โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รู้จัก “ไวรัสฮันตา” ที่คร่าชีวิตผู้คนบนเรือสำราญ กลางทะเลแอตแลนติก

เดลินิวส์

อัพเดต 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.25 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และป่วยอีก 3 ราย บนเรือสำราญที่จอดอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสฮันตา ตามรายงานของทางการ และสื่อต่าง ๆ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ว่าไวรัสฮันตาแพร่กระจายโดยหนูเป็นส่วนใหญ่ แต่ในบางกรณีอาจแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) โดยจะเกิดขึ้นเมื่อเชื้อไวรัสในมูลหนู น้ำลาย และปัสสาวะ กลายเป็นละอองในอากาศ เช่น เมื่อมีการทำความสะอาดบริเวณที่มีหนู และรังหนู

ไวรัสฮันตาเป็นกลุ่มของไวรัสที่ก่อให้เกิดโรค 2 ชนิด ชนิดแรกส่งผลกระทบต่อปอดเป็นหลัก และชนิดที่สองโจมตีไต ขณะที่ชนิดแรกมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงประมาณ 40%

ไวรัสฮันตาเป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยที่สุด ในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ตามข้อมูลของรัฐบาลแคนาดา โดยมีผู้ป่วยประมาณ 200 รายทั่วโลก ในแต่ละปี

โดยปกติแล้ว ผู้ป่วยจะเริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น อ่อนเพลียและมีไข้ ภายใน 1-8 สัปดาห์ หลังการสัมผัสเชื้อ ก่อนจะมีอาการไอ หายใจถี่ และมีของเหลวในปอดจะปรากฏขึ้น ใน 4-10 วันต่อมา อย่างไรก็ดี การวินิจฉัยโรคภายใน 72 ชั่วโมงแรกของการติดเชื้อยังทำได้ยาก เนื่องจากมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นไข้หวัดใหญ่

ปัจจุบัน ยังคงไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับไวรัสฮันตา ดังนั้น การรักษาจึงเน้นที่การดูแลประคับประคอง รวมถึงการพักผ่อน และดื่มน้ำให้เพียงพอ ขณะที่ในบางกรณี ผู้ป่วยอาจต้องการเครื่องช่วยหายใจ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การสัมผัสกับไวรัสฮันตาสามารถลดลงได้ ผ่านการป้องกัน และกำจัดหนูออกจากบริเวณที่มีคนอยู่ หลีกเลี่ยงการดูดฝุ่น หรือกวาดมูลหนูที่แห้งแล้ว เพราะอาจทำให้ไวรัสฟุ้งกระจายในอากาศ.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...