โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เกิดอะไรขึ้นกับสมอง "ไอน์สไตน์" หลังอัจฉริยะเสียชีวิต และถูกแบ่งเป็น 240 ชิ้น?!

sanook.com

เผยแพร่ 06 ก.ย เวลา 14.22 น. • Sanook
เปิดเรื่องราวลึกลับหลังการเสียชีวิตของ Albert Einstein เมื่อสมองถูกนำออก แบ่งเป็น 240 ชิ้น และถูกศึกษานานหลายทศวรรษ พร้อมคำตอบว่าสมองอัจฉริยะมีความพิเศษจริงหรือไม่

เกิดอะไรขึ้นกับสมองอัจฉริยะของ "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์" หลังเสียชีวิต? จากสมอง 1 ชิ้น สู่การวิจัยนานหลายทศวรรษ

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) นักฟิสิกส์เจ้าของทฤษฎีสัมพัทธภาพ ผู้สร้างสมการชื่อดัง E = mc² และผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เมษายน 1955

แต่หลังจากการจากไป สมองของเขากลับเริ่มต้นเรื่องราวที่ไม่ธรรมดา เมื่อถูกนำออกจากร่าง แบ่งออกเป็นชิ้นส่วนจำนวนมาก และถูกส่งต่อไปยังนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเพื่อศึกษาว่าอะไรทำให้ชายคนนี้กลายเป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ

สมองของไอน์สไตน์ถูกนำออกโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลังการเสียชีวิตของไอน์สไตน์ที่โรงพยาบาลพรินซ์ตัน สหรัฐอเมริกา แพทย์นิติเวช โทมัส ฮาร์วีย์ (Thomas Harvey) ซึ่งเป็นผู้ชันสูตรศพ ได้ตัดสินใจนำสมองของเขาออกมาเพื่อศึกษาทางวิทยาศาสตร์

อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจากไอน์สไตน์หรือครอบครัวในตอนแรก เพราะเจ้าตัวเคยแสดงความต้องการว่า ไม่ต้องการให้ร่างกายของตนกลายเป็นวัตถุสำหรับการบูชา

ในหนังสือ Postcards from the Brain Museum ระบุว่า ไอน์สไตน์เคยฝากคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการร่างของเขาไว้ว่า ต้องการให้เผาศพและเก็บเรื่องสถานที่โปรยอัฐิเป็นความลับ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนเดินทางไปบูชาร่างของเขา

หลังจากครอบครัวทราบเรื่อง ฮาร์วีย์พยายามขอความยินยอมย้อนหลังจาก ฮันส์ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ลูกชายของเขา โดยให้คำมั่นว่าจะนำสมองไปใช้เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น

สมองถูกแบ่งเป็น 240 ชิ้น และเดินทางไปทั่วสหรัฐฯ

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ฮาร์วีย์สูญเสียตำแหน่งที่โรงพยาบาลพรินซ์ตัน และนำสมองของไอน์สไตน์ไปยังเมืองฟิลาเดลเฟีย

ที่นั่น เขาใช้วิธีเก็บรักษาสมองด้วยเซลลอยดิน (Celloidin) ซึ่งเป็นวัสดุที่ช่วยคงสภาพเนื้อเยื่อ ก่อนแบ่งสมองออกเป็นประมาณ 240 ชิ้น และเก็บไว้ในขวดแก้ว 2 ใบ

แต่เส้นทางของสมองไอน์สไตน์ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ฮาร์วีย์นำมันติดตัวไปหลายพื้นที่ในสหรัฐฯ หลังจากย้ายที่อยู่ โดยมีช่วงหนึ่งที่เขาเก็บชิ้นส่วนสมองไว้ในกล่องใส่แอปเปิลใต้ตู้แช่เบียร์

ต่อมาเขายังคงส่งชิ้นส่วนสมองบางส่วนให้กับนักวิจัยทั่วโลก เพื่อศึกษาความแตกต่างทางกายภาพของสมองไอน์สไตน์เมื่อเทียบกับคนทั่วไป

นักวิทยาศาสตร์พยายามค้นหา “ความลับของอัจฉริยะ”

งานวิจัยเกี่ยวกับสมองของไอน์สไตน์เริ่มเผยแพร่ครั้งแรกในปี 1985 โดยฮาร์วีย์และทีมวิจัยจากแคลิฟอร์เนีย

