48 น. • เผยแพร่ 55 นาทีที่แล้ว

'พริษฐ์' ไล่บี้ กกต. ส่งฟ้องศาลคดีโกงสว.ทั้ง 229 คน หวั่น 4 ใน 7 คน ทำงานไม่เป็นกลาง ลั่นไม่ใช่ผู้พิพากษาอย่าพิพากษาเสียเอง ย้ำได้ข้อมูลมาจากหลายช่องทางเชื่อถือได้ หลัง 'ชีวะภาพ' แฉรวมตัวให้คนคนเดียวจ่ายค่ากาแฟ

02 ก.ย.2569 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่านค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้านที่เกี่ยวข้องในคดีโกงเลือก สว. ก่อนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในวันที่ 14 ก.ย. นี้ ว่า พวกเราทำงานต่อเนื่องเพื่อชี้ให้สังคมเห็นว่า กกต. ควรจะฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ไปที่ศาล พร้อมย้ำว่าข้อเรียกร้องนี้ ไม่ใช่ข้อสรุปว่า 229 คนนั้นกระทำความผิดไปแล้ว แต่เราเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าว อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการโกง สว. จึงเรียกร้องให้กกต. สั่งฟ้องไปที่ศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาโดยละเอียดดูพยานหลักฐานจากทุกฝ่ายอีกทีหนึ่งใครที่ผิดแล้วใครที่ไม่ผิด

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในบทบัญญัติของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สว. เขียนชัดว่าหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต กกต.มีหน้าที่สั่งฟ้อง และหากเปรียบเทียบกับมาตรฐานของ กกต.ในอดีตหลายกรณี หลักฐานอาจจะไม่ชัดเจนเท่ากับกรณีนี้ด้วยซ้ำ แต่กกต.ก็มีมติสั่งฟ้อง ดังนั้นหลักฐานทุกอย่างที่เราได้นำเสนอและเชื่อว่าที่อยู่ในมือของหน่วยงานที่ยังไม่ได้นำเสนอหนักแน่นเพียงพอที่จะสั่งฟ้องไปที่ศาล เพื่อให้ศาลพิพากษาว่าใครบ้างกระทำความผิด ส่วนรูปแบบการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ก็คงมีหลากหลายรูปแบบ เพราะก่อนหน้านี้คาดว่า กกต.จะลงมติ ในวันที่ 31 ส.ค. 69 แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นวันที่ 14 ก.ย. 69 ซึ่งรูปแบบการเคลื่อนไหวคงไม่สำคัญเท่ากับสาระเนื้อหาที่ต้องการสื่อให้ประชาชนได้ทราบ

“ เวลาเราเรียกร้องให้สั่งฟ้อง 229 คน เราไม่ได้เป็นการไปด่วนสรุป ว่า 229 คนทำความผิด แต่เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า 229 คนนี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับการโกง สว.ดังนั้นเราเห็นว่ากกต. มีหน้าที่สั่งฟ้องไปที่ศาล เพื่อให้ศาลพิพากษาเป็นรายกรณี กกต.ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาลเองในชั้นนี้และไม่ควรพิพากษาเอง จนสิ้นข้อสงสัยว่าใครผิดหรือไม่ผิด” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวว่า พยานหลักฐานในแต่ละคนของ 229 คน คงไม่เท่ากันทั้งหมด แต่ถ้าดูขั้นตอนกระบวนการของกกต. ในชั้นอนุที่ 26 ที่มีการฟังความทั้งสองด้าน และมีมติออกมาเห็นว่ามีมูล มีผู้กระทำความผิดอย่างน้อย 229 คน เห็นควรให้สั่งฟ้อง ดังนั้นนี่จึงเป็นแหล่งอ้างอิงอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า แม้ทั้ง229 คน มีความหนักเบาต่างกัน แต่คณะไต่สวนชุดที่ 26 มองว่า มีมูลความผิดรวมกันทั้งหมด 229 คน

