โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สบส.อัพเดตคำต้องห้ามใช้โฆษณา รพ.-คลินิก ‘กีหลวม-จึ้งเกิน-พส.จีน‘ เผยมีรางวัลให้คนแจ้งเบาะแส

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 7 เมษายน ทพ.อาคม ประดิษฐ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเรียกผู้ประกอบการสถานพยาบาลเข้าชี้แจงแนวทางการโฆษณาว่า เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการปรับปรุง “คู่มือการโฆษณาสถานพยาบาล” ฉบับใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ข้อความโฆษณา และป้องกันการสื่อสารที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ซึ่งจะมีการอัพเดตคำใหม่ๆ ประจำทุกปี เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีการโฆษณาที่มีลักษณะโอ้อวดหรือเกินจริงจำนวนมาก โดยผู้ประกอบการบางรายอาจยังไม่เข้าใจหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่ถูกต้อง เช่น การใช้ข้อความเชิงเปรียบเทียบหรือยกย่องเกินข้อเท็จจริง อาทิ “ดีที่สุดในย่าน”, “นวัตกรรมใหม่ล่าสุด”, หรือ “ดูดีทุกองศา” ซึ่งถือเป็นข้อความที่ไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน

“เราจึงเชิญผู้ประกอบการมาพูดคุย เพื่อให้เข้าใจว่า การโฆษณาที่ถูกต้องต้องเป็นอย่างไร ต้องขออนุญาตอย่างไร และข้อความแบบใดใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ โดยเฉพาะในยุคที่มีการใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย” ทพ.อาคม กล่าว

ทพ.อาคม กล่าวว่า ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยมักว่าจ้างนักการตลาดหรือเอเจนซีในการจัดทำโฆษณา ซึ่งหากผู้ประกอบการขาดความรู้ อาจนำไปสู่การเผยแพร่ข้อความที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายได้ บางครั้งนักการตลาดเป็นผู้คิดข้อความ แต่ผู้ประกอบการไม่ตรวจสอบ ก็อาจทำให้เกิดการสื่อสารที่เกินจริง ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ฉะนั้น ผู้ประกอบการเองก็ต้องรู้ สำหรับการประชุมชี้แจงครั้งล่าสุด มีผู้เข้าร่วมทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์รวมเกือบ 500–600 ราย สะท้อนว่าผู้ประกอบการให้ความสนใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการประชุมเพียงครั้งเดียวไม่สามารถสื่อสารได้ครอบคลุมทั้งหมด แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามารับฟังและซักถามข้อสงสัย

ทพ.อาคม อธิบายว่า แนวทางดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพโดยตรง ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เนื่องจากเป็นคนละส่วนงาน โดยครอบคลุมการโฆษณาทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นป้ายหน้าคลินิก บิลบอร์ด ใบปลิว หรือสื่อออนไลน์ เพราะการจะโฆษณาสถานพยาบาลจะต้องขออนุญาตจาก สบส. มีการนำข้อความและภาพมาให้ตรวจสอบ ก่อนจะอนุมัติเลขที่การอนุญาตโฆษณา คือ ฆสพ. XX/YYYY ซึ่งเป็นตัวอักษรย่อเล็กๆ ติดในป้ายโฆษณา หรือสื่อมีเดียนั้นๆ อย่างไรก็ตาม กรณีป้ายหรือข้อความที่อยู่ภายในสถานพยาบาล จะไม่ถือเป็นการโฆษณาที่ต้องขออนุญาต แต่ยังคงต้องใช้ข้อความที่ถูกต้องและไม่โอ้อวด ส่วนการโฆษณาที่เผยแพร่สู่สาธารณะ เช่น นอกสถานพยาบาลหรือบนสื่อออนไลน์ จำเป็นต้องยื่นขออนุญาตก่อนทุกครั้ง

ในส่วนของการใช้ภาพแพทย์ในสื่อโฆษณา ทพ.อาคม ระบุว่า หากมีการนำแพทย์มาแสดงในสื่อ จะต้องระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมอย่างชัดเจน ตามข้อกำหนดของแพทยสภา เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ แต่หากไม่ต้องการระบุแพทย์ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าจะนำแพทย์มาใช้ในโฆษณา ต้องเปิดเผยข้อมูลให้ครบถ้วน

เมื่อถามถึงการเทียงปรับผู้ทำผิด ทพ.อาคม กล่าวว่า ยอมรับว่ายังคงพบการกระทำผิดจำนวนมาก โดยประชาชนสามารถร้องเรียนมายังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้ ซึ่งปัจจุบันมีช่องทางรับเรื่องร้องเรียน และอยู่ระหว่างพัฒนากลไกการให้ “รางวัลนำจับ” สำหรับผู้แจ้งเบาะแส โดยจะพิจารณาตามมติของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี ทั้งนี้ โทษปรับสูงสุดอยู่ที่ 20,000 บาท โดยมีระบบ “ปรับพินัย” แบ่งระดับตามจำนวนครั้งของการกระทำผิด ได้แก่ ครั้งแรกปรับ 25% ของโทษสูงสุด ครั้งที่สองปรับ 50% และหากกระทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่สาม อาจไม่เข้าสู่กระบวนการเปรียบเทียบปรับ แต่จะถูกส่งฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

