โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘จุลพันธ์’ ถกสภาองค์การนายจ้างฯ ยันเดินหน้าเก็บเงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 0.25%

เดลินิวส์

อัพเดต 2 กันยายน 2569 เวลา 20.27 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘จุลพันธ์’ ถกสภาองค์การนายจ้างฯ ยันเดินหน้าเก็บเงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 0.25% ไม่กระทบนายจ้าง ชี้เลื่อนมา 20 ปี ถอยไม่ได้ต้องดันให้เกิดขึ้นจริง เมินชะลอสูตร CARE เชื่อมั่นไม่ทำเงินชราภาพลดลง

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ประชุมหารือกับนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) และคณะ กรณีพิจารณาเลื่อนบังคับใช้การจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า กองทุนนี้เป็นเงินของลูกจ้างที่เราต้องการสร้างความมั่นคง หลังหยุดการทำงานหรือการเกษียณ ต้องการสร้างความปลอดภัยให้ลูกจ้างมีความมั่นคงในชีวิต ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของสภามา 20 ปีแล้ว และเลื่อนการบังคับใช้มาโดยตลอด วันนี้เป็นเพียงกระบวนการที่สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทยอยากให้เลื่อนต่อไปด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ซึ่งตนจะร่วมรับฟังความคิดเห็นแต่โดยพื้นฐานขณะนี้ เหตุของการเลื่อนคงเป็นไปได้ลำบาก และอยากขับเคลื่อนให้กองทุนนี้เกิดขึ้นมาจริงๆ เพื่อเป็นหลักประกันให้กับลูกจ้างทุกคน

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า เม็ดเงินที่จะสะสมเข้าไปในกองทุนนี้ มาจากนายจ้างและลูกจ้าง เพียงแค่ 0.25% ซึ่งค่อนข้างน้อยไม่ได้มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ และเม็ดเงินนี้ไม่มีใครสามารถเอาไปใช้ได้แม้กระทั่งภาครัฐที่จะเอาไปลงทุนหรือใช้ในกิจกรรมอื่น เพราะเงินนี้จะเก็บภายใต้ชื่อของลูกจ้างทั้งหมด สะสมมาเท่าไหร่จะเก็บไปเท่านั้นตามเงินที่ใส่ไป เมื่อหยุดการทำงานหรือเกษียณสามารถเรียกเงินคืนได้เต็มจำนวน บวกกับอัตราดอกเบี้ยที่เกิดจากการฝาก

ได้มีการพูดคุยกันหลายครั้งว่าได้มีการกำหนดขอบเขตในการเก็บไม่ให้เกินจำนวนเท่าไร สำหรับลูกจ้างที่มีเงินเดือนสูง ซึ่งเรื่องนี้ก็จะนำมาพิจารณาหารือ โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็มีข้อพิจารณาในเรื่องนี้อยู่ พร้อมย้ำว่ากลไกนี้เป็นกลไกสำคัญและเป็นหลักประกันให้คนไทยทุกคน แต่จะรับฟังเหตุและผลของฝ่ายนายจ้างด้วยเช่นกัน

นายจุลพันธ์ ยังกล่าวถึงข้อเรียกร้องของเครือข่ายแรงงาน ที่ออกมาเรียกร้องให้ชะลอมติและทบทวนการใช้สูตร CARE ว่า เรื่องนี้มีการหารืออย่างต่อเนื่อง ส่วนจะมีการชะลอหรือไม่นั้น ขอยืนยันว่าไม่มีกลไกใดที่จะไม่มีผลกระทบใดๆ เลย แต่เมื่อเราเดินหน้าแล้ว และเชื่อมั่นว่าเป็นประโยชน์ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของสูตร CARE คือความเป็นธรรม ยิ่งเติมเงินไปในกองทุนประกันสังคมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้ผลประโยชน์กลับมามากเท่านั้น ซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีคนใส่เงินเข้ามา ในระบบประกันสังคมแล้วเมื่อเกษียณอายุ ไม่ได้รับเม็ดเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างที่ควรจะได้ เราจึงมีการแก้จุดบอดตรงนี้ เพราะวันนี้โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยน การจ้างงานขยับเคลื่อนย้ายตลอดเวลา และมีความเสี่ยงที่ผู้ส่งเงินสมทบผู้ประกันตนจะได้รับเม็ดเงินชราภาพที่น้อยลง แต่สูตรใหม่ทุกบาทที่ใส่เข้าไป ไม่มีทางที่ทำให้เม็ดเงินชราภาพสุดท้ายของท่านลดน้อยกว่าเก่า.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...