โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รอบทสรุปคดีความ?

ไทยโพสต์

อัพเดต 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 3.32 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ฟ้องปิดปาก”!

เชื่อว่าหลายท่าน (รวมถึงผม) อาจสงสัยในการตีความ แบบไหนปิดปาก อย่างไรไม่ปิดปาก วันนี้จึงใคร่ขออนุญาตใช้บริการท่าน AI ได้ช่วยอธิบาย-เติมความรู้ให้หน่อยก็แล้วกัน..

ฟ้องปิดปาก (SLAPP: Strategic Lawsuit Against Public Participation) คือ การที่ผู้มีอิทธิพล นายทุน หรือหน่วยงานรัฐ

ใช้กระบวนการทางกฎหมาย (เช่น ข้อหาหมิ่นประมาท) เป็นเครื่องมือข่มขู่หรือกลั่นแกล้งฟ้องร้องประชาชน นักกิจกรรม

หรือสื่อมวลชนที่ออกมาตรวจสอบหรือวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นที่เป็นประโยชน์สาธารณะ

จุดประสงค์หลักของการฟ้องปิดปากไม่ได้หวังผลชนะคดีความ แต่เป็นการสร้าง “ภาวะหวาดกลัว” (Chilling Effect) และภาระค่าใช้จ่ายในการสู้คดี

เพื่อกดดันให้ผู้ถูกฟ้องยอมแพ้และยุติการตรวจสอบไปเอง

หากผู้ฟ้องหวังชนะคดีและเรียกค่าเสียหายอย่างจริงจัง จะไม่ถือว่าเป็น “การฟ้องปิดปาก (SLAPP)” ในความหมายบริสุทธิ์

แต่เป็นการใช้สิทธิทางศาลเพื่อปกป้องสิทธิหรือชื่อเสียงตามปกติ

ข้อแตกต่าง..การฟ้องปิดปาก: มักฟ้องเรียกค่าเสียหายสูงเกินจริง มุ่งสร้างภาระทางเวลาและค่าใช้จ่าย ข้อมูลที่ผู้ถูกฟ้องพูดเป็นความจริงที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

ส่วนการฟ้องเพื่อชนะคดีจริง: ผู้ฟ้องมีหลักฐานชัดเจนว่าตนเองได้รับความเสียหาย ข้อมูลที่ถูกวิจารณ์เป็นความเท็จ บิดเบือน

หรือเป็นการกลั่นแกล้งโจมตีส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวประโยชน์สาธารณะ

กรณีระหว่าง คุณอนุทิน ชาญวีรกูล (ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย) ที่ประกาศฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทต่อ คุณยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw

ถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนภาพข้อถกเถียงเรื่อง “ฟ้องปิดปาก” เทียบกับ “การฟ้องเพื่อปกป้องสิทธิ/หวังชนะคดี” ได้ชัดเจนที่สุดในขณะนี้

เหตุการณ์นี้สามารถมองได้จาก 2 มุมมอง ที่ปะทะกันโดยตรงในทางกฎหมายและการเมือง:

1.มุมมองของฝ่าย iLaw และนักสิทธิมนุษยชน มองว่าการฟ้องร้องครั้งนี้มีลักษณะของการฟ้องปิดปาก ด้วยเหตุผลดังนี้

๐ เป็นการตรวจสอบประโยชน์สาธารณะ: iLaw รวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานจากการลงพื้นที่เกี่ยวกับ “กระบวนการฮั้วเลือก สว.”

๐ เป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญและส่งผลต่อโครงสร้างการเมืองไทย ถือเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะสูงสุด

2.มุมมองของ อนุทิน และพรรคภูมิใจไทย: “ไม่ใช่ SLAPP แต่เป็นการใช้สิทธิปกป้องชื่อเสียงเพื่อชนะคดี”

ในทางกลับกัน ฝ่ายคุณอนุทินและทีมกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่านี่ไม่ใช่การฟ้องกลั่นแกล้ง แต่เป็น “ฟ้องเพื่อหวังผลทางกฎหมายจริง” ด้วยเหตุผล..

๐ ปกป้องชื่อเสียงจากข้อมูลที่เชื่อว่าเป็นเท็จ: ทางพรรคระบุว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้ว สว. ที่ iLaw นำไปยื่นต่อฝ่ายค้านเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน

และเป็นการใส่ร้ายป้ายสีให้บุคคลทั้ง 9 คนเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างรุนแรง

๐ ความรับผิดชอบต่อคำพูด: คุณอนุทินระบุว่า “เราเคารพสิทธิในการพูดของทุกคน แต่ทุกคนต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พูด”

และมองว่ากระบวนการเลือก สว. ยังอยู่ในชั้นตรวจสอบของ กกต. และหน่วยงานยุติธรรม ยังไม่มีการชี้มูลความผิดอย่างเป็นทางการ

การพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม: ฝ่ายภูมิใจไทยมองว่าเมื่อได้รับความเสียหาย การนำคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย คือแนวทางที่ถูกต้องตามหลักนิติรัฐ

บทสรุปในทางคดีความ..คดีนี้กลายเป็น “กรณีศึกษาสำคัญ (Test Case)” ในสังคมไทย เพราะ:

๐ คุณยิ่งชีพ (iLaw) ประกาศพร้อมสู้คดีในศาล เพื่อพิสูจน์ว่าพยานหลักฐานที่รวบรวมมาเป็นความจริงและทำหน้าที่โดยสุจริตตามรัฐธรรมนูญ

๐ คุณอนุทิน ก็ยืนยันเดินหน้าสุดซอยเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองและพรรค

สุดท้ายแล้ว ศาลจะเป็นผู้ตัดสินใจครับ หากศาลเห็นว่าข้อมูลของ iLaw เป็นความจริงและทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ คดีหมิ่นประมาทก็จะถูกยกฟ้องตามข้อยกเว้นของกฎหมาย (มาตรา 329)

แต่ถ้าศาลเห็นว่าข้อมูลนั้นไม่มีน้ำหนักพอและสร้างความเสียหายจริง ฝ่ายผู้ฟ้องก็ชนะคดีตามที่ตั้งใจไว้ครับ”

ครับ..ฟ้องปิดปาก หรือฟ้องเพื่อชนะคดีจริง เดี๋ยวได้รู้กัน!.

สันต์ สะตอแมน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...