โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลิปเสียงมัดตัว! 'จ่าเบียร์' รีดครึ่งแสนผู้ต้องหา แลกปล่อยตัวผัว คดีจับยาบ้า ให้ออกจากราชการแล้ว

Khaosod

อัพเดต 05 ต.ค. 2565 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2565 เวลา 08.19 น.

'บิ๊กโจ๊ก' บินลงเกาะสมุย แถลงข่าว 2 คดี แก๊งต่างชาติปล้นเงินดิจิทัล 1.8 ล้าน สั่งให้ออกจากราชการ จ.ส.ต. รีดเงินผู้ต้องหา แลกปล่อยตัวสามี คดีจับยาบ้า

เมื่อวันที่ 5 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. แถลงข่าว 2 คดีสำคัญที่เป็นที่สนใจต่อสังคม สื่อมวลชน และกระทบต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ห้องประชุม สภ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

โดยมี พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 พพล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

สำหรับคดีแรกเป็นคดีจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายคนร้ายร่วมกันปล้นทรัพย์ชาวรัสเซีย โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ก.ย. เวลาประมาณ 15.10 น. ขณะที่นายเยฟกินี อับดุลลิน สัญชาติรัสเซีย ผู้เสียหายกับภรรยา ไปนั่งที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากนั้นประมาณ 5 นาที มีชายชาวต่างชาติ จำนวน 5 คน เดินเข้ามาหาผู้เสียหาย

คดีจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายคนร้ายร่วมกันปล้นทรัพย์ชาวรัสเซีย

ชายคนหนึ่งพูดกับผู้เสียหายว่า ให้ผู้เสียหายนำเงินมาให้จำนวน 3,000,000 ดอลล่าร์สหรัฐ และพูดข่มขู่ให้ผู้เสียหายเกิดความกลัว ผู้เสียหายบอกว่าไม่มีเงิน กลุ่มชายคนร้ายจึงเข้ามาดึงโทรศัพท์ออกจากมือของผู้เสียหาย และใช้กำลังประทุษร้ายต่อผู้เสียหาย บังคับให้ผู้เสียหายโอนเงินให้ ผู้เสียหายเกิดความกลัว จึงได้โอนเงินสกุลดิจิตอล 2.480801 บิทคอยน์ (มูลค่าประมาณ 50,000 ดอลล่าร์สหรัฐ) ไปยังบัญชีแอพพลิเคชั่นของกลุ่มคนร้าย

แก๊งคนร้ายต่างชาติ

หลังจากนั้นกลุ่มคนร้าย จำนวน 4 คน เดินออกไปขึ้นรถยนต์ตู้ สีดำ หมายเลขทะเบียน ฮค 4666 กทม. ที่จอดอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ เหลือเพียงนายซัลมานที่พูดจาข่มขู่ และบอกผู้เสียหายว่าให้โอนเงินส่วนที่เหลือมาให้ พร้อมกับให้หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อไว้ จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์คันสีแดงออกไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายหน่วยงานร่วมกันสืบสวนติดตามตัว กลุ่มผู้กระทำความผิด ปรากฎพบกลุ่มคนร้าย 6 คน ได้แก่ 1.นายอังเดร นิจโกรอดต์เซฟ สัญชาติคาซัคสถาน อายุ 37 ปี (ออกหมายจับ/จับกุม 28 ก.ย. 2565) ทำหน้าที่ตรวจสอบที่อยู่ผู้เสียหาย/จัดหารถยนต์ตู้และที่พัก 2.นายซัลมาน ยูมาเยฟ สัญชาติคาซัคสถาน อายุ 56 ปี (ออกหมายจับ) ทำหน้าที่ร่วมกันพูดจาข่มขู่ให้ผู้เสียหายเกิดความกลัว

3.นายคอบาคอฟ อาสคาย สัญชาติคาซัคสถาน อายุ 49 ปี (ออกหมายจับ) ทำหน้าที่ร่วมกันพูดจาข่มขู่และใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย 4.นายซิงกิส อามาดอฟ สัญชาติเยอรมัน อายุ 39 ปี (ออกหมายจับ) ทำหน้าที่ร่วมกันพูดจาข่มขู่ให้ผู้เสียหายเกิดความกลัว/ล่ามแปลภาษา 5.นายซิง มิคาเอล สัญชาติเยอรมัน อายุ 35 ปี (ออกหมายจับ) ทำหน้าที่ร่วมกันพูดจาข่มขู่และใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย และ 6.นายดานิล อูเกย์ สัญชาติรัสเซีย อายุ 42 ปี (ออกหมายจับ) ทำหน้าที่ ขับรถยนต์ตู้คันก่อเหตุ