นักวิจัยพบว่า สมองของไอน์สไตน์มีอัตราส่วนระหว่างเซลล์ประสาท (Neuron) และเซลล์เกลีย (Glia) ที่แตกต่างจากกลุ่มตัวอย่างบางส่วน โดยเฉพาะบริเวณสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูล

หลังจากนั้น มีการตีพิมพ์งานวิจัยเกี่ยวกับสมองของเขาอีกหลายชิ้น โดยพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างโครงสร้างสมองกับความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์

หนึ่งในงานวิจัยที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในปี 1999 พบว่า สมองบางส่วนของไอน์สไตน์มีลักษณะรอยพับแตกต่างจากคนทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณกลีบสมองด้านข้าง (Parietal Lobe) ซึ่งเคยถูกเชื่อมโยงกับความสามารถด้านคณิตศาสตร์

แต่การศึกษาสมองไอน์สไตน์ก็มีข้อจำกัด

แม้จะมีการค้นพบที่น่าสนใจ แต่นักวิทยาศาสตร์บางส่วนตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของงานวิจัยเหล่านี้

เทเรนซ์ ไฮนส์ (Terence Hines) นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัย Pace University ระบุว่า ปัญหาสำคัญคือ นักวิจัยกำลังศึกษากรณีของคนเพียงคนเดียว หรือที่เรียกว่า N=1

การนำสมองของคนหนึ่งคนไปเปรียบเทียบกับกลุ่มตัวอย่างจำนวนมาก อาจทำให้ยากต่อการแยกแยะว่า สิ่งที่พบเป็นลักษณะเฉพาะของอัจฉริยะจริง ๆ หรือเป็นเพียงความแตกต่างตามธรรมชาติของสมองมนุษย์

นอกจากนี้ วิธีการศึกษาหลายครั้งยังมีข้อจำกัด เช่น นักวิจัยรู้ล่วงหน้าว่าตัวอย่างใดคือสมองของไอน์สไตน์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการตีความข้อมูล

นักวิจัยบางคนยังเตือนว่า ไม่สามารถสรุปได้ง่าย ๆ ว่า โครงสร้างสมองเพียงอย่างเดียวเป็นสาเหตุโดยตรงของความฉลาด ความคิดสร้างสรรค์ หรือความสามารถพิเศษของบุคคล

ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ “มีไอน์สไตน์เพียงคนเดียว”

หัวใจของข้อถกเถียงทั้งหมดคือ นักวิทยาศาสตร์มีข้อมูลจากสมองของไอน์สไตน์เพียงหนึ่งตัวอย่างเท่านั้น

แม้ว่าจะพบความแตกต่างบางอย่าง เช่น ความหนาของเปลือกสมอง รูปแบบรอยพับ หรือจำนวนเซลล์บางประเภท แต่ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเป็นอัจฉริยะ

สมองมนุษย์ไม่ได้ทำงานจากโครงสร้างเพียงอย่างเดียว ความสามารถทางความคิดยังได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรม การเรียนรู้ ประสบการณ์ สภาพแวดล้อม และการฝึกฝนตลอดชีวิต

ไอน์สไตน์อาจเข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าใคร

เรื่องราวของสมองไอน์สไตน์สะท้อนให้เห็นว่า มนุษย์พยายามค้นหาคำตอบว่า “อะไรทำให้คนคนหนึ่งกลายเป็นอัจฉริยะ” มาโดยตลอด

แต่บางทีสิ่งที่ทำให้ไอน์สไตน์โดดเด่น อาจไม่ได้อยู่เพียงในโครงสร้างสมอง แต่อยู่ในวิธีคิด ความอยากรู้อยากเห็น ความกล้าที่จะตั้งคำถาม และการมองโลกแตกต่างจากคนทั่วไป

มีประโยคหนึ่งที่มักถูกอ้างว่าเขาเคยกล่าวไว้ว่า

“ไม่ใช่ทุกสิ่งที่สามารถนับได้จะมีคุณค่า และไม่ใช่ทุกสิ่งที่มีคุณค่าจะสามารถนับได้”

แม้คำพูดนี้จะยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าเป็นคำกล่าวของไอน์สไตน์จริงหรือไม่ แต่ก็สะท้อนแนวคิดสำคัญว่า ความเป็นอัจฉริยะของมนุษย์อาจไม่สามารถวัดได้จากตัวเลขหรือโครงสร้างทางกายภาพเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลอ้างอิงจาก National Geographic และงานวิจัยเกี่ยวกับสมองของ Albert Einstein

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...