โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนประสาน 'อัปเกรดอุตสาหกรรม' เข้ากับ 'กระตุ้นการบริโภค' ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร

สวพ.FM91

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปักกิ่ง, 2 พ.ค. (ซินหัว) -- อุปสงค์ความต้องการและอุปทานการจัดจำหน่ายที่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงบวกถือเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ของจีนได้ระบุความจำเป็นของการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์อันดีระหว่างการบริโภคกับการลงทุน รวมถึงระหว่างอุปทานกับอุปสงค์ เพื่อสร้างสมดุลเชิงพลวัตที่มีมาตรฐานสูงขึ้น พร้อมเสริมแรงผลักดันและความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจภายในประเทศ

จีนที่มีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน และกลุ่มคนรายได้ปานกลางกว่า 400 ล้านคน กลายเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก ซึ่งกำลังขยับขยายอุปสงค์ภายในประเทศและให้ความสำคัญกับการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันจีนเร่งสร้างความก้าวหน้าของโครงการขนาดใหญ่จำนวนมาก ซึ่งศาสตราจารย์ซูเจี้ยนแห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ชี้ว่าความพยายามพึ่งพาตนเองของจีน โดยเฉพาะการผลิตระดับไฮเอนด์ เป็นวิธีสนับสนุนการขยายการบริโภคที่สำคัญ

อุตสาหกรรมเพิ่มพลังการใช้จ่าย

ผลผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มทางการผลิตของจีนมีแนวโน้มครองส่วนแบ่งกว่าร้อยละ 30 ของการเติบโตทางการผลิตทั่วโลกในช่วงปี 2021-2025 และจีนสามารถรักษาตำแหน่งผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลกติดต่อกัน 15 ปี โดยระบบอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมวงกว้างของจีนมีการจ้างงานหลายร้อยล้านอัตรา ซึ่งหากปราศจากเสาหลักต้นนี้แล้ว รายได้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอาจขาดแคลนรากฐานที่มั่นคง

ตัวอย่างเช่นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีกุ้ยก่างในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน บริษัท กุ้ยก่าง ลีแอนด์แมน เปเปอร์ แมนูแฟกเจอริง จำกัด กำลังก่อสร้างโรงงานกระดาษและเยื่อกระดาษ มูลค่า 2.75 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.23 แสนล้านบาท) ซึ่งจะผลิตผลิตภัณฑ์กระดาษทิชชูระดับไฮเอนด์และวัสดุย่อยสลายได้ตามธรรมชาติระหว่างการก่อสร้างแบบแบ่งสองระยะ โดยโรงงานแห่งนี้จะสร้างผลผลิตรายปีราว 1 หมื่นล้านหยวน (ราว 4.5 หมื่นล้านบาท) และสร้างงานมากกว่า 3,000 อัตรา เมื่อการก่อสร้างระยะแรกเสร็จสิ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2027

นอกจากนั้นการพึ่งพาตนเองทางอุตสาหกรรมกำลังลดต้นทุนการดำรงชีพของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) โดยยานยนต์นั่งโดยสารพลังงานใหม่ของจีนครองส่วนแบ่งร้อยละ 68.4 ของตลาดโลก การผลิตขนานใหญ่และการพึ่งพาตนเองด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมของจีนได้ลดต้นทุนการซื้อยานยนต์พลังงานใหม่ลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งผลักดันความนิยมการเดินทางสีเขียวอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ขณะเดียวกันโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ จากการอัปเกรดทางอุตสาหกรรมกำลังขยับขยายขอบเขตการบริโภค ตัวอย่างเช่นการกระจายสัญญาณ 5G และอินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรมช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่ภูเขาห่างไกลสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่หลายเมืองผ่านไลฟ์สตรีมมิงหรือไลฟ์สด การเปิดโครงสร้างพื้นฐานการบินระดับต่ำทำให้การจัดส่งอาหารด้วยโดรนที่เคยอยู่แต่ในนิยายวิทยาศาสตร์กลายเป็นเรื่องจริงในชีวิตประจำวัน หรือการก่อสร้างเครือข่ายประมวลผลระดับชาติช่วยให้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สั่งอาหาร เรียกรถแท็กซี่ และลงทะเบียนนัดหมายโรงพยาบาลภายในไม่กี่วินาที