โดยทั้งหมดกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันปล้นทรัพย์, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือยอมจำนนต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือยอมจำนนต่อสิ่งนั้น”

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมตัว รวมทั้งดำเนินการประสานองค์การตำรวจสากล เพื่อออกหมายแดง ตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับคดีแก๊งต่างชาติร่วมกันปล้นสกุลเงินดิจิทัลมูลค่า 1.8 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 6 คน หลบหนีออกนอกประเทศ 5 คน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน คือนายอังเดร นิจโกรอดต์เซฟ อายุ 37 ปี ขณะนี้ฝากขังอยู่ที่เรือนจำอำเภอเกาะสมุย ซึ่งทางตรวจคนเข้าเมือง เพิกถอนวีซ่าพร้อมขึ้นบัญชีดำถาวร

หลังจากการตรวจสอบพบอีกว่านายอังเดร อยู่ประเทศไทยมานาน 18 ปี เปิดบริษัททำธุรกิจรถเช่าอยู่ที่พัทยา จ.ชลบุรี เข้าข่ายนอมินี จึงถูกแจ้งข้อหาเพิ่มคดีนอมินีกับนายอังเดร และจับกุมคนไทยที่มาเป็นนอมินีให้ และเตรียมเอาผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่อนุญาตให้นายอังเดรเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรด้วย

เช่นเดียวกับนายเยฟกินี อับดุลลิน สัญชาติรัสเซีย ผู้เสียหาย ที่มาเปิดบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ประเทศไทยมานาน 3 ปี โดยใช้วีซ่าธุรกิจ สั่งการให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเข้าไปตรวจสอบการทำธุรกิจว่าเข้าข่ายนอมินีหรือไม่ หากพบว่าใช้ก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย

พร้อมกันนี้สั่งการให้ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี และตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย ดำเนินการกวดขันชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนดระยะอนุญาต หรือโอเวอร์สเตย์ ตรวจบริษัท/หจก.ที่อาจมีคนต่างชาติเป็นเจ้าของโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี และการอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักรให้พิจารณาปัจจัยต่างๆ ให้สอดคล้องกับเหตุผลตามวีซ่าหรือสิทธิในการเดินทางเข้ามา

คดีที่สอง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.ย.65 มี น.ส.สุวนันท์ (สงวนนามสกุล) ผู้กล่าวหา และนายอภิชัย (สงวนนามสกุล) ในฐานะพยาน เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ จ.ส.ต.นายหนึ่ง ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ สภ.เกาะสมุย พร้อมให้การว่าเมื่อวันที่ 11 ส.ค.65 เวลาประมาณ 23.30น. น.ส.สุวนันท์ ผู้กล่าวหา มายังหน่วยบริการประชาชน เนื่องจากนายชัยวัฒน์ สามี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะสมุย จำนวน 6 นาย จับกุมตัว มายังหน่วยบริการประชาชนบ้านหน้าทอน

พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 2 เม็ด ก่อนจะถูกตำรวจชื่อ 'จ่าเบียร์' เรียกรับเงิน เพื่อไม่ให้นำเดินคดีกับสามีเป็นจำนวน 50,000 บาท และต่อรองราคากัน จนกระทั่งตกลงจ่ายเงินกันเพียง 6,000 บาท และขณะอยู่ที่หน่วยบริการประชาชน จ่าเบียร์ พาผู้กล่าวหาเข้าไปพูดคุยในห้องอีกห้องหนึ่ง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องที่สามีอยู่ และพูดจาคุกคามทางเพศ

ซึ่งผู้กล่าวหาอัดคลิปเสียงการพูดคุยขณะอยู่ในห้องดังกล่าวไว้ หลังจากที่จ่ายเงิน จำนวน 2,000 บาทแล้ว ผู้กล่าวหากับสามีก็กลับบ้าน โดยผู้กล่าวหามีพยานหลักฐานคลิปเสียงที่อัดคลิปเสียงไว้ระหว่างเกิดเหตุ ซึ่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถอดคลิปเสียงที่ได้ยินการสนทนากันระหว่างผู้กล่าวหา และจ.ส.ต.

จากการสอบสวนผู้กล่าวหาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขู่ พูดจาคุกคามทางเพศ และเรียกรับสินบนอันเป็นความผิดตามกฎหมาย เข้าลักษณะการกล่าวหาเจ้าพนักงานว่ากระทำความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 159

ซึ่งสำนวนคดีอาญาดังกล่าวอยู่ในอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการป.ป.ช.ตามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 28 (2) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า คดีนี้ผลการสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำความผิดจริง และเป็นคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย ระหว่างดำเนินคดีอาญาจึงให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...