โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

5 วิธี แก้ปัญหาช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) เมื่อผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน ต้องเจอกับเด็กสมัยนี้

Mood of the Motherhood

อัพเดต 27 มิ.ย. 2565 เวลา 15.15 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2565 เวลา 15.15 น. • Features

ช่องว่างระหว่างวัย หรือ Generation Gap ของสมาชิกในครอบครัว มักเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดความขัดแย้งตั้งแต่ระดับเล็กน้อยและลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ในครอบครัวได้เพราะการเติบโตในช่วงเวลา ค่านิยม และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ทำให้คนเรามีประสบการณ์และชุดความคิดที่แตกต่างกันเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้น มุมมองที่เปลี่ยนแปลงและแตกต่างของคนแต่ละช่วงวัย จึงไม่ควรถูกนำมาตำหนิหรือตัดสินจนกลายเป็นความขัดแย้ง โดยเฉพาะความขัดแย้งที่กระทบกับความสัมพันธ์ในครอบครัวGeneration Gap ส่งผลต่อความสัมพันธ์อย่างไร?

คุณพ่อคุณแม่ รวมถึงสมาชิกผู้ใหญ่ในครอบครัวสามารถเชื่อมโยงความแตกต่างระหว่างวัยได้ด้วยการแสดงความสนใจและต้องการที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่จากลูกเสมอ เช่น การให้ลูกช่วยแนะนำเพลงที่ลูกชอบฟัง หรือหนังที่ลูกชอบดู เพราะการพูดคุยและรับฟังเกี่ยวกับสิ่งที่ลูกสนใจจะช่วยลดช่องว่างและความห่างเหินของยุคสมัยได้เป็นอย่างดีในทางกลับกัน คุณพ่อคุณแม่ที่เมินเฉยหรือมัวแต่วิพากษ์วิจารณ์ความชอบและความสนใจของลูก จะยิ่งทำให้ช่องว่างระหว่างวัยชัดเจน ไม่สามารถเชื่อมโยง และกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ห่างเหินมากขึ้นทุกทีแล้วพ่อแม่อย่างเราจะลดปัญหา Generation Gap ได้อย่างไรบ้าง?1. พ่อแม่ต้องยอมรับและเปิดใจให้กว้าง

คุณพ่อคุณแม่ ไม่ควรใช้มาตรฐานในยุคสมัยของตัวเองมาเป็นเหตุผล เครื่องชี้วัด ตัดสิน หรือกำหนดกฎเกณฑ์ว่าลูกควรหรือไม่ควรทำอะไร การอบรมสั่งสอนลูก ควรใช้เหตุผลที่สามารถอธิบายให้ลูกเข้าใจได้ เช่น แทนที่จะห้ามหรือบอกว่าลูกทำอะไรไม่เหมาะสม เพราะผู้ใหญ่หรือคนสมัยก่อนเขาเชื่อกันอย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรอธิบายเหตุผลว่าทำไมตอนนี้ลูกถึงไม่ควรทำอย่างนั้นรวมถึงควรเปิดใจ รับฟัง และยอมรับความคิดเห็นของลูก ด้วยท่าทีที่ของพ่อแม่ที่พร้อมที่จะทำความเข้าใจความต้องการของลูกเสมอ2. พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ่อยๆ

แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน เช่น พูดคุยกันเรื่องอาหาร แฟชั่น รสนิยม การแต่งตัว เทคโนโลยี ฯลฯ แต่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ่อยๆ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่และลูกได้เรียนรู้ทัศนคติของกันและกันมากขึ้น ทำให้ลูกรู้ว่าพวกเขาสามารถพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ได้ทุกเรื่อง ซึ่งนอกจากจะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและสบายใจแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะปิดกั้นหรือกันคนในครอบครัวออกไปจากชีวิตอีกด้วย3. รับฟังและเข้าใจ

คุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามรับฟังและเคารพการตัดสินใจของลูก หลีกเลี่ยงการใช้ประสบการณ์ในยุคสมัยของตัวเอง หรือคำว่า ‘อาบน้ำร้อนมาก่อน’ มาตัดสินเรื่องราวของลูกการฟังที่ดี ควรฟังเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ซึ่งหมายความว่าคุณพ่อคุณแม่ควรเรียนรู้ที่จะเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์และความรู้สึกของลูก เพื่อทำความเข้าใจว่าลูกกำลังรู้สึกอย่างไรและต้องการอะไรมากกว่า4. ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข

อาจจะมีบางเรื่องที่ไม่ว่าจะพยายามปรับจูนหรือเปิดใจอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่สามารถเข้าใจหรือมีความเห็นตรงกับลูกได้ แต่ถึงอย่างนั้นการแสดงออกว่าคุณพ่อคุณแม่มีความรักที่ไม่มีเงื่อนไขให้ลูกเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการโอบกอด จับมือ หอมแก้ม หรือใช้เวลาที่มีคุณภาพร่วมกัน ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยลดช่องว่างที่เกิดจากความไม่เข้าใจลงได้5. ประนีประนอม

ความสัมพันธ์ที่ดีไม่จำเป็นต้องเห็นคล้อยตามกันไปทุกเรื่อง แต่การรู้จักประนีประนอมเมื่อมีความคิดที่แตกต่างจะทำให้เราสามารถพูดคุยกันได้โดยไม่ต้องทะเลาะเบาะแว้งหรือผิดใจกันดังนั้น แทนที่จะพยายามหาข้อสรุปว่าความคิดของใครผิดหรือถูก หรือพยายามโน้มน้าวให้ลูกเชื่อและทำตามอย่างไม่มีเงื่อนไข บางเรื่องคุณพ่อคุณแม่อาจต้องประนีประนอมให้ลูกได้เลือกและลองทำตามวิธีของตัวเองก่อน เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งและช่วยลดช่องว่างระหว่างวัยลงได้อ้างอิงfirstcryPsychology Today

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...