โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

จับตาไทยขาดดุลการค้าจีน ปี 69 จ่อแตะ 2.6 ล้านล้าน นำเข้าพุ่ง-ส่งออกโตต่ำ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถานการณ์การค้าไทย-จีนกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ด้านโครงสร้าง หลังตัวเลข 7 เดือนแรกปี 2569 สะท้อนชัดว่าการนำเข้าจากจีนขยายตัวเร็วกว่าการส่งออกของไทยอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SME ต้องรับแรงกดดันจากสินค้านำเข้าที่มีต้นทุนแข่งขันได้สูงขึ้น

“อัทธ์” ชี้ไทยขาดดุลจีนจ่อ 2.6 ล้านล้าน

สถานการณ์การค้าไทย-จีนกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ด้านโครงสร้าง หลังตัวเลข 7 เดือนแรกปี 2569 สะท้อนชัดว่าการนำเข้าจากจีนขยายตัวเร็วกว่าการส่งออกของไทยอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SME ต้องรับแรงกดดันจากสินค้านำเข้าที่มีต้นทุนแข่งขันได้สูงขึ้น

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แนวโน้มการขาดดุลการค้าของไทยกับจีนในปี 2569 มีโอกาสเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปี โดยประเมินว่ามูลค่าการขาดดุลทั้งปีมีโอกาสอยู่ที่ไม่น้อยกว่า 2.6 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ ในปี 2568 ไทยมีมูลค่าการค้ากับจีนรวม 4.87 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออก 1.30 ล้านล้านบาท และนำเข้า 3.56 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้ากับจีน 2.26 ล้านล้านบาท ขณะที่ช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 การค้ารวมเพิ่มขึ้นเป็น 3.49 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 24% โดยไทยส่งออก 853,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% แต่นำเข้าสูงถึง 2.63 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% ทำให้ขาดดุลแล้ว 1.78 ล้านล้านบาท

นำเข้าจีนพุ่ง 32% โครงสร้างสินค้าต่างกัน

ดร.อัทธ์ ประเมินว่า ในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้ ไทยมีโอกาสขาดดุลกับจีนเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่เข้าใกล้เทศกาลปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการนำเข้าสินค้าสูง จึงมีโอกาสทำให้ยอดขาดดุลทั้งปีไม่ต่ำกว่า 2.6 ล้านล้านบาท แม้จะไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดก็ตาม

สำหรับสาเหตุสำคัญของการขาดดุล มาจากโครงสร้างสินค้าที่ไทยนำเข้าจากจีนแตกต่างจากสินค้าที่ส่งออกไป โดยการนำเข้าจากจีนส่วนใหญ่เป็นสินค้าทุนและสินค้าอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ เม็ดพลาสติก และแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงราว 70-80% ของการนำเข้าทั้งหมด และเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง

ตัวเลข 7 เดือนแรกปี 2569 สะท้อนภาพดังกล่าวได้ชัดเจน โดยสินค้านำเข้าอันดับหนึ่งคือเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ มูลค่า 623,802 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 75% ตามด้วยเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 222,167 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 165,187 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% เคมีภัณฑ์ 165,023 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 139,544 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8%

ขณะที่สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปจีนยังมีสินค้าเกษตรเป็นฐาน โดยผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง มีมูลค่าสูงสุด 166,931 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% ตามด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 103,462 ล้านบาท ลดลง 17% ผลิตภัณฑ์ยาง 81,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ทองแดงและของทำด้วยทองแดง 56,252 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81% และสินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ 40,101 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50%

SME ไทยรับแรงกดดัน ปรับตัวจากผู้ผลิตเป็นผู้นำเข้า

ดร.อัทธ์ กล่าวว่า โครงสร้างดังกล่าวทำให้ไทยมีความเสียเปรียบในเชิงมูลค่าทางกายภาพ เนื่องจากสินค้าส่งออกหลักจำนวนมากเป็นสินค้าเกษตร ขณะที่สินค้านำเข้าจากจีนเป็นสินค้าทุนและสินค้าอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงกว่า ผลที่ตามมาคือผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างมากจากการแข่งขันด้านราคา จนผู้ประกอบการบางส่วนต้องปิดกิจการ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเลือกเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากผู้ผลิตเป็นผู้นำเข้าสินค้าจากจีนเพื่อจำหน่ายในประเทศแทน

ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการที่เคยผลิตโต๊ะวางของเพื่อแข่งขันในตลาด แต่ไม่สามารถแข่งขันด้านต้นทุนได้ จึงเปลี่ยนมาเป็นการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปจากจีนเพื่อรักษาธุรกิจให้อยู่รอด สะท้อนว่าการนำเข้าสินค้าจากจีนไม่ได้กระทบเพียงตัวเลขดุลการค้า แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างฐานการผลิตของไทยด้วย

คุมมาตรฐานนำเข้า ยกระดับผู้ผลิตไทย

อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือมาตรการและนโยบายควบคุมการนำเข้าของไทย ซึ่ง ดร.อัทธ์ มองว่ายังมีช่องว่างที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะการตรวจสอบสินค้าสำเร็จรูปที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศ เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน

มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่า การแก้ปัญหาขาดดุลไม่ควรพิจารณาเฉพาะตัวเลขการนำเข้า แต่ควรยกระดับระบบมาตรฐานและการตรวจสอบสินค้า ควบคู่กับการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน การเข้ามาลงทุนของกลุ่มทุนจีนและฮ่องกงซึ่งขยับขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ( FDI) ในไทย ยังไม่ได้ช่วยลดปัญหาขาดดุลได้มากนัก เนื่องจากผู้ลงทุนจำนวนหนึ่งยังเลือกใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนจากจีนเป็นหลัก เพราะไทยยังมีช่องว่างด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้ซัพพลายเออร์ไทยไม่สามารถผลิตวัตถุดิบที่รองรับเทคโนโลยีของผู้ลงทุนได้เต็มที่

“แม้ทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น แต่หากยังต้องนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากจีนเป็นหลัก เงินลงทุนก็ไม่ได้ช่วยลดการขาดดุลมากนัก ไทยต้องเร่งปิดช่องว่างด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม”

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีสูง เช่น รถยนต์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผู้ประกอบการจีนมีเทคโนโลยีและห่วงโซ่การผลิตที่ก้าวหน้า ทำให้ไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างความสามารถของผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ เพื่อให้การลงทุนจากจีนเชื่อมโยงกับฐานการผลิตไทยมากขึ้น

ขึ้นภาษีรถยนต์ต้องมองผลกระทบรอบด้าน

สำหรับแนวคิดของภาครัฐในการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์นำเข้า เพื่อปกป้องฐานอุตสาหกรรมเดิมของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นในประเทศไทยนั้น ดร.อัทธ์ มองว่า แม้จะมีเป้าหมายเพื่อดูแลฐานการผลิตเดิม แต่ต้องพิจารณาผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าและความเสี่ยงจากมาตรการตอบโต้ด้วย

ประเด็นสำคัญคือ หากมาตรการดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการกีดกันทางการค้า จีนอาจมีมาตรการตอบโต้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกของไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญต่อเกษตรกร เช่น ทุเรียน จึงจำเป็นต้องประเมินผลได้ผลเสียอย่างรอบด้านก่อนดำเนินมาตรการ

นอกจากนี้ จีนอาจมองว่าการเข้ามาทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเป็นการดำเนินธุรกิจภายใต้กติกาและกรอบความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-จีน ซึ่งกำหนดอัตราภาษีรถยนต์ไฟฟ้าเป็นศูนย์มาตั้งแต่ต้น ดังนั้น การปรับมาตรการด้านภาษีจึงควรคำนึงถึงทั้งการรักษาฐานอุตสาหกรรมไทย การแข่งขัน และกรอบความร่วมมือทางการค้าระหว่างสองประเทศควบคู่กัน

ดังนั้น การแก้โจทย์ขาดดุลการค้าไทย-จีนจึงไม่ใช่เพียงการลดการนำเข้า แต่เป็นเรื่องของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ตั้งแต่การสร้างซัพพลายเชนในประเทศ พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ไปจนถึงการทำให้การลงทุนจากต่างประเทศสามารถเชื่อมโยงกับผู้ผลิตไทยได้มากขึ้น เพื่อเปลี่ยนการนำเข้าและการลงทุนให้เป็นโอกาสในการสร้างฐานการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มในประเทศในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...