การเร่งเปลี่ยนผ่านตัวขับเคลื่อนการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างถือเป็นภาพของการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง ซึ่งด้านหนึ่งได้เปิดกว้างตลาดบลูโอเชียน (blue ocean) หรือตลาดน่านน้ำสีครามที่หมายถึงตลาดใหม่ที่มีคู่แข่งน้อย และบ่มเพาะจุดเติบโตใหม่ๆ ขณะอีกด้านหนึ่งได้กระตุ้นการจ้างงาน รายได้ และการจับจ่ายใช้สอย

การใช้จ่ายเป็นตัวนำ อุตสาหกรรมก้าวกระโดด

อุปสงค์ความต้องการใหม่ๆ ของเหล่าผู้บริโภคกำลังชี้นำอุตสาหกรรมนับพันในจีนสร้างสรรค์สิ่งใหม่และปรับปรุงคุณภาพของอุปทาน เช่น บริษัท เจ้อเจียง เฟยหม่า เอาดอร์ โปรดักส์ จำกัด ในอำเภอชิงเถียน มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน ดำเนินงานสายการผลิตเก้าอี้พักผ่อนอย่างเต็มกำลังตามความต้องการพักผ่อนหย่อนใจกลางแจ้งที่เพิ่มขึ้นมาก โดยหวังเหล่ย ประธานบริษัทฯ กล่าวว่าตอนนี้ยอดจำหน่ายภายในประเทศคิดเป็นราวร้อยละ 65 ของทั้งหมด คาดว่ายอดจำหน่ายภายในประเทศช่วงฤดูร้อนจะเติบโต 3-5 เท่า

ณ การประชุมจงกวนชุน ฟอรัม (Zhongguancun Forum) ประจำปี 2026 ในกรุงปักกิ่งเมื่อไม่นานนี้ ผลิตภัณฑ์สมาร์ตโฮมสำหรับใช้งานในบ้านตอบสนองความต้องการของประชาชน ทั้งแว่นตาปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถเรียงสูตรอาหารและแนะนำการปรุงทีละขั้นตอน หุ่นยนต์พี่เลี้ยงอัจฉริยะ และหุ่นยนต์กวาดถูพื้นและเช็ดถูหน้าต่าง ดึงดูดความสนใจจากฝูงชนจำนวนมากที่พากันถามว่าจะวางจำหน่ายในตลาดเมื่อไร?

ยอดค้าปลีกทางออนไลน์ของอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะอย่างแว่นตาปัญญาประดิษฐ์และนาฬิกาอัจฉริยะในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2025 เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.1 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งเบื้องหลังตัวเลขสถิตินี้คือการบูรณาการข้อได้เปรียบของตลาดขนาดใหญ่พิเศษและการอัปเกรดทางอุตสาหกรรมของจีนอย่างลึกซึ้ง

รายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาลจีนในปี 2026 กำหนดให้การขยับขยายอุปสงค์ภายในประเทศเป็นพันธกิจสำคัญ เรียกร้องการประสานความพยายามกระตุ้นการบริโภคและขยายการลงทุน งัดทุกศักยภาพการเติบโตของอุปสงค์ภายในประเทศมาใช้ประโยชน์ และใช้จุดแข็งของตลาดขนาดใหญ่มหึมาให้ดียิ่งขึ้น โดยจีนจะจัดสรรพันธบัตรรัฐบาลอายุยาวพิเศษรวม 2.5 แสนล้านหยวน (ราว 1.12 ล้านล้านบาท) สำหรับโครงการซื้อขายแลกเปลี่ยน (trade-in) สินค้าอุปโภคบริโภค และอีก 1 แสนล้านหยวน (ราว 4.5 แสนล้านบาท) สำหรับชุดนโยบายการเงินและการคลังที่สนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนและการใช้จ่ายของผู้บริโภค

จางหลินซาน นักวิจัยประจำสถาบันวิจัยเศรษฐศาสตร์มหภาคแห่งชาติจีน สังกัดคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน กล่าวว่านโยบายที่เกี่ยวข้องไม่เพียงถูกออกแบบอย่างดีแต่ยังมีการสนับสนุนเงินทุนและมาตรการอันเป็นระบบอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้นอกจากขยับขยายตลาดผู้บริโภคโดยตรงแล้ว ยังสร้างช่องว่างการเติบโตให้กลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...