เมื่อถามว่าหากเป็นการสั่งฟ้องแบบเหมา อาจจะมีหลักฐานไม่เพียงพอ เท่ากับการสั่งฟ้องรายบุคคล นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องไปถาม กกต. ซึ่งกระบวนการของกกต. ผ่านขั้นตอนมา 3 ชั้น ก่อนที่จะมาถึงกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเข้าใจว่าทั้ง 3 ชั้นก่อนหน้านี้เป็นการพิจารณาแบบรายบุคคล ซึ่งเข้าใจว่าทั้ง 3 ขั้นตอนของกกต. ไม่ใช่การพิจารณาแบบเหมารวมแต่ข้อกล่าวหาบางประการเนื่องจากว่าขบวนการนี้เป็นการทำงานอย่างเป็นระบบ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะเชื่อมโยงกัน เช่น โพยใบสั่ง หากเป็นการควบคุมจัดตั้งทั้ง 20 กลุ่ม ก็เลยทำให้หมายเลขของผู้สมัคร สว.ที่กลายมาเป็น สว. จำนวนมาก อยู่ในโพยใบสั่งเดียวกัน ดังนั้นการที่จะมีพยานหลักฐานบางอย่างที่เชื่อมโยงหลายๆคนในคราวเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นผลลัพธ์ของวิธีการโกง สว.นี้ ได้ดำเนินการ

เมื่อถามว่าข้อมูลที่มีอยู่ในมือตอนนี้ครอบคลุมทั้งหมดใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ข้อมูลที่ตนมีมาจากหลายทาง และมีการพยายามตั้งคำถามตรวจสอบ พยายามที่จะตั้งคำถามตรวจสอบว่าข้อมูลเหล่านั้นมาจากไหนบ้าง แต่สิ่งที่ยืนยันได้ ว่าข้อมูลเหล่านั้นมาจากหลายทางและเชื่อว่าข้อมูลที่ตนมี น่าจะอยู่ในมือของหน่วยงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลักฐานจากฝั่งของคณะอนุชุดที่ 26 และความเห็นเลขาธิการที่มีมติให้ กกต.สั่งฟ้อง สว.100 กว่าคน ที่มีชื่ออยู่ในโพย รวมถึงสั่งฟ้อง นายพิชัย ชมภูพล สส. สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย และ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เป็นการทำงานหลังจากฟังความเห็นทั้งสองฝ่าย

ดังนั้น จึงย้ำว่าประเด็นที่ตนนำมาตั้งข้อสงสัยไม่ใช่แค่ตนคนเดียวที่สงสัยว่าอาจจะมีการทุจริต แต่คณะทำงานในกระบวนการของ กกต. ก็มีข้อสงสัยเช่นเดียวกันจึงได้มีมติสั่งฟ้อง

เมื่อถามว่าไอลอว์ (iLaw) จะออกมาเปิดเผยหลักฐานทั้งหมดที่มี หาก กกต.ไม่สั่งฟ้องทั้งหมด นายพริษฐ์ กล่าวว่า ก็ต้องไปถามภาคประชาชน แต่ในฝั่งของตนยืนยันว่าได้ข้อมูลมาหลายทางมีหน้าที่กลั่นกรองข้อมูลระดับหนึ่ง เมื่อกลั่นกรองแล้วเห็นว่ามีมูลจึงนำมาเสนอต่อสังคมและเป็นในลักษณะข้อเท็จจริงไม่ว่าจะเป็นในลักษณะคำถามที่ตั้งไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตั้งแต่ที่นำเสนอข้อมูลมายังไม่มีข้อมูลไหนที่คนอื่นมาหักล้าง ทั้งเรื่องเส้นเงินหลายจังหวัด

ส่วนข้อมูลที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้มา ตนก็ทราบเท่าที่ปรากฏในสื่อสาธารณะ แต่คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้เราเข้าใจการทำงานของอนุชุดที่ 36 มากขึ้น เพราะนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย พูดมาโดยตลอดต้องการให้มีการนำเสนอข้อมูลในทุกขั้นของ กกต. ที่ผ่านมาตนพยายามขอข้อมูลจากกกต. มาโดยตลอด ต้องการจะทราบถึงวิธีการทำงานของอนุชุดที่ 36 ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลลับแต่ที่ผ่านมากกต. ก็ไม่เคยให้ความร่วมมือ และในวันพรุ่งนี้ กกต.จะมารายงานประจำปีที่สภาก็จะสอบถามข้อมูลเรื่องนี้ด้วย

