ทวงหนี้ ! นายทุนเงินกู้ บังคับยาย ใช้หนี้แทนหลาน ให้ถอดสร้อย แหวนทอง แถมจะยึดวัว
ทวงหนี้! นายทุนเงินกู้ บังคับ ยายใช้หนี้แทนหลาน บังคับถอดสร้อยแหวนทองแถมจะยึดวัว
นายทุนโหด ทวงหนี้หลานไม่ได้ บังคับให้ยายถอดสร้อยคอทองคำ-ข้อมือชดใช้ แถมจะยึดวัวในคอกไป ทนไม่ไหวจึงเดินทางไปแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายทุนดอกโหดให้ถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้รับการเรียน จากคุณยายสุบิน บุตรงาม อายุ 65 ปี ชาวอ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค.65 ที่ผ่านมา ได้มีคนแปลกหน้า ซึ่งเป็นนายทุนเงินกู้จำนวน 3 คน มีผู้หญิง 2 คนและผู้ชายจำนวน 1 คน ผู้ชายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาหาพร้อมกับแจ้งว่าหลานสาวที่ชื่อนางสาวอภิญญา แสงแก้วเขียว อายุ 28 ปี ซึ่งไปทำงานรับจ้างอยู่ที่จ.กระบี่
ได้ไปกู้เงินกับนายทุนคนหนึ่ง มีบ้านอยู่ที่อำเภอสำโรงทาบ จ.สุรินทร์ โดยนายทุนเงินกู้คนดังกล่าว ได้มาทวงหนี้ โดยครั้งแรกคุณยายไม่มีเงินให้ จากนั้นนายทุนคนดังกล่าวก็บังคับให้ถอดสร้อยคอทองคำหนักจำนวน 1 บาทไป มีมูลค่าประมาณ 30,000 บาท และถัดมาอีก 2 ถึง 3 วันก็กลับมาทวงอีกซึ่งตนเองไม่รู้จะทำอย่างไรนายทุนคนดังกล่าว จึงบังคับให้ถอดสร้อยเลสข้อมือไปอีกจำนวน 1เส้นไปจนหมด
พร้อมกับให้ยายเซ็นหนังสือยินยอมรับสารภาพหนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้จะทำอย่างไร สามีก็เพิ่งเสียไปได้ประมาณ 3 เดือนกว่า หลานสาวที่ไปทำงานอยู่ที่ จ.กระบี่ ก็ไม่ทราบว่าไปสร้างหนี้อะไรไว้กับนายทุนคนดังกล่าว โดยมาทวงครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 28ส.ค.เวลาประมาณ14.30 น.
คุณยายสุบิน บอกอีกว่า นายทุนคนดังกล่าวได้มาข่มขู่ต่างๆนานานพร้อมกับให้ตนเซ็นหนังสือรับสารภาพหนี้ โดยการให้นำวัวในคอกและรถยนต์ของหลานที่จอดอยู่ เพื่อที่จะนำออกไป ซึ่งตนเองไม่ยอม
จนกระทั่งมีนายเพลิน วังสันต์ ซึ่งเป็นอบต.ภายในหมู่บ้านมาพบเข้าจึงได้สอบถามไป ว่าเงินที่หลานยืมพวกคุณไปก็ส่วนของหลาน ยายแกไปเกี่ยวอะไรด้วย ประกอบกับพวกคุณที่พากันบุกรุกเข้ามาแบบนี้ถือว่าผิดกฏหมายนะครับ อะไรก็ไม่มีมาแสดงแล้วพากันบังคับให้ยายถอดสร้อยถอดแหวนไปหมด ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าพวกคุณมาทำอะไร เรื่องนี้พวกคุณทำไม่ถูกต้องและหลานสาวที่กู้เงินไปก็ไม่ได้เกี่ยวกับยายและยายจะไปรู้เรื่องอะไร พวกคุณมาทำแบบนี้พวกคุณมีหลักฐานอะไร เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ก็มีนี่พวกคุณเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไหนมาข่มขู่ยาย
คุณยายสุบิน ยังบอกอีกว่า วัวตัวดังกล่าวตนเองถูกหวย ได้เงินมาจำนวน 2 หมื่นบาทและนำเงินดังกล่าวไปซื้อวัวให้หลานไว้เลี้ยงและเพื่อเป็นทุนการศึกษาของหลาน แต่นายทุนนจะมายึดไปตนเองจึงไม่ยอมและพร้อมที่จะสู้ให้ถึงที่สุด ถ้านายทุนนำวัวออกไปจากคอก
ด้านลูกสาวของคุณยายสุบิน ไม่เปิดเผยชื่อ บอกว่า หลังจากที่พ่อตนเองเสียชีวิตไปก็มาอยู่เป็นเพื่อนกับแม่ ส่วนลูกสาวของตนที่ไปรับจ้างทำงานอยู่ที่ จ.กระบี่นั้น ตนเองได้สอบถามไปแล้วว่าเงินที่ยืมไปก็ส่งดอกให้เป็นประจำทุกสิ้นเดือน และมาเจอสภาพเศรษฐกิจแบบนี้และไวรัสโควิด ลูกสาวไม่มีงานทำจึงหาเงินส่งดอกไม่ทัน จนกระทั่งมีเจ้าหนี้มาทวงถามที่บ้านและข่มขู่แม่ของตนเอง โดยก่อนหน้านี้ก็ได้สร้อยและเลสของแม่ไปแล้ว
และยังมาบังคับให้แม่เซ็นรับสารภาพหนี้เพื่อที่จะนำวัวในคอกไปและรถที่จอดไว้ก็เป็นชื่อของตนเองที่ออก ยังมาบังคับที่จะยึดสิ่งของไปจนหมด ตนเองก็เลยไม่มีที่พึ่งและเกรงว่าจะเกิดอันตรายจึงได้เดินทางมาแจ้งความเอาไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.หนองจอกต.คาละแมะอ.ศีขรภูมิ
และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม่ของตนเองไม่ทราบเลยว่าลูกสาวของตนเองไปเป็นหนี้อะไรเท่าไหร่ซึ่งตนเองไม่เข้าใจทำไมต้องมาข่มขู่แม่ของตนเองด้วยและแม่ก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับเจ้าหนี้ด้วย ลูกสาวนางสุบินกล่าว