ถามต่อว่าการนับความผิด คิดจากจำนวนโพสต์หรือชิ้นของสื่อโฆษณาอย่างไร ทพ.อาคม กล่าวว่า การพิจารณาความผิดจะนับเป็น “รายช่องทาง” ไม่ใช่จำนวนโพสต์ เช่น หากมีการโฆษณาผิดกฎหมายในแพลตฟอร์มเดียว แม้จะมีหลายโพสต์ ก็จะถือเป็น 1 กรรม ตามมติคณะกรรมการที่ใช้มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยอมรับว่า บทลงโทษในปัจจุบันอาจยังไม่เพียงพอที่จะสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมาย เนื่องจากบางรายมองว่าเป็น “ต้นทุนทางธุรกิจ” ที่ยอมรับได้ เมื่อเทียบกับรายได้จากการโฆษณา

“บางรายอาจคิดว่าโฆษณาเกินจริงแล้วได้ผลตอบแทนสูง แม้จะถูกปรับก็ยังคุ้มค่า แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำซาก เราจะพิจารณาส่งฟ้องดำเนินคดี ไม่ใช้มาตรการปรับเพียงอย่างเดียว” ทพ.อาคม กล่าวและว่า ย้ำว่าการควบคุมโฆษณาสถานพยาบาลมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองประชาชน ให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ถูกชักจูงด้วยข้อความเกินจริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเข้ารับบริการและความปลอดภัยของผู้ป่วย

“สิ่งที่ผู้ประกอบการทำ ไม่ใช่แค่เรื่องการตลาด แต่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชนโดยตรง จึงต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง” ทพ.อาคม กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามแนวทางปฏิบัติ “ข้อความการโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล” ซึ่งจัดทำโดย สบส. และมีความยาวกว่า 60 หน้า แบ่งหมวดตั้งแต่ ก–ฮ ได้กำหนดตัวอย่างคำโฆษณาไว้อย่างละเอียด พร้อมระบุชัดว่า “ใช้ได้” หรือ “ห้ามใช้” เพื่อเป็นมาตรฐานกลาง

จากการประมวลตัวอย่างคำในหลายหมวด พบว่า แนวโน้มของคู่มือฉบับนี้คือ คำที่ “ห้ามใช้” มีสัดส่วนประมาณ 70–80% ขณะที่คำที่ “ใช้ได้หรือใช้ได้แบบมีเงื่อนไข” อยู่ที่ประมาณ 20–30%

เมื่อพิจารณาเนื้อหา พบว่าคำที่ “ห้ามใช้” มีจำนวนมาก และครอบคลุมคำยอดนิยมในตลาด เช่น กลุ่มคำไม่เหมาะสมและส่อทางเพศ เช่น “กีหลวม”, “กีฟิต”, “กล้วยแข็ง อึด ถึก ทน” ถูกห้ามใช้ทั้งหมด โดยแนะนำให้ใช้คำทางการแพทย์ เช่น “ยกกระชับช่องคลอด” แทน กลุ่มคำโอ้อวด เช่น “การผ่าตัดขั้นสูง”, “การันตีด้วยรางวัล”, “ของแท้แน่นอน”, “เชี่ยวชาญ”, “แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ”, ”ครบ…จบที่…“, “ซิลิโคนตัวดัง”, ”ตัวแม่“, “ทำถึงเกิน”, ”พส.จีน“, “ปากกาลดน้ำหนัก” ล้วนเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง เนื่องจากไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจน

กลุ่มคำเคลมผลลัพธ์ เช่น “ขาวใสทั่วเรือนร่าง”, “ขาวใสยันชาติหน้า”, “คืนความสาว”, “ฆ่าเชื้อสิว”, “คุมหิว” ถูกระบุว่าเป็นข้อความที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลการรักษา รวมถึงคำเชิงเร่งเร้า เช่น “ความสวยรอไม่ได้” หรือคำสแลงอย่าง “จึ้งเกิน” ก็ไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากไม่เหมาะสมกับการสื่อสารทางการแพทย์ นอกจากนี้ ยังมีคำที่ถูกห้ามเนื่องจาก “ไม่โปร่งใส” เช่น “ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า” ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเรื่องค่าใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวยังเปิดช่องให้ใช้ข้อความบางประเภทได้ หากมีเงื่อนไขกำกับ เช่น “กำจัดขนบุฟเฟต์” ที่ต้องระบุรายละเอียดบริการให้ชัดเจน “แกะกล่องต่อหน้า” ที่สะท้อนความโปร่งใส หรือการใช้ภาพรีวิว Before–After ที่ต้องเป็นผู้ป่วยจริง ไม่ตกแต่งภาพ และมีข้อความกำกับว่าเป็นผลเฉพาะบุคคล

รวมถึงข้อความอย่าง “ใช้เพื่อการรีวิวเฉพาะบุคคลเท่านั้น” และการแสดงภาพอุปกรณ์แบบม็อกอัพ (mockup) ที่ไม่ระบุยี่ห้อ ก็สามารถใช้ได้ตามเงื่อนไข และคำที่ใช้ได้ แม้จะเป็นคำพูดยอดนิยมของสื่อโซเชียล เช่น “สวยเกินคุณน้า”, “สวยตะโกน”, “สวยละมุน”, “ไม่จำกัด shot”, “แคมเปญสุดคุ้ม“ เป็นต้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สบส.อัพเดตคำต้องห้ามใช้โฆษณา รพ.-คลินิก ‘กีหลวม-จึ้งเกิน-พส.จีน‘ เผยมีรางวัลให้คนแจ้งเบาะแส

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...