“ ทำไมจึงต้องตั้งคำถาม ถึงความน่าเชื่อถือของ คณะอนุชุดที่ 36 เพราะเห็นว่าผลลัพธ์ที่ออกมา ดูจะสวนทางกับพยานหลักฐานที่เห็น หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าคณะอนุชุดที่ 26 สั่งฟ้อง 229 คน หลักฐานชัดเกือบทุกคนไหม แต่สิ่งที่เราเห็นจากคณะอนุชุดที่ 36 คือไม่สั่งฟ้องใครเลยกำลังจะบอกว่าพยานหลักฐานทั้งหมดที่เราเห็น ในหลายปีที่ผ่านมาไม่มีใครมีมูลความผิดแม้แต่คนเดียว” นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่าวันที่ 13 ก.ย. 69 จะมีการชุมนุมกดดันกกต.พรรคประชาชนจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า การทำงานของเราคู่ขนานกับภาคประชาชน อะไรที่เป็นกิจกรรมที่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องเราก็ไปร่วมแต่รูปแบบของวันที่ 13 ก.ย. 69 เป็นอย่างไรตนยังไม่เห็นรายละเอียด

เมื่อถามว่า นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ได้มีการเรียกรวมพล ให้มากันเยอะๆในวันที่ 13 ก.ย. 69 นายพริษฐ์ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องสาระสำคัญคงตรงกัน คืออยากให้กกต.ทำหน้าที่สั่งฟ้อง 229 คนไปที่ศาล ส่วนใครใน 229 คนจะผิดไม่ผิด ก็ให้เป็นหน้าที่ของศาลในการพิพากษาและเหตุผลอีกอย่างที่เรียกร้องคือการตั้งคำถามถึงสถานะความเป็นกลางของ กกต. ด้วย

“ ปฎิเสธไม่ได้ว่า 4 ใน 7 กกต. มาจากการรับรองโดย สว. ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวน ฉะนั้นจึงมีความกังวลใจว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ จากการถูกแทรกแซงทางการเมืองได้ ทางที่ดีที่สุดถ้ามีการสั่งฟ้องไปที่ศาล ศาลก็จะมาทำหน้าที่ในฐานะคนกลาง”

เมื่อถามว่าเมื่อวานนี้(1 ก.ย.) นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สว. และประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า สว. จากภาคประชาชนก็ไปนัดเลี้ยงกันที่ร้านเดียวกันและมีคนจ่ายค่ากาแฟแค่คนเดียว นายพริษฐ์ กล่าวว่า ถ้ามีหลักฐานเกี่ยวกับผู้สมัคร สว. คนไหน ไม่ว่าจะถูกนิยามว่ากลุ่มใด ก็ควรใช้มาตรฐานเดียวกัน ส่วนรายละเอียดข้อมูลของนายชีวะภาพ คนที่จะตอบได้ดีในเรื่องนี้คือนายชยพล สท้อนดี สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ที่เป็นคนรวบรวมและนำเสนอข้อมูลตรงนี้และนายชีวะภาพ ก็มีการยืนยันข้อมูลทั้งการเดินทางไปที่โรงแรม จ.นครนายกจริง และมีการยอมรับถึงการโอนเงิน บางประการจริง ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะฟังความทั้งสองด้าน

เมื่อถามถึงการทาบทามนายชีวะภาพมาลงนายกอบจ. สิงห์บุรี ในนามพรรคประชาชน แต่นายชีวะภาพไม่มาเพราะติดทำคดีของแม่ผู้นำจิตวิญญาณอยู่ใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่ทราบข้อมูลแต่เท่าที่ทราบ พรรคประชาชนไม่เคยส่งผู้สมัครลงนายกอบจ. สิงห์บุรี

เมื่อถามย้ำว่ามีการไปทาบทามหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่ทราบแต่เท่าที่รู้ไม่เคยมีมติที่จะส่งผู้สมัครนายกอบจ.สิงห์บุรี แต่นายชีวะภาพก็มีสิทธิ์ให้ข้อมูลได้ และสุดท้ายก็ไม่ได้ส่งนายชีวะภาพในนามพรรค

เมื่อถามว่าในเวทีผู้นำฝ่ายค้านมีการเอาเรื่องชู้สาวไปล้อเลียน นายพริษฐ์ กล่าวว่า เวทีจะพยายามเน้นสาระเป็นหลักแต่อาจจะไม่สามารถรู้ทุกประโยคหรือสามารถควบคุมทุกประโยคของผู้ร่วมเวทีได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...