ตรังลุยตรวจ บ่อนพนันหลายจุด หลังเป็นข่าวฉาว พบถูกต้องตามกฎหมาย
ปลัดอำเภอเมืองตรัง พร้อมกำลังตำรวจ บุกตรวจ บ่อนพนันหลายจุด หลังเป็นข่าวดัง พบเป็นบ่อนไก่ชน 2 แห่ง และสนามชนโค แต่มีใบอนุญาตถูกต้อง
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2565 นายจตุพร สีหนาท ปลัดอำเภอเมืองตรัง รับผิดชอบศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมืองตรัง พร้อมด้วยพ.ต.อ.เชื้อชาติ เยาดำ ผกก.สภ.เมืองตรัง และตำรวจสายตรวจ เข้าตรวจสอบอาคารโดมในสวนปาล์มพื้นที่ ม.3 ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง หลังมีกระแสข่าวการลักลอบเล่นการพนันอย่างผิดกฎหมาย
อาคารดังกล่าวอยู่ลึกเข้ามาในสวนปาล์มประมาณ 100 เมตร พบเป็นสนามชนไก่ “นันทิชา” มีลักษณะการสร้างเป็นโดม มีสนามไก่อยู่ตรงกลาง โดยจะมีการนำไก่มาชนแข่งกันทุกวันพุธ จากการตรวจสอบพบมีใบอนุญาตจัดให้มีการเล่นพนันถูกต้อง ออกเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 65 โดยมีนายเจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง อายุ 42 ปี เป็นผู้ขอใบอนุญาต
จากนั้นได้มีการไปตรวจสนามกีฬาชนไก่นครตรัง สนามชนโคบ้านนาบินหลา และบ่อนไพ่ผ่องไทย ที่ข้างบ้านเรือนไทย จากการตรวจสอบพบมีการขอนุญาตจากอำเภอเมืองตรังถูกต้องตามระเบียบ พ.ร.บ.การพนัน 2478
จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า สนามชนโคดังกล่าวไม่มีการชนมาเกือบ 3 ปี และอยู่ระหว่างการก่อสร้างปรับปรุงสถานที่เตรียมจัดให้มีการชนโคอีกครั้งในปลายเดือนมิถุนายน ส่วนบ่อนไพ่ผ่องไทย ก็พบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นอาคารร้าง และปิดมานานกว่า 3 ปี เนื่องจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19
อย่างไรก็ตามได้เข้าตรวจสอบบ้านเรือนไทยซึ่งเป็นบ้านของนายจำนงค์ นาวาแก้ว หรือกำนันนงค์ ม.5 ต.บ้านควน อ.เมืองตรัง พบเป็นบ้านอยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว ไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย
นายจำนงค์ เปิดเผยว่า ตนขอแสดงความบริสุทธิ์ใจ ยินดีให้เข้ามาตรวจสอบดูได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบ่อนไก่ บ่อนวัวชน มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ตอนนี้ก็ไม่ได้ขออนุญาตมา 2 ปีแล้วตั้งแต่ช่วงสถานการณ์ โควิด-19 โดยขออนุญาตไว้ 3 วง ด้วยความชอบส่วนตัวที่ชอบเล่นวัวชน เล่นไก่ชน และเล่นมวยไทย
ตนจะไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับทางการเมือง แต่จะมีนักการเมืองมาพูดคุยกันบ่อย ตนเลือกที่จะไม่คุย ส่วนบ้านเรือนไทยดังกล่าวใช้งบประมาณที่สร้างจริงเพียง 10 ล้านเท่านั้น โดยมี ส.ส.สิระ เจนจาคะ เป็นคนสร้างให้ ตนไม่ได้คิดมากหลังจากที่ปรากฏเป็นข่าว ก็พร้อมให้ตรวจสอบ
แต่หากหลังจากนี้ หากยังปรากฏเรื่องราวเป็นข่าวอีก ก็คงเป็นการถูกกลั่นแกล้งไปแล้ว วันนี้ก็เปิดให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบ้านเรือนไทย บ่อนไก่ สนามชนโค และบ่อนโดมที่อยู่ข้างหลังบ้านตามที่ถูกกล่าวอ้าง
ด้านนายจตุพร กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายอำเภอเมืองตรัง ให้ร่วมกับสภ.เมืองตรัง มาตรวจสอบ และชี้แจงข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏข่าว จากการตรวจสอบพบว่าบ้านเลขที่ 5/1 ผู้ขออนุญาตเป็นนายณรงค์ นาโค มีการขออนุญาตตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 ถึง ปี พ.ศ.2563 หลังจากนั้นก็ไม่มีการขอมาอีกเลย เนื่องจากมีมาตรการป้องกัน โควิด-19 ห้ามมีการเล่นการพนันเด็ดขาด
ส่วนหลังที่ 2 เป็นของนายชะเอม หนูเหมือง บ้านเลขที่ 5/2 เช่นเดียวกันซึ่งขออนุญาตล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2563 และอีกหลังหนึ่งเป็นบ้านของนายบูรณ์ ทองมาก บ้านเลขที่ 5/3 ขอล่าสุดเมื่อปี 2563 หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการขออีกเลย ซึ่งทาง สภ.หรืออำเภอ ก็ไม่ได้เคยได้รับแจ้งหรือได้รับการร้องเรียนจากใครอีกเลย ว่ามีการเล่นการพนัน ไม่เคยมีพยานเอกสารรูปถ่ายอะไรเลยไม่เคยปรากฏ
ทางกำนันผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในละแวกนี้ก็ให้การยืนยันว่าไม่ปรากฏการลักลอบเล่นการพนันในบริเวณนี้ตนก็ยึดตามนักปกครองท้องที่เพราะอยู่ติดกับท้องที่ รวมถึงสายตรวจที่อยู่ในบริเวณนี้ก็ให้การยืนยันว่าไม่ปรากฏการเล่นการพนัน
ขณะที่นายณรงค์ กล่าวว่า บ่อนนี้เป็นบ่อนไพ่ผ่องไทย ซึ่งได้ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายกรมการปกครองซึ่งเวลาเล่นก็ได้เสียไม่เกิน 20,000 บาทต่อวัน จะเล่นช่วงหลังเที่ยง ไม่เกินเที่ยงคืนและตอนนี้ก็ไม่ได้เปิดให้เล่นเนื่องจากเป็นช่วงสถานการณ์ โควิด-19 จึงหยุดไปเพราะไม่สามารถขอใบอนุญาตได้ หยุดมาประมาณ 3 ปีแล้ว
รายงานข่าวจากฝ่ายปกครองระดับสูงรายหนึ่ง ระบุว่า บ่อนแห่งใหญ่ในจ.ตรัง ขณะนี้ได้เปลี่ยนวิธีการเล่นเป็นบ่อนวิ่ง ย้ายสลับสับเปลี่ยนไปไม่ซ้ำที่ตั้งแต่ช่วง โควิด-19 และหลังจากมีข่าวปรากฏออกมาอย่างโจ่งครึ่มเพื่อหลบหนีการถูกจับกุม ซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบและสืบสวนหาข้อมูลเชิงลึกต